Brother ประกาศก้าวสำคัญในการทรานส์ฟอร์มธุรกิจประจำปีงบประมาณ FY2026 อย่างเป็นทางการ โดยสลัดภาพจำจากการเป็นเพียงผู้ผลิตและจำหน่ายเครื่องพิมพ์ สู่การเป็นผู้ให้บริการโซลูชันครบวงจรที่ครอบคลุมทุกมิติของไลฟ์สไตล์ผู้บริโภค ภายใต้แนวคิด “At Your Side, Every Side of Life” เพื่อตอบสนองความต้องการที่ซับซ้อนและรวดเร็วขึ้นในโลกยุคดิจิทัล
กลยุทธ์ใหม่นี้มุ่งเน้นการสร้างสุนทรียภาพและประสบการณ์ไร้รอยต่อให้กับผู้ใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นในระดับอุตสาหกรรม องค์กรขนาดใหญ่ ธุรกิจเอสเอ็มอี โฮมออฟฟิศ ไปจนถึงสายงานสร้างสรรค์ส่วนบุคคลเลยทีเดียว
ธีรวุธ ศุภพันธุ์ภิญโญ กรรมการผู้จัดการ บริษัท บราเดอร์ คอมเมอร์เชี่ยล (ประเทศไทย) จำกัด ได้ตอกย้ำถึงการปรับเข็มทิศธุรกิจในครั้งนี้ว่า เป้าหมายหลักคือการยกระดับประสบการณ์ของลูกค้าให้สอดคล้องกับพฤติกรรมการทำงานและการใช้ชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไป บราเดอร์ต้องการเป็นส่วนหนึ่งในทุกบทบาทของชีวิตลูกค้า ไม่ใช่เพียงแค่อุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ที่ตั้งอยู่บนโต๊ะทำงานอีกต่อไป โดยนายธีรวุธได้กล่าวประเด็นที่น่าสนใจและสะท้อนทิศทางธุรกิจไว้ว่า
“เราไม่ได้มองเพียงแค่การขายสินค้า แต่ต้องการออกแบบโซลูชันที่ช่วยให้ลูกค้าทำงานได้ง่ายขึ้น ใช้ชีวิตได้คล่องตัวขึ้น และสามารถเปลี่ยนไอเดีย ความคิดสร้างสรรค์ หรือความชื่นชอบส่วนตัวให้กลายเป็นโอกาสใหม่ ๆ ได้ในทุกวัน” ซึ่งแนวคิดนี้จะถูกนำไปพัฒนาเป็นโซลูชันที่ตอบโจทย์ตั้งแต่ระดับอุตสาหกรรมที่ต้องการความแม่นยำสูง การจัดการงานเอกสาร ไปจนถึงผู้ประกอบการรายย่อยที่ต่อยอดโปรเจกต์จากที่บ้าน
ด้านการขับเคลื่อนกลยุทธ์ทางการตลาด กิตติพงศ์ กนกวิไลรัตน์ ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายขายและการตลาด เปิดเผยข้อมูลที่สะท้อนความแข็งแกร่งของแบรนด์ว่า ในปีที่ผ่านมาบราเดอร์มีอัตราการเติบโตทั้งในกลุ่มเครื่องพิมพ์เลเซอร์และเครื่องพิมพ์อิงค์แทงก์ ซึ่งเป็นทิศทางที่สวนทางกับภาพรวมของตลาดที่หดตัวลง สิ่งนี้ตอกย้ำให้เห็นว่าความต้องการของผู้บริโภคยังคงขยายตัวหากแบรนด์ตอบโจทย์ได้ตรงจุด
สำหรับปีงบประมาณใหม่นี้ Brother จะเน้นการเพิ่มมูลค่าตลอดอายุการใช้งานของลูกค้า (Customer Lifetime value) ให้ความสำคัญกับการผสานสินค้าและบริการทั้งกลุ่มเครื่องพิมพ์และกลุ่ม Non-Print อย่างเครื่องพิมพ์ฉลาก เครื่องพิมพ์สิ่งทอ หรือจักรเย็บผ้าเข้าด้วยกันในอีโคซิสเต็มเดียว โดยกิตติพงศ์ได้ให้มุมมองในการทำตลาดยุคใหม่ว่า “บทบาทของทีมขายและการตลาด ไม่ใช่แค่การผลักดันยอดขาย แต่คือการทำให้ลูกค้าเห็นว่าโซลูชันของ บราเดอร์เข้าไปอยู่ในชีวิตและธุรกิจของเขาได้จริง”
นอกเหนือจากนวัตกรรมผลิตภัณฑ์แล้ว หัวใจสำคัญที่บราเดอร์ใช้สร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันคืองานบริการ รัสสิญากร ตัณฑวณิชย์ ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายบริการลูกค้า ระบุว่าในช่วงปี 2025-2027 บราเดอร์ได้นำแนวคิดศูนย์ความเป็นเลิศด้านบริการ หรือ CoSE (Center of Service Excellence) มาใช้ยกระดับประสบการณ์ลูกค้าในทุกจุดสัมผัส โดยมุ่งเน้นการให้บริการที่ช่วยยืดอายุการใช้งานของผลิตภัณฑ์ ลดความจำเป็นในการเปลี่ยนอุปกรณ์ และควบคุมค่าใช้จ่ายให้ลูกค้า ซึ่งถือเป็นการประยุกต์ใช้แนวคิดความยั่งยืนให้เกิดประโยชน์ต่อผู้บริโภคอย่างเป็นรูปธรรม
ขณะเดียวกันในมิติของการบริหารจัดการภายในและการเงิน พรภัค อุไพศิลป์สถาพร ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายการเงินและการบริหาร ได้ชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของการทรานส์ฟอร์มองค์กรโดยการนำเทคโนโลยี AI เข้ามาใช้ในทุกส่วนงานเพื่อลดความซับซ้อนและช่วยให้บุคลากรมีเวลาโฟกัสกับงานที่สร้างมูลค่าได้มากขึ้น
พร้อมทิ้งท้ายด้วยวิสัยทัศน์ที่สะท้อนดีเอ็นเอของแบรนด์ว่า “การเติบโตที่แท้จริง ต้องขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีควบคู่ความรับผิดชอบ เพื่อดูแลทั้งธุรกิจ สังคม และคุณภาพชีวิตไปพร้อมกัน”





