โลกของเทคโนโลยีหมุนเร็วจนน่าตกใจ สิ่งที่เคยเป็นแค่ฟีเจอร์ในวันวาน กลายเป็นมาตรฐานในวันนี้ แต่สำหรับ Samsung ก้าวต่อไปในปี 2026 ไม่ใช่แค่การอัดสเปกให้แรงหรือแข่งกันที่ฮาร์ดแวร์อีกต่อไป
วันนี้ KT Review กรุงเทพธุรกิจไอที จะมาเจาะลึกวิสัยทัศน์ล่าสุดของ Samsung ที่เพิ่งประกาศออกมาไม่นานนี้ เมื่อยักษ์ใหญ่แห่งวงการประกาศตัวเป็น “Your Companion to AI Living” หรือเพื่อนคู่คิดที่จะเข้ามาสิงสถิตอยู่ในทุกจังหวะชีวิตของเรา
จาก Smart Home สู่ AI Companion
ลืมภาพจำของบ้านอัจฉริยะแบบเดิมๆ ที่เราต้องคอยกดแอป สั่งงานไปได้เลย เพราะซัมซุงกำลังปูพรมปี 2026 ด้วยแนวคิดที่ลึกซึ้งกว่านั้น เซยุน คิม แม่ทัพใหญ่ของไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ ย้ำชัดเจนว่า AI ในมุมมองใหม่ต้องเป็น “Companion” ที่เข้าใจบริบทชีวิต ไม่ว่าบ้านของคุณจะเป็นโฮมออฟฟิศ พื้นที่พักผ่อน หรือศูนย์รวมของครอบครัวหลายเจเนอเรชัน
กุญแจสำคัญคือความเข้าใจ Insight ของคนไทยที่มองหา “คุณค่า” มากกว่าแค่ลูกเล่นหวือหวา Samsung จึงไม่ได้แค่ใส่ชิป AI เข้าไปในอุปกรณ์ แต่สร้าง Ecosystem ที่เชื่อมต่อ Mobile, TV และเครื่องใช้ไฟฟ้าให้คุยกันรู้เรื่อง เพื่อมอบประสบการณ์ที่ไร้รอยต่อ การที่ Samsung ครองความเป็นผู้นำในตลาดหลักทั้งมือถือและทีวีมายาวนาน ทำให้พวกเขามีฐานข้อมูลและความเข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภคที่แน่นปึ้ก ซึ่งเป็นแต้มต่อสำคัญในการเทรน AI ให้ "รู้ใจ" เราจริงๆ
ทีวีที่มากกว่าจอตู้ แต่คือ Vision AI Companion
วิวัฒนาการของทีวีในปี 2026 ซัมซุงนิยามทีวีใหม่ว่าเป็น “AI Entertainment Companion” โดยมีหัวใจสำคัญคือแพลตฟอร์ม Vision AI Companion (VAC) ซึ่งฉลาดพอที่จะดูไปพร้อมกับเรา ไม่ใช่แค่แสดงภาพ แต่เข้าใจว่าเรากำลังดูข่าว ดูบอล หรือดูซีรีส์ แล้วปรับแต่งประสบการณ์ให้แมตช์กับเราแบบเรียลไทม์
ความเจ๋งคือ VAC จะถูกใส่มาในทีวี Samsung เกือบทุกซีรีส์ และฟีเจอร์ที่คอบอลไทยต้องกรีดร้องคือ AI Soccer Mode ที่จูนภาพและเสียงให้ได้อรรถรสเหมือนนั่งอยู่ขอบสนาม นอกจากนี้ ในแง่ของนวัตกรรมจอภาพ Samsung เตรียมปล่อยของแรงอย่าง Micro RGB ขนาด 130 นิ้ว ครั้งแรกของโลก ซึ่งยกระดับความคมชัดและสีสันไปอีกขั้น และที่สำคัญ Samsung แก้จุดอ่อนเรื่องทีวีตกรุ่นด้วยการการันตีอัปเดต Tizen OS นานถึง 7 ปี สำหรับทีวี AI รุ่นใหม่ ทำให้ทีวีของคุณฉลาดขึ้นเรื่อยๆ ตามกาลเวลา ไม่โดนลอยแพแน่นอน
เครื่องใช้ไฟฟ้าที่คิดแทนเรา
ข้ามมาฝั่งงานบ้านที่ใครหลายคนเบื่อหน่าย ซัมซุงแก้เกมด้วย Bespoke AI Series ที่เปลี่ยนสถานะจากเครื่องใช้ไฟฟ้าเป็น “Home Living Companion” ลองจินตนาการถึงตู้เย็น Bespoke AI Refrigerator Family Hub ที่มี AI Vision คอยส่องวัตถุดิบข้างใน แจ้งเตือนวันหมดอายุ และที่พีคคือมันทำงานร่วมกับ Google Gemini เพื่อช่วยวางแผนมื้ออาหารให้เราได้ด้วย
หรือจะเป็นเรื่องซักผ้าที่ Bespoke AI Laundry Combo เข้ามาจัดการให้เบ็ดเสร็จ ด้วยฟีเจอร์ AI Wash and Dry ที่มีเซนเซอร์อัจฉริยะคำนวณน้ำหนัก แยกเนื้อผ้า และกะปริมาณน้ำยาซักผ้าให้เองเสร็จสรรพ ความอัจฉริยะเหล่านี้สะท้อนผ่านตัวเลขผู้ใช้งาน SmartThings ในไทยที่พุ่งสูงกว่า 4.4 ล้านราย แสดงให้เห็นว่าคนไทยเริ่มเปิดใจให้ AI เข้ามาช่วยจัดการชีวิตมากขึ้น และเพื่อความลื่นไหล Samsung ยังขยายประสบการณ์ One UI จากมือถือไปสู่หน้าจอเครื่องใช้ไฟฟ้า เพื่อให้การใช้งานทุกอุปกรณ์มีหน้าตาและความรู้สึกที่คุ้นเคยเหมือนกันหมด
โซลูชันเพื่อธุรกิจที่ยั่งยืน
ไม่ใช่แค่เรื่องในบ้าน ในภาคธุรกิจซัมซุงก็รุกหนักด้วยจอภาพเชิงพาณิชย์และระบบปรับอากาศอัจฉริยะ อย่างเทคโนโลยี Spatial Signage จอ 3 มิติที่ไม่ต้องใส่แว่น ซึ่งเตรียมจะมาปฏิวัติวงการโฆษณา หรือจะเป็นระบบแอร์ Bespoke AI WindFree PRO ที่เน้นความเย็นสบายพร้อมประหยัดไฟด้วย AI Energy Mode
บทสรุปของก้าวใหม่ในปี 2026 นี้ Samsung ไม่ได้มองแค่การขายของ แต่ประกาศตัวชัดเจนว่าจะลงทุนระยะยาวในไทยเพื่อเติบโตไปพร้อมกับสังคม การเปลี่ยนผ่านจากผู้ผลิตสินค้าสู่การเป็น “เพื่อนคู่คิด” คือเดิมพันครั้งใหญ่ที่น่าจับตามอง เพราะถ้า AI ทำงานได้เนียนสนิทไปกับชีวิตเราได้อย่างที่ Samsung ว่าไว้ อนาคตของการใช้ชีวิตแบบ Smart Living ในเมืองไทยคงจะสนุกและสะดวกสบายขึ้นกว่าเดิมอีกหลายเท่าตัว





