วันพฤหัสบดี ที่ 26 มีนาคม 2569

Login
Login

'Data Streaming' กุญแจสำคัญ ปลดล็อกธุรกิจสู่ยุค 'Agentic AI'

'Data Streaming' กุญแจสำคัญ ปลดล็อกธุรกิจสู่ยุค 'Agentic AI'

เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ได้ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงกระบวนทัศน์ครั้งสำคัญ เทียบเท่ากับการเปลี่ยนผ่านจากเมนเฟรมไปสู่เดสก์ท็อป จากอินเทอร์เน็ตไปสู่โมบาย...

ฌอน โคลว์ส ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายผลิตภัณฑ์ คอนฟลูเอนท์ (Confluent) ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มดาต้าสตรีมมิง เปิดมุมมองว่า การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นนี้กำลังเปลี่ยนวิธีการทำงานและมุมมองต่อการทำงานไปอย่างสิ้นเชิง

อย่างไรก็ดี แม้ว่า AI จะมีมานานแล้ว แต่ความแตกต่างครั้งใหญ่ของ Generative AI (Gen AI) อยู่ที่วิธีการสร้างโมเดลและการโต้ตอบกับผู้ใช้

ขณะที่โมเดลแมชีนเลิร์นนิงแบบดั้งเดิมมักประมวลผลผ่านกระบวนการแบบแบทช์ออฟไลน์และนำกลับมาใช้ซ้ำได้ยากนอกบริบทเดิม แต่ Gen AI ได้เปลี่ยนไปสู่การสร้างโมเดลวัตถุประสงค์ทั่วไปขนาดใหญ่ที่สามารถนำไปใช้ซ้ำได้ในแอปพลิเคชันจำนวนมาก

สิ่งที่ท้าทายคือ แม้จะมีศักยภาพสูง แต่ความท้าทายที่ใหญ่ที่สุดของ Gen AI คือการที่โมเดลทั่วไปเหล่านี้ อาจไม่มีความเข้าใจในธุรกิจ ลูกค้า และข้อมูล ที่เพียงพอ

ข้อมูลระบุว่า 95% ของโครงการ GenAI ไม่สามารถสร้างผลตอบแทนได้ เนื่องจากโมเดล LLM ขาด “บริบท” ที่จำเป็นต่อการตัดสินใจอย่างน่าเชื่อถือ องค์กรจึงต้องพึ่งพาหลายโซลูชันเพื่อปิดช่องว่างนี้ ส่งผลให้เกิดเวิร์กโฟลว์ที่ซับซ้อนและขยายการใช้งานได้ยาก

อีกทางหนึ่ง องค์กรต้องเผชิญแรงกดดันในการปรับระบบให้ทันสมัย และต้องส่งมอบประสบการณ์/การดำเนินงานแบบเรียลไทม์ แต่ทีมงานมักต้องเลือกระหว่าง “ความเร็ว” กับ “การกำกับดูแล” โดยการเร่งขยายระบบให้เร็วเกินไปอาจเสี่ยงต่อการไม่สอดคล้องตามข้อกำกับดูแล ในขณะที่การควบคุมที่เข้มงวดเกินไปก็ทำให้การสร้างนวัตกรรมช้าลง

หลายองค์กรยังไม่สามารถนำ AI มาใช้งานได้จริง เพราะข้อมูลถูกแยกอยู่ในระบบที่ไม่เชื่อมต่อกัน อีกทั้งการทำงานของกระบวนการรวมข้อมูลแบบเดิมและการเชื่อมสถาปัตยกรรมข้อมูลแบบแมนนวลถูกสร้างขึ้นเพื่อแก้ปัญหา แต่กลับทำให้ทีมงานทำงานได้ช้าลงกว่าเดิม

ก้าวเข้าสู่ "คลื่นลูกที่สาม" ของ AI

  • จาก Predictive AI (ยุคแรก): เน้นการทำนายผล เช่น การทำนายว่าลูกค้าคนใดจะยกเลิกบริการ (customer churn) แต่เมื่อ AI ทำนายแล้ว ยังคงต้องมีมนุษย์เข้ามาดำเนินการต่อเพื่อรักษากลุ่มลูกค้านั้นไว้
  • Generative AI (ยุคที่สอง): เช่น ChatGPT ได้มีการเพิ่ม "สมอง" เข้าไปในระบบ AI ซึ่งช่วยให้ระบบเหล่านี้สามารถโต้ตอบและตอบสนองได้แบบเรียลไทม์
  • Agentic AI (ยุคปัจจุบัน): นอกเหนือจากการตอบสนองแบบ Gen AI แล้ว Agentic AI ยังสามารถดำเนินการ (take action) ได้ด้วย

ดังนั้นเพื่อให้องค์กรสามารถสร้างแอปพลิเคชัน Gen AI และ Agentic AI ในระดับที่ใหญ่ขึ้นและมีเสถียรภาพได้จำเป็นต้องใช้แพลตฟอร์ม “Data Streaming” เพื่อช่วยในการบูรณาการข้อมูล ทำให้สามารถรวมข้อมูลทั้งหมดจากระบบต่างๆ ที่องค์กรใช้งาน และเตรียมข้อมูลให้พร้อมสำหรับโมเดล AI

รวมไปถึง การขับเคลื่อนด้วยเหตุการณ์ (Event Driven Approach) เป็นแนวทางที่สำคัญในการออกแบบ ช่วยให้แอปพลิเคชันที่ต้องเผชิญหน้ากับลูกค้าถูกแยกออกจาก AI ที่ทำงานอยู่เบื้องหลัง ทำให้เกิดความยืดหยุ่นสูง เนื่องจากองค์กรสามารถปรับเปลี่ยนเทคโนโลยีที่แตกต่างกันตามนวัตกรรมใหม่ๆ ได้

สำหรับคอนฟลูเอนท์ มุ่งนำเสนอโซลูชันที่จะเข้ามาตอบโจทย์ความต้องการขององค์กรในการเริ่มต้นและขยายระบบ AI ที่ขับเคลื่อนด้วยเหตุการณ์ (event-driven AI) บนสถาปัตยกรรมที่มีการจัดการอย่างครบวงจร

ขณะเดียวกัน ขับเคลื่อนการวิเคราะห์และประมวลผลข้อมูลแบบเรียลไทม์ทั่วทั้งระบบคลาวด์ พร้อมส่งมอบบริบทที่ถูกต้องเข้าสู่แอปพลิเคชัน AI โดยตรง เพื่อให้ได้ระบบ AI ที่เชื่อถือได้ ปลอดภัย และรองรับการขยายการใช้งานได้ตรงกับบริบทของธุรกิจ

โดยมีผลิตภัณฑ์เรือธงคือ Tableflow โซลูชันครบวงจร มีความสามารถในการเชื่อมโยงระบบปฏิบัติการ ระบบวิเคราะห์ และระบบ AI เข้าด้วยกันในสภาพแวดล้อมแบบ Hybrid และ Multicloud