วันอาทิตย์ ที่ 5 เมษายน 2569

Login
Login

ADI ปักหมุดขยายฐานผลิตชิปที่ไทย ดันไทยศูนย์กลางเซมิคอนดักเตอร์

ADI ปักหมุดขยายฐานผลิตชิปที่ไทย ดันไทยศูนย์กลางเซมิคอนดักเตอร์

การสร้างความยืดหยุ่นให้กับห่วงโซ่อุปทานหรือซัพพลายเชนระดับโลกคือกลยุทธ์ที่บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ต่างให้ความสำคัญสูงสุด เพื่อให้ตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น ท่ามกลางการแข่งขันขันของตลาดโลกที่มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา

ล่าสุดวันที่ 19 มีนาคม 2026 ที่ผ่านมา ประเทศไทยได้ตอกย้ำศักยภาพการเป็นศูนย์กลางทางยุทธศาสตร์ที่สำคัญอีกครั้ง เมื่อ อนาล็อก ดีไวเซส (Analog Devices, Inc. หรือ ADI) ผู้นำด้านเซมิคอนดักเตอร์ระดับโลก ประกาศเปิดตัวฐานการผลิตขั้นสูงแห่งใหม่ในประเทศไทย เพื่อเพิ่มขีดความสามารถด้านการผลิตและการทดสอบขั้นสูง การขยายฐานการผลิตในพื้นที่จังหวัดชลบุรีครั้งนี้ไม่เพียงแต่เสริมความแข็งแกร่งให้กับเครือข่ายการผลิตระดับโลก แต่ยังเป็นการขยายกำลังการผลิตเซมิคอนดักเตอร์ที่มีความยืดหยุ่นและยั่งยืนในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกอีกด้วย

ADI ปักหมุดขยายฐานผลิตชิปที่ไทย ดันไทยศูนย์กลางเซมิคอนดักเตอร์

ยุทธศาสตร์การผลิตแบบไฮบริด

การก้าวเดินของ ADI ในครั้งนี้เป็นการต่อยอดจากกลยุทธ์การผลิตแบบไฮบริด (Hybrid Manufacturing Strategy) ของบริษัท ซึ่งอาศัยเครือข่ายโรงงานภายในองค์กรและพันธมิตรจากภายนอกทั่วโลก ทั้งโรงงานผลิตแผ่นเวเฟอร์ (Foundry) และผู้ให้บริการประกอบและทดสอบเซมิคอนดักเตอร์ (OSAT) เพื่อส่งมอบโซลูชันที่มีความยืดหยุ่นและมีประสิทธิภาพสูง

วินเซนต์ โรช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและประธานกรรมการของ ADI ได้เน้นย้ำว่า ประเทศไทยคือหนึ่งในศูนย์กลางทางยุทธศาสตร์ที่สำคัญในเครือข่ายการผลิตระดับโลกของบริษัท การขยายฐานการผลิตในครั้งนี้ตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นระยะยาวของ ADI ที่มีต่อประเทศไทยและภูมิภาคนี้ ในฐานะฟันเฟืองชิ้นสำคัญที่ช่วยให้บริษัทส่งมอบเทคโนโลยีระดับโลกที่มีทั้งความน่าเชื่อถือและยั่งยืน ในขณะที่ความต้องการของลูกค้ามีวิวัฒนาการไปอย่างต่อเนื่อง

ADI ปักหมุดขยายฐานผลิตชิปที่ไทย ดันไทยศูนย์กลางเซมิคอนดักเตอร์

ยกระดับศูนย์กลางการทดสอบเซมิคอนดักเตอร์

เมื่อเจาะลึกเข้ามาในกระบวนการผลิต อนาล็อก ดีไวเซส ประเทศไทย (ADTH) ซึ่งก่อตั้งขึ้นในปี 2000 ถือเป็นหนึ่งในฐานการผลิตปลายน้ำ (Backend Manufacturing) ที่สำคัญที่สุดของ ADI ซึ่งรองรับตลาดอุตสาหกรรม ยานยนต์ การสื่อสาร สินค้าอุปโภคบริโภค และระบบสุขภาพดิจิทัล โรงงานแห่งนี้ได้มีการเพิ่มพื้นที่ห้องปลอดเชื้อ (Cleanroom) และเตรียมความพร้อมสำหรับการทดสอบ รวมถึงขยายกำลังการผลิตอย่างมีนัยสำคัญ การยกระดับครั้งนี้ทำให้ ADI เพิ่มขีดความสามารถในกระบวนการทดสอบทางไฟฟ้าทั้งในระดับแผ่นเวเฟอร์ (Wafer-level Processing) ผลิตภัณฑ์ขั้นสูงแบบอื่นๆ (Chip Scale Packaging) และการทดสอบไอซีขั้นสุดท้าย (Final IC test) อีกทั้งโรงงานยังได้รับการออกแบบให้เป็นศูนย์กลางแห่งนวัตกรรมและระบบอัตโนมัติ โดยผสานเทคโนโลยีการผลิตขั้นสูงเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ความแม่นยำ และการดำเนินงานอัจฉริยะ

โอกาสทองของไทยบนเวทีชิปโลก

นอกจากการขยายฐานการผลิตของ ADI จะเป็นความสำเร็จของบริษัทแล้ว ยังนับเป็นโอกาสมหาศาลที่ประเทศไทยจะได้รับในหลายมิติ โอกาสแรกคือการดึงดูดการลงทุนและยกระดับอุตสาหกรรมของประเทศ โดยโรงงานแห่งนี้ตั้งอยู่ในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ซึ่งมีโครงสร้างพื้นฐานที่แข็งแกร่ง พร้อมการเข้าถึงบุคลากรด้านวิศวกรรมที่มีทักษะ และสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่มีเสถียรภาพและเป็นกลาง ปัจจัยเหล่านี้ตอกย้ำให้เห็นว่าประเทศไทยมีความพร้อมในการเป็นฐานที่มั่นสำคัญของซัพพลายเชนระดับโลก

โอกาสที่สองคือการถ่ายทอดองค์ความรู้ระดับแนวหน้า โดย ADI ยังคงเดินหน้าลงทุนในการพัฒนาบุคลากรด้านเซมิคอนดักเตอร์ของประเทศไทยที่กำลังเติบโตผ่านโครงการ ADI Thailand Academy และความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยชั้นนำของไทย โครงการเหล่านี้ช่วยสนับสนุนการพัฒนาทักษะด้านวิศวกรรมและเทคนิคในสาขาสำคัญ เช่น วิศวกรรมการทดสอบ ระบบอัตโนมัติ การวิเคราะห์หาข้อผิดพลาดเพื่อปรับปรุงคุณภาพ และเทคโนโลยีโรงงานอัจฉริยะ

นอกจากนี้ โรงงานแห่งนี้ยังสนับสนุนการขยายโครงการฝึกงานและโครงการพัฒนาบุคลากรในระยะยาว เพื่อช่วยสร้างบุคลากรรุ่นใหม่ให้กับอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ สิ่งเหล่านี้จะช่วยสร้างรากฐานบุคลากรวิศวกรรมของไทยให้แข็งแกร่งและก้าวทันเทคโนโลยีแห่งอนาคต

ADI ปักหมุดขยายฐานผลิตชิปที่ไทย ดันไทยศูนย์กลางเซมิคอนดักเตอร์

ต้นแบบโรงงานอัจฉริยะสีเขียว

ในโลกอุตสาหกรรมยุคใหม่ ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีต้องเดินเคียงคู่ไปกับการรักษาสิ่งแวดล้อม อาคารดำเนินงานแห่งใหม่นี้ได้รับการออกแบบให้เป็นอาคารอัจฉริยะที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โรงงานแห่งนี้ได้รับการพัฒนาให้สอดคล้องกับมาตรฐาน LEED ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ ADI ในการดำเนินการผลิตที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม และถือเป็นโรงงานแห่งแรกในเครือข่ายการผลิตของ ADI ที่ถูกสร้างขึ้นด้วยเป้าหมายเพื่อผ่านการรับรองมาตรฐาน LEED ระดับ Platinum

การขยายการลงทุนในครั้งนี้ ยังสนับสนุนเป้าหมายด้านความยั่งยืนของ ADI ซึ่งรวมถึงการใช้ไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน 100 เปอร์เซ็นต์ การออกแบบโรงงานที่ประหยัดพลังงาน ระบบรีไซเคิลน้ำที่ทันสมัย และการติดตามผลด้านสิ่งแวดล้อมแบบเรียลไทม์ ที่สำคัญยิ่งกว่านั้น ADTH ยังเป็นผู้ผลิตเซมิคอนดักเตอร์รายแรกในประเทศไทยที่นำไนโตรเจนเหลวคาร์บอนต่ำ (Low-carbon Liquid Nitrogen) มาใช้ ช่วยลดการปล่อยคาร์บอนในกระบวนการทดสอบ ซึ่งตอกย้ำบทบาทความเป็นผู้นำของ ADI ในด้านการผลิตเซมิคอนดักเตอร์อย่างยั่งยืน