เมื่อหูฟังไม่ได้เป็นแค่อุปกรณ์ฟังเพลง แต่ถูกยกระดับให้กลายเป็นแฟชั่นไอเทมสุดจี๊ด วันนี้ KT Review กรุงเทพธุรกิจไอที ขอพาทุกคนมาสัมผัสประสบการณ์ตรงจากการใช้งานจริงของ CMF Buds 2a หูฟังไร้สาย TWS รุ่นล่าสุดจากแบรนด์ลูกของ Nothing ที่ตั้งใจออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์คนที่ต้องการความลงตัวทั้งฟังก์ชันและสไตล์ ในราคาค่าตัวเพียงพันต้นๆ แต่กลับอัดแน่นด้วยเทคโนโลยีที่น่าสนใจ ทั้งเรื่องของการตัดเสียงรบกวน พลังเบสที่หนักแน่น และดีไซน์ที่ใครเห็นก็ต้องสะดุดตา
ดีไซน์สุดป๊อป ตัวท็อปเรื่องความเบา
สัมผัสแรกเมื่อได้หยิบจับเคสชาร์จของ CMF Buds 2a คือความกะทัดรัดพกพาง่ายสุดๆ ด้วยการออกแบบสไตล์ Everyday carry ที่มาพร้อมช่องสำหรับคล้องสาย Lanyard เพื่อให้พกติดตัวได้สะดวก จุดที่โดดเด่นคือการเล่นพื้นผิวสัมผัสแบบ Matte ผสมกับ Glossy ซึ่งเป็นดีไซน์ซิกเนเจอร์ของ CMF by Nothing ที่ให้ความรู้สึกเรียบง่ายแต่มินิมอลและแฝงความขี้เล่นอยู่ในตัว
ตัวผลิตภัณฑ์มีให้เลือกถึงสามสี ได้แก่ สีเทาเข้ม สีเทาอ่อน และสีส้มสดใส เมื่อลองสวมใส่ใช้งานจริงพบว่าตัวก้านหูฟังมีน้ำหนักเบาเพียง 4.28 กรัมต่อข้างเท่านั้น การออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์ช่วยให้กระชับเข้ากับช่องหูได้ดีเยี่ยม ใส่ทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์หรือเดินทางต่อเนื่องหลายชั่วโมงก็ไม่รู้สึกอึดอัดหรือล้าหู นอกจากนี้ยังมาพร้อมมาตรฐานกันน้ำกันฝุ่นระดับ IP54 ทำให้ใส่ออกกำลังกายให้เหงื่อออกเบาๆ หรือเดินลุยละอองฝนปรอยๆ ได้อย่างสบายใจ
พลังเสียงจัดจ้าน ตัดเสียงรบกวนเงียบกริบ
สำหรับประสบการณ์ฟังเพลง CMF Buds 2a ทำผลงานได้เกินราคาไปมาก โดยเลือกใช้ไดรเวอร์ Bio-fibre ขนาด 12.4 มิลลิเมตร ที่ทำจากวัสดุ TPU ผสม Bio-fibre ซึ่งตอบสนองต่อเสียงได้ดีและมีน้ำหนักเบา ทีเด็ดอยู่ที่การร่วมมือกับ Dirac แบรนด์เทคโนโลยีเสียงระดับโลกจากประเทศสวีเดนที่อยู่เบื้องหลังระบบเสียงของรถยนต์หรูและสตูดิโอมืออาชีพ มาช่วยปรับจูนคาแรกเตอร์เสียงให้มีความสมดุลและฟังสนุก เมื่อรวมเข้ากับเทคโนโลยี Ultra Bass 2.0 เสียงที่ได้จึงมีมิติของเบสที่ลึกและหนักแน่นสะใจ ตอบโจทย์สายฟังเพลงแนว EDM หรือ Hip-hop แต่ก็ยังไม่ทิ้งความคมชัดของเสียงร้องและเครื่องดนตรีชิ้นอื่นๆ หากต้องการปรับแต่งโทนเสียงให้เข้ากับรสนิยมส่วนตัว ก็เข้าไปปรับ Equalizer แบบละเอียด รวมถึงเลือกระดับความหนาของเบสแบบเรียลไทม์ได้โดยตรงผ่านแอปพลิเคชัน Nothing X
และแน่นอนว่าการใช้ชีวิตในเมืองที่วุ่นวาย ระบบตัดเสียงรบกวนคือฟีเจอร์ที่ขาดไม่ได้ ซึ่งระบบ Active Noise Cancellation (ANC) ของหูฟังรุ่นนี้ตัดเสียงรบกวนได้สูงสุดถึง 42 เดซิเบล และรองรับช่วงความถี่กว้างถึง 2900 Hz จากการทดสอบใช้งานจริงบนรถไฟฟ้าหรือในร้านกาแฟที่มีเสียงผู้คนจอแจ ระบบ ANC ดึงโฟกัสกลับมาที่เสียงเพลงหรือคอนเทนต์วิดีโอได้อย่างยอดเยี่ยม โดยให้ความรู้สึกเงียบสบายและไม่อึดอัดหูจนเกินไป และเมื่อต้องเดินลัดเลาะริมถนน ก็มี Transparency Mode ที่ช่วยดึงเสียงแวดล้อมรอบข้างเข้ามาให้รับรู้ถึงสถานการณ์รอบตัวหรือเสียงประกาศต่างๆ เพื่อความปลอดภัย
ส่วนเรื่องการคุยโทรศัพท์นั้นทำได้ดีเยี่ยม เพราะติดตั้งไมโครโฟนความละเอียดสูงมาถึง 4 ตัว ทำงานร่วมกับเทคโนโลยี Clear Voice และ Wind Noise Reduction 2.0 ที่ช่วยแยกเสียงพูดออกจากเสียงลมและเสียงแวดล้อมได้อย่างแม่นยำ ทำให้ปลายสายได้ยินเสียงพูดอย่างคมชัด ไม่ว่าจะเดินอยู่กลางแจ้งหรือประชุมงานออนไลน์แบบไฮบริด
แบตอึดทนทาน และการเชื่อมต่อที่ไร้รอยต่อ
เรื่องแบตเตอรี่ก็เป็นอีกหนึ่งจุดแข็งของรุ่นนี้ โดยฟังเพลงต่อเนื่องได้นานสูงสุดถึง 8 ชั่วโมงต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง (เมื่อปิดโหมด ANC) และเมื่อใช้งานร่วมกับเคสชาร์จจะใช้งานได้ยาวนานรวมสูงสุดถึง 35.5 ชั่วโมง หากแบตเตอรี่หมดในจังหวะเร่งด่วน ระบบ Fast Charge ก็ช่วยชีวิตได้เป็นอย่างดี เพียงเสียบชาร์จแค่ 10 นาที ก็หยิบมาใช้งานต่อได้อีกถึง 5.5 ชั่วโมง การเชื่อมต่อนั้นเสถียรและลื่นไหล รองรับการทำงานร่วมกับสมาร์ตโฟนได้ทุกระบบปฏิบัติการทั้ง iOS และ Android อย่างสมบูรณ์แบบ
ยิ่งไปกว่านั้นยังมีฟีเจอร์ Dual Connection ที่สลับการเชื่อมต่อระหว่างอุปกรณ์สองเครื่อง เช่น สมาร์ตโฟนและแล็ปท็อป ได้อย่างสะดวกและไร้รอยต่อ พร้อมด้วยโหมด Low Lag ที่ช่วยลดความหน่วงของเสียงให้คอเกมเมอร์ได้สนุกอย่างเต็มอรรถรส
ราคาและการวางจำหน่าย
หูฟัง CMF Buds 2a ราคาเพียง 1,399 บาท พิเศษสำหรับผู้ที่สนใจในช่วงวันที่ 1 ถึง 7 มิถุนายน 2569 ผ่านช่องทาง TikTok Shop (http://bit.ly/3S8hldH) ด้วยราคาโปรโมชันพิเศษ 1,299 บาท พร้อมรับส่วนลดเพิ่มเติมสูงสุด 20% และสิทธิ์จัดส่งฟรี พิเศษสุดสำหรับ 300 ท่านแรกจะได้รับเสื้อกันฝน Nothing Rain Coat มูลค่า 899 บาทไปใช้งานฟรีๆ อีกด้วย

