วันพุธ ที่ 22 กรกฎาคม 2569

Login
Login

จุดจบ 20 ปี Mac Pro? เมื่อ Extreme กลายเป็นโปรเจกต์ลับที่ถูกพับเก็บ

ความก้าวหน้าของ Apple Silicon ได้พลิกโฉมวงการคอมพิวเตอร์และสมาร์ตโฟนไปอย่างสิ้นเชิง แต่เบื้องหลังความสำเร็จนั้นยังมีโปรเจกต์ลับสุดยอดที่ไปไม่ถึงฝั่งฝัน

วันนี้ KT Review กรุงเทพธุรกิจไอที จะพาไปเจาะลึกเบื้องหลังชิปตระกูล Extreme อันทรงพลังที่ถูกพับเก็บเข้ากรุไปอย่างถาวร พร้อมกับการปิดตำนาน 20 ปีของสายการผลิต Mac Pro

กำเนิดโปรเจกต์ลับรหัส "Extreme"

ใครติดตามสถาปัตยกรรมการออกแบบชิปของ Apple มาตลอด ย่อมคุ้นเคยกับเทคโนโลยี UltraFusion ที่ผสานเอาชิปรุ่น Max สองตัวเข้าด้วยกันจนเกิดเป็นรุ่น Ultra อันทรงพลัง ทว่าโปรเจกต์ชิปตระกูล Extreme นั้นถูกวางตัวให้ก้าวข้ามขีดจำกัดนั้นไปอีกขั้น ด้วยการนำแกนประมวลผลทั้งหมดมาทวีคูณขึ้นเป็นสองเท่าของรุ่น Ultra

ข้อมูลจากสำนักข่าว Bloomberg ระบุว่า Apple ได้ซุ่มพัฒนาชิปต้นแบบไว้ถึงสองเจเนอเรชัน นั่นคือ M2 Extreme และ M3 Extreme โดยในรุ่น M2 Extreme นั้นถูกระบุว่ามีคอร์ CPU มากถึง 48 คอร์ และคอร์ GPU สูงถึง 152 คอร์ ชิปมอนสเตอร์เหล่านี้ถูกเตรียมไว้เพื่อเป็นขุมพลังขับเคลื่อน Mac Pro รุ่นใหม่ โดยมีเป้าหมายหลักคือกลุ่มผู้ใช้งานระดับสตูดิโอโปรดักชันและวิศวกรที่ต้องการพลังการประมวลผลขั้นสูงสุดแบบที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนบนสถาปัตยกรรม ARM

Mac Pro จะเกิด แต่โดนคุมกำเนิดก่อน

แม้ความก้าวหน้าทางวิศวกรรมจะสร้างชิปที่แรงทะลุพิกัดได้สำเร็จ แต่ในโลกของการผลิตเชิงพาณิชย์ ต้นทุนและอุปสงค์คือตัวแปรชี้วัดความเป็นไปได้เสมอ การสร้างชิปซิลิคอนที่มีขนาดใหญ่และซับซ้อนระดับ Extreme ย่อมตามมาด้วยต้นทุนการผลิตที่มหาศาล มีการประเมินว่า Mac Pro ที่มาพร้อมชิป Extreme อาจมีราคาเริ่มต้นทะยานทะลุ 10,000 ดอลลาร์สหรัฐตั้งแต่ยังไม่ได้อัปเกรดสเปกเพิ่มเติม ในขณะเดียวกัน ฐานลูกค้าที่มีกำลังซื้อและมีความจำเป็นต้องใช้งานสเปกที่ดุดันระดับนี้กลับมีอยู่อย่างจำกัด เมื่อคำนวณความเสี่ยงทางธุรกิจแล้ว โปรเจกต์นี้จึงถูกระงับไปในที่สุด

การยกเลิกชิปตระกูล Extreme กลายเป็นปัจจัยสำคัญที่นำมาซึ่งจุดจบของสายการผลิต Mac Pro ไปโดยปริยาย เมื่อไม่มีชิป Extreme ที่จะมาสร้างความแตกต่างด้านประสิทธิภาพ Mac Pro รุ่นสุดท้ายจึงต้องใช้ชิป M2 Ultra ซึ่งเป็นสเปกเดียวกับ Mac Studio ทำให้กลายเป็นเพียงคอมพิวเตอร์เดสก์ท็อปที่มีราคาสูงกว่าเกือบเท่าตัวเพียงเพื่อแลกกับช่องเสียบขยาย PCIe ที่ซอฟต์แวร์ยุคใหม่พึ่งพาน้อยลง ด้วยเหตุผลดังกล่าวนี้ ในเดือนมีนาคมปี 2026 ที่ผ่านมา Apple จึงประกาศยุติการทำตลาด Mac Pro อย่างเป็นทางการ ปิดตำนานสุดยอดเวิร์กสเตชันที่อยู่คู่กับผู้สร้างสรรค์ผลงานมาถึง 2 ทศวรรษ

ถึงไม่ไหว แต่ยังไปต่อ

การโบกมือลา Mac Pro ไม่ได้หมายความว่าประสิทธิภาพของคอมพิวเตอร์ระดับโปรจะต้องยุติลงตาม แต่เป็นการเปลี่ยนผ่านให้ Mac Studio ก้าวขึ้นมาสวมมงเรือธงในกลุ่มเดสก์ท็อปประสิทธิภาพสูงแทน สถาปัตยกรรมแบบ System on Chip (SoC) ที่รวบรวมทุกอย่างเข้าไว้ในแผงวงจรเดียว ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าอนาคตของคอมพิวเตอร์ระดับซูเปอร์ไฮเอนด์ไม่จำเป็นต้องแลกมาด้วยขนาดตัวเครื่องที่ใหญ่โตอีกต่อไป

แม้แนวคิดเรื่องชิปที่แรงสุดขีดระดับ Extreme จะกลายเป็นเพียงหน้าประวัติศาสตร์หนึ่งของการพัฒนาทางวิศวกรรม แต่ปรัชญาของ Apple Silicon ในปัจจุบันก็ยังดำเนินต่อ ข้อมูลความเคลื่อนไหวล่าสุดชี้ว่าการพัฒนาขุมพลังรุ่นใหม่ยังคงดำเนินไปอย่างเข้มข้น เพื่อเตรียมรองรับการประมวลผลที่ซับซ้อนยิ่งขึ้นในยุคแห่ง AI โดยเน้นไปที่การยกระดับประสิทธิภาพภายในดีไซน์ที่กะทัดรัดและจัดการพลังงานได้อย่างไร้ที่ติ