วันพุธ ที่ 10 มิถุนายน 2569

Login
Login

รีวิว Nothing Ear (open) หูฟังผู้ดีอังกฤษ ที่มาในสตรีทสไตล์สุดเท่

รีวิว Nothing Ear (open) หูฟังผู้ดีอังกฤษ ที่มาในสตรีทสไตล์สุดเท่

ถ้าเรื่องคุณภาพเสียงเป็นหัวใจของหูฟัง การดีไซน์ก็คงไม่แตกต่างจากรูปร่างหน้าตา ก่อนจะได้เรียนรู้จิตใจสิ่งแรกที่สร้างความประทับใจก็คือความสวยงามนี่เอง

สำหรับหูฟังยุคนี้จึงไม่ได้เกิดมาแค่ไว้ฟังเพลง แต่ยังสะท้อนรสนิยมและไลฟ์สไตล์ของผู้ใช้ด้วย วันนี้ KT Review กรุงเทพธุรกิจไอที จะพาเจาะลึกนวัตกรรมล่าสุดจากอังกฤษกับ Nothing Ear (open) หูฟัง Open-ear ที่มาทลายกรอบของหูฟังเดิมๆ เปลี่ยน Gadget ให้กลายเป็น Fashion Item ชิ้นหรูที่สวมใส่ได้อย่าง Effortless พร้อมตอบโจทย์การใช้งานทุกรูปแบบ

รีวิว Nothing Ear (open) หูฟังผู้ดีอังกฤษ ที่มาในสตรีทสไตล์สุดเท่

รีวิว Nothing Ear (open) หูฟังผู้ดีอังกฤษ ที่มาในสตรีทสไตล์สุดเท่


 

เครื่องประดับชิ้นเก่งในร่างหูฟัง

สิ่งแรกที่ทำให้เรารู้สึกว้าวกับหูฟัง Ear (open) คือความเท่ในแบบที่เราเห็นปุ๊บก็รู้ทันทีว่าคือการออกแบบสไตล์ Nothing ซึ่งแนวคิดของหูฟัง Ear (open) รุ่นนี้คือการเป็น Fashion Item ที่เบลนด์เข้ากับ สไตล์การแต่งตัวได้อย่างแนบเนียนไม่ว่าจะลุคไหนๆ ก็ดูเข้ากันได้อย่างประหลาด ยิ่งเป็นลุคสตรีทด้วยคือลงตัวสุดๆ

สำหรับสีน้ำเงินเฉดใหม่นี้ได้รับการปรับลดความอิ่มสีลงเพื่อให้ความรู้สึกถึงเทคโนโลยีร่วมสมัยที่อบอุ่นและสุขุมขึ้น หรือถ้าใครชอบความคลาสสิก สีขาวก็ยังโชว์ความโปร่งใสอันเป็นเอกลักษณ์ได้ดีเยี่ยม

รีวิว Nothing Ear (open) หูฟังผู้ดีอังกฤษ ที่มาในสตรีทสไตล์สุดเท่

รีวิว Nothing Ear (open) หูฟังผู้ดีอังกฤษ ที่มาในสตรีทสไตล์สุดเท่

อีกจุดเด่นที่น่าประทับใจมากในฐานะหูฟังที่จะต้องอยู่ติดกับร่างกายของเราเป็นเวลานานคือเรื่องน้ำหนัก น้ำหนักตัวหูฟังรุ่นนี้ก็เบาหวิวเพียง 8.1 กรัมต่อข้าง หากเทียบก็ราวๆ เหรียญสิบบาทหนึ่งเหรียญเท่านั้น ทั้งยังออกแบบให้สวมใส่ง่ายด้วยโครงสร้างสมดุลสามจุดที่เอียงทำมุม 50 องศา วางตำแหน่งลำโพงไว้เหนือใบหูระหว่างโคนใบหูและกระดูกอ่อนด้านหน้าได้อย่างพอดีกับสรีระ วัสดุก้านเกี่ยวทำจากลวดนิกเกิล-ไทเทเนียมหุ้มซิลิโคนพรีเมียม ใส่สบายจนบางทีก้มหน้าเล่นกับแมวที่บ้าน หรือเดินไปไหนมาไหน ก็แทบจะลืมไปเลยว่าใส่หูฟังอยู่ แถมเคสชาร์จยังแบนและบางเฉียบแค่ 19 มิลลิเมตร ยัดใส่กระเป๋ากางเกงตัวเก่งได้โดยไม่ปูดไม่โปนไม่เสียทรง

รีวิว Nothing Ear (open) หูฟังผู้ดีอังกฤษ ที่มาในสตรีทสไตล์สุดเท่

เสียงเบส The Best ที่มาพร้อมอาณาเขตส่วนตัว

มักจะมีคำสบประมาทว่าหูฟังแบบ Open-ear เสียงจะแห้งและเบสจะหาย แต่นั่นไม่ใช่กับวิศวกรรมของ Nothing Ear (open) การใช้ Stepped Driver ขยับทิศทางเสียงให้จ่อเข้าใกล้รูหูมากขึ้น ผสานกับไดอะแฟรมสั่งทำพิเศษที่แบนลงตรงกลาง ช่วยรีดเร้นย่านเสียงต่ำให้มีมิติ ลึก และแน่นขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ยิ่งมีระบบ Bass Enhance คอยชดเชยเสียงเบสแบบเรียลไทม์ จังหวะดนตรีจึงกระแทกกระทั้นสะใจ ผนวกกับการเคลือบไทเทเนียมบนไดอะแฟรมที่ช่วยพุ่งทะยานย่านเสียงสูงให้คมกริบขึ้นถึง 3 เดซิเบล เสียงร้องและเครื่องดนตรีจึงถูกถ่ายทอดออกมาอย่างแม่นยำ

ทีเด็ดที่ไม่พูดถึงไม่ได้คือเทคโนโลยี Sound Seal System และลำโพงกำหนดทิศทาง นี่คือจุดที่หูฟังทรงเปิดหลายรุ่นมักตกม้าตาย แต่รุ่นนี้ทำได้ยอดเยี่ยม เพราะระบบจะสร้างคลื่นเสียงย้อนกลับมาหักล้างเสียงที่เล็ดลอดออกไป ผลลัพธ์คือเสียงเพลงถูกป้อนเข้าหูเราเต็มๆ นั่งทำงานในพื้นที่สาธารณะ คนโต๊ะข้างๆ ก็แทบไม่มีทางรู้ว่าเรากำลังฟังอะไรอยู่ ให้ความเป็นส่วนตัวที่สูงมากโดยที่ยังคงรับรู้เสียงแวดล้อมรอบข้างอย่างเป็นธรรมชาติด้วยฟีเจอร์ Blissfully aware

รีวิว Nothing Ear (open) หูฟังผู้ดีอังกฤษ ที่มาในสตรีทสไตล์สุดเท่

รีวิว Nothing Ear (open) หูฟังผู้ดีอังกฤษ ที่มาในสตรีทสไตล์สุดเท่

ปรับแต่งได้หมด จบที่ Nothing X

เพื่อการใช้งานที่สมบูรณ์แบบ แอปพลิเคชัน Nothing X คือกุญแจสำคัญที่ปลดล็อกทุกศักยภาพนักฟังที่ชอบจูนเสียงเองจะต้องหลงรัก Advanced Equaliser แบบ 8-band ที่ดึงกราฟปรับค่า Q Factor และความถี่ได้ละเอียดราวกับมิกซ์เสียงเองในสตูดิโอ ปรับแต่งเสร็จก็บันทึกเป็น EQ Profile ส่วนตัว หรือจะไปดาวน์โหลดโปรไฟล์แจ่มๆ จากคอมมูนิตี้ผู้ใช้งานคนอื่นมาลองก็ยังได้

นอกจากนี้ตัวแอปยังใช้ตั้งค่า Pinch Controls หรือการบีบสั่งงานที่ก้านหูฟังได้อย่างอิสระ และหากลืมหูฟังทิ้งไว้ ฟีเจอร์ Find My Earbuds ก็พร้อมส่งเสียงเรียกให้ตามหาได้ทันที

รีวิว Nothing Ear (open) หูฟังผู้ดีอังกฤษ ที่มาในสตรีทสไตล์สุดเท่

แบตทนทาน ใช้งานไร้รอยต่อ

หูฟังรุ่นนี้ตอบโจทย์ชีวิตที่ไม่หยุดนิ่งด้วยแบตเตอรี่ที่อึดทนทาน ฟังเพลงต่อเนื่องได้ 8 ชั่วโมง และทะยานไปถึง 30 ชั่วโมงเมื่อใช้ร่วมกับเคสชาร์จ และเมื่อแบตหมด แค่เพียงชาร์จด่วน 10 นาที ก็ใช้งานต่อได้ถึง 10 ชั่วโมงเต็ม การติดต่อสื่อสารก็อุ่นใจได้ด้วยไมโครโฟน 2 ตัว ที่ทำงานคู่กับเทคโนโลยี Clear Voice ประมวลผลด้วย AI จากฐานข้อมูลเสียงรบกวนกว่า 28 ล้านแบบ แถมดีไซน์ช่องไมค์เป็นรูปตัว L ช่วยหลบกระแสลมอย่างฉมัง คุยงานริมถนนเสียงก็ยังเคลียร์ชัด ตัวอุปกรณ์มีมาตรฐานกันน้ำกันฝุ่น IP54 ลุยเหงื่อและละอองฝนได้อย่างไร้กังวล

ฟีเจอร์เด่นที่ทำให้การใช้งานสมูทสุดๆ คือ Dual Connection ที่สลับสับเปลี่ยนระหว่างแล็ปท็อปกับสมาร์ตโฟนได้อย่างลื่นไหล และโหมด Low Lag ที่กดความหน่วงให้ต่ำกว่า 120 มิลลิวินาที แต่ที่ถือเป็นไพ่ตายคือการควบรวม ChatGPT เข้ามาในระบบนิเวศ (เมื่อใช้คู่กับสมาร์ตโฟนที่รัน Nothing OS) จะสั่งงาน AI ด้วยเสียงผ่านหูฟังได้โดยตรง ยกระดับการใช้ชีวิตให้สมาร์ตขึ้นไปอีกขั้น

รีวิว Nothing Ear (open) หูฟังผู้ดีอังกฤษ ที่มาในสตรีทสไตล์สุดเท่

รีวิว Nothing Ear (open) หูฟังผู้ดีอังกฤษ ที่มาในสตรีทสไตล์สุดเท่

บริการเหนือระดับกับข้อเสนอสุดพิเศษ

ปิดท้ายด้วยความอุ่นใจกับบริการหลังการขายที่วางเครือข่ายไว้ครอบคลุม ทั้งศูนย์บริการ Nothing และ CMF กว่า 10 สาขาทั่วประเทศ พร้อมจุดรับส่งซ่อมผ่าน SPEED-D ที่ 7-Eleven และมี Call Center โทรฟรี (1800 018 320 และ 1800 013 896) คอยดูแลทุกปัญหา

Nothing Ear (open) เปิดราคามาที่ 4,499 บาท

จำหน่ายผ่านทางออนไลน์ ได้แก่ Shopee (https://bit.ly/4x7uyni), Lazada (https://bit.ly/4vuhJSv) และ TikTok Shop (https://bit.ly/3RZtphq)

โดยในช่วงวันที่ 5-7 มิถุนายน 2569 บนแพลตฟอร์ม TikTok Shop มีโปรโมชันหั่นราคาเหลือเพียง 4,199 บาท รับฟรี Thermal Cup มูลค่า 999 บาท และยังรับส่วนลดเพิ่มเติมสูงสุดได้อีก 20 เปอร์เซ็นต์ พร้อมบริการส่งฟรี นี่คือแก็ดเจ็ตที่ครบถ้วนทั้งในแง่ของวิศวกรรมเสียงสุดล้ำ และศิลปะแห่งแฟชั่นที่สวมใส่ได้จริงในทุกๆ วัน