บริการ “ซื้อก่อนจ่ายที่หลัง” โตแรงบนแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซที่เติบโตก้าวกระโดด เปิดช่องคนไทย "ก่อหนี้ง่าย" ขึ้น จุดเสี่ยง ‘หนี้เสีย’ นักวิเคราะห์เตือนระบบกำกับดูแลต้องเร่งตามให้ทัน ด้านผู้บริหารช้อปปี้ 'SPayLater’ ยันแพลตฟอร์มอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของแบงก์ชาติ ระบบออกแบบให้ผู้ใช้ก่อหนี้ในระดับที่ปลอดภัย เข้มงวดคุณสมบัติก่อนอนุมัติวงเงิน มั่นใจคุมความเสี่ยงได้ ด้าน ‘ลาซาด้า’ เผยมีทีมประเมินเครดิต-ความเสี่ยงลูกค้า ก่อนปล่อยวงเงิน
ช่วงเวลาไม่นาน บริการซื้อก่อน จ่ายทีหลัง (Buy Now Pay Later) หรือ BNPL ได้ไต่ขึ้นมาเป็นหนึ่งในบริการทางการเงินที่เติบโตเร็วอย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของพฤติกรรมผู้บริโภคที่เคลื่อนสู่โลกดิจิทัลเต็มรูปแบบ แต่ท่ามกลางความสะดวกที่เกิดขึ้นเพียงปลายนิ้วแตะหน้าจอ เงาความเสี่ยงด้านหนี้ครัวเรือนกำลังขยายตัวเงียบๆ และเริ่มส่งสัญญาณว่า อาจเป็นแรงสั่นสะเทือนใหม่ต่อระบบการเงินไทยในระยะยาว หากไม่มีมาตรการคุมเข้มหรือเท่าทันเพียงพอ
เข้าถึงบริการง่าย จุดเสี่ยงหนี้พุ่ง
แหล่งข่าวในวงการอีคอมเมิร์ซ-ฟินเทคในไทย ให้ความเห็นประเด็นนี้ว่า แรงเหวี่ยงของ BNPL ชัดเจนที่สุดบนแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ ซึ่งกำลังกลายเป็นช่องทางค้าปลีก ขาย และจับจ่ายซื้อสินค้าหลักของผู้บริโภคไทย การเข้าถึงบริการที่ง่าย อนุมัติวงเงินที่รวดเร็ว ขั้นตอนการสมัครไม่ซับซ้อน ล้วนตอบโจทย์ความต้องการผู้บริโภค โดยเฉพาะกลุ่มวัยเริ่มทำงาน ทำให้ BNPL กลายเป็น “เครดิตพร้อมใช้” ที่ตอบสนองต่อเศรษฐกิจความเร่งด่วนของคนรุ่นใหม่อย่างลงตัว
หากความง่ายนี้เองกำลังท้าทายเสถียรภาพของระบบการเงินในมิติใหม่ เพราะผู้ใช้จำนวนมากไม่ได้ตระหนักว่าตัวเองกำลังก่อหนี้เพิ่มขึ้นโดยไม่รู้ตัว และผู้ให้บริการอาจมีช่องโหว่ที่ระบบตรวจสอบภาระหนี้รวม “ไม่เข้มข้น” เหมือนผู้ให้กู้แบบดั้งเดิม ดังนั้น ผู้ที่กำกับดูแลบริการการเงินในประเภทนี้ ต้องเท่าทัน และหามาตรการควบคุมอย่างเหมาะสม
นักเศรษฐศาสตร์หลายฝ่ายเตือนสอดคล้องกันว่า BNPL อาจเป็น “จุดเริ่มต้นของหนี้ยุคใหม่” ซึ่งเกิดขึ้นจากการประเมินพฤติกรรมการซื้อ มากกว่าความสามารถชำระเงินได้จริง ขณะที่ผู้บริโภคสามารถเปิดบัญชี BNPL ได้หลายผู้ให้บริการ โดยที่ผู้ให้บริการต่างฝ่ายต่างไม่รู้ข้อมูลของกัน และกันมากเพียงพอ จึงเป็นความเสี่ยงที่น่าจับตาถึงผลกระทบขนาดใหญ่ที่อาจก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว
ความกังวลเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ เมื่อเศรษฐกิจไทยมีสัญญาณฟื้นตัวช้า ค่าแรงไม่โตเท่าค่าครองชีพ และประชาชนจำนวนมากไม่มีเงินสำรอง หากรายได้สะดุดเพียงไม่กี่เดือน กลุ่มผู้ใช้ BNPL จะเป็นกลุ่มแรกที่เข้าสู่ภาวะผิดนัดชำระ อาจเพราะสินค้าที่ซื้อส่วนใหญ่ไม่ใช่สินค้าจำเป็นต่อชีวิตประจำวัน แต่เป็นการใช้จ่ายเพื่อความสะดวก ความอยาก หรือโปรโมชั่นที่เร่งการตัดสินใจ
ภายใต้บริบทดังกล่าว บริการ SPayLater ของช้อปปี้ แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซเบอร์หนึ่งของไทย จึงเป็นกรณีศึกษาที่น่าจับตา เพราะถือเป็นผู้เล่นในตลาด BNPL ที่เติบโตเร็วที่สุดรายหนึ่งในไทย เช่นเดียวกับ ลาซาด้า Paylater ที่กำลังได้รับความนิยมต่อเนื่อง
‘ช้อปปี้ SPayLater’ยันเข้มบริหารความเสี่ยง
แม้ BNPL จะถูกวิพากษ์วิจารณ์เรื่องความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้น แต่ผู้บริหารที่ดูแลบริการ SPayLater ยืนยันว่า บริการถูกออกแบบให้เติบโตภายใต้โครงสร้างบริหารความเสี่ยงที่เข้มงวดกว่าผู้ให้บริการส่วนใหญ่ในภูมิภาคนี้
นายศุภวิทย์ หงส์อมรสิน ผู้บริหารประจำประเทศไทย บริษัท Monee (มันนี่) บริษัทในเครือ ซี กรุ๊ป บริษัทแม่ของช้อปปี้ กล่าวกับ “กรุงเทพธุรกิจ” ยืนยันว่า เป้าหมายของ SPayLater ต้องการช่วยให้ผู้บริโภคบริหารจัดการกระแสเงินสดได้อย่างมีประสิทธิภาพ จากผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่เข้าถึงง่ายตอบโจทย์ความต้องการในชีวิตประจำวันของคนยุคใหม่
เขาอธิบายว่า ในโลกของแพลตฟอร์มที่แข่งขันด้วยความเร็วบริการ SPayLater เลือกวางโครงสร้างความปลอดภัยแบบหลายชั้น ตั้งแต่คัดกรองผู้ใช้เชิงลึก ผ่านการประเมินความสามารถในการชำระจากข้อมูลหลายมิติ ไม่ใช่เพียงพฤติกรรมการซื้อ ทั้งยังกำหนดวงเงินให้อย่างเหมาะสมตามประวัติชำระเงิน และความเสี่ยงเฉพาะบุคคล มีทีมเครดิตเฉพาะทาง ที่ติดตามลูกค้าแบบใกล้ชิดมากกว่าบริษัทฟินเทคทั่วไป
"เรากําหนดวงเงินสินเชื่อที่รับผิดชอบจากหลากหลายปัจจัย รวมถึงพฤติกรรมการใช้จ่าย และประวัติการชำระเงินของแต่ละบุคคล โดยขึ้นอยู่กับประวัติการทำธุรกรรมของผู้ใช้งาน มาตรการเหล่านี้ มีส่วนช่วยในการป้องกันไม่ให้ผู้ใช้งานรับภาระทางการเงินมากเกินไป และสนับสนุนความยืดหยุ่นทางเครดิตให้กับผู้บริโภคในระยะยาว"
นายศุภวิทย์ กล่าวว่า บริษัทยังส่งเสริมความรู้ทางการเงิน ผ่านบทความ เกมการเงิน และเครื่องมือที่โปร่งใสในแพลตฟอร์ม ที่สำคัญบริษัทปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) อย่างเคร่งครัด ดังนั้น SPayLater จึงเป็นระบบที่พยายามออกแบบให้ผู้ใช้ก่อหนี้ในระดับที่ปลอดภัยต่อทั้งตัวเองและระบบในระยะยาว
‘ช้อปปี้-ลาซาด้า’ เข้มคุณสมบัติก่อนปล่อยวงเงิน
สิ่งสำคัญคือ SPayLater ไม่ได้พยายามแข่งขันด้วยการปล่อยวงเงินสูง แต่แข่งขันด้วย “คุณภาพการเติบโต” ซึ่งเป็นทิศทางเดียวกับที่ฟินเทคในสหรัฐ และยุโรปกำลังหันมาทบทวน หลังจากหลายประเทศเผชิญปัญหา BNPL ขยายเร็วเกินไปจนเสี่ยงต่อเสถียรภาพการเงิน
"เราให้ความสำคัญกับการบริหารความเสี่ยงอย่างรอบคอบ และมีมาตรการในการคัดกรองผู้สมัคร และผู้ใช้บริการอย่างรัดกุม เพื่อจัดการความเสี่ยงควบคู่ไปกับการควบคุมระดับหนี้เสียให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม เช่น การประเมินความสามารถในการชำระหนี้ และพฤติกรรมการใช้จ่าย เพื่อช่วยลดความเสี่ยง และส่งเสริมการใช้บริการอย่างมีความรับผิดชอบ เรายังคงติดตาม และปรับปรุง กระบวนการต่างๆ อย่างต่อเนื่องเพื่อรักษาสมดุล ระหว่างการขยายโอกาสทางการเงิน และป้องกันความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น" นายศุภวิทย์ กล่าว
ปัจจุบันบริการ SPayLater เป็นบริการที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง แม้ไม่สามารถเปิดเผยจํานวนผู้ใช้งานที่ชัดเจนได้ แต่บริษัทยืนยันได้ว่า การใช้งานยังคงเติบโตอย่างมั่นคง แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นที่ลูกค้ามีต่อแพลตฟอร์ม และความสําคัญของ SPayLater ในการสนับสนุนการเข้าถึงบริการทางการเงินอย่างทั่วถึง
ขณะที่ นางสาววาริสฐา เกียรติภิญโญชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ลาซาด้า ประเทศไทย กล่าวในประเด็นนี้เช่นกันว่า บริการ ลาซาด้า Paylater เป็นหนึ่งในบริการที่มีการใช้งานเติบโตต่อเนื่อง ที่เติบโตสูง คือ กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ ในส่วนนี้ทางบริษัทมีทีมงานดูแลโดยเฉพาะ มีการประเมินเครดิตความเสี่ยง และจะพิจารณาวงเงินใช้งานอย่างเหมาะสมกับลูกค้า
BNPL ในไทยยังเติบโตต่อเนื่อง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การเติบโตของ BNPL ในไทยไม่มีทีท่าชะลอตัว ยอดใช้จ่ายออนไลน์เพิ่มขึ้นไม่หยุด กลุ่มวัยทำงานใหม่เข้าระบบเครดิตเร็วกว่ารุ่นก่อน และแพลตฟอร์มต่างเร่งพัฒนาเครื่องมือทางการเงินของตนเองเพื่อรักษาลูกค้า แม้ปัจจุบันรายงานข้อมูล BNPL ของบางผู้ให้บริการ จะเริ่มเข้าสู่ระบบเครดิตบูโรแล้วก็ตาม แต่การบริหารความเสี่ยงเรื่องหนี้เสีย รวมถึงมาตรการคุ้มครองผู้บริโภคในกรณีผิดนัด ยังเป็นประเด็นที่น่าติดตาม
อย่างไรก็ตาม BNPL คือ หนึ่งในบริการการเงินที่เติบโตเร็วที่สุด และไทยกำลังเข้าสู่เวทีนี้อย่างเต็มตัว รูปแบบบริการที่เข้าถึงได้ง่าย ความสะดวกที่ได้ในวันนี้ อาจมีส่วนช่วยเพิ่มกำลังซื้อ ขยายตลาดออนไลน์ และเปิดโอกาสให้กลุ่มที่เข้าไม่ถึงสินเชื่อแบบดั้งเดิมมีทางเลือกใหม่ แต่หากขาดกติกา และวินัย และมาตรการกำกับดูแลที่เหมาะสม ระบบที่โตเร็วอาจเป็นระเบิดเวลาทางเศรษฐกิจที่สร้างปัญหาใหญ่ได้ในอนาคต
พิสูจน์อักษร....สุรีย์ ศิลาวงษ์





