วันพุธ ที่ 11 มีนาคม 2569

Login
Login

ดีอีเบรก "เน็ตคนละครึ่ง" ขอรีเซตเงื่อนไขใหม่ ชี้ 160 บาทยังแพง–ดาต้า 40GB น้อยเกินไป

ดีอีเบรก "เน็ตคนละครึ่ง" ขอรีเซตเงื่อนไขใหม่ ชี้ 160 บาทยังแพง–ดาต้า 40GB น้อยเกินไป

กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ส่อเบรกโครงการ “เน็ตคนละครึ่ง” หลังยังไม่เห็นด้วยกับอัตราค่าบริการรายเดือน 160 บาท และปริมาณดาต้า 40 กิกะไบต์ต่อเดือน ที่สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เสนอ โดยมองว่ายังแพงเกินไป และไม่ตอบโจทย์ประชาชนฐานราก

นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอี เปิดเผยว่า วาระโครงการเน็ตคนละครึ่ง จะยังไม่เข้าสู่การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันที่ 4 พฤศจิกายน นี้ แม้ก่อนหน้านี้จะมีกำหนดเสนอในวันที่ 28 ตุลาคม 2568 เนื่องจากกระทรวงดีอีเห็นว่ายังต้องมีการทบทวนรายละเอียดเพิ่มเติม โดยเฉพาะราคา และปริมาณดาต้าที่ประชาชนควรได้รับ

ผมยังไม่เคยสรุปอัตราดังกล่าวกับ กสทช. และยังไม่ทราบว่าตัวเลข 160 บาทกับดาต้า 40GB มาจากการคำนวณแบบใด เราต้องดูให้รอบด้าน เพราะโครงการนี้มีเป้าหมายช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยจริง ๆ ไม่ใช่แค่ลดราคาตามสูตรสำเร็จ

ทั้งนี้ โครงการเน็ตคนละครึ่งมีแนวคิดเพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่าย และเพิ่มโอกาสการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตของผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐกว่า 14 ล้านราย โดยจะใช้งบประมาณจาก กองทุนวิจัย และพัฒนากิจการกระจายเสียง โทรทัศน์ และโทรคมนาคมเพื่อประโยชน์สาธารณะ (กองทุน กทปส.) เป็นแหล่งสนับสนุน เพื่อขยายโอกาสทางการศึกษา และเศรษฐกิจดิจิทัลให้เข้าถึงทุกพื้นที่

อย่างไรก็ตาม ในการหารือเบื้องต้น สำนักงาน กสทช. เคยต่อรองกับผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ (โอเปอเรเตอร์) ซึ่งเสนอราคาบริการที่ 199 บาทต่อเดือน (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) ก่อนจะปรับลดเหลือ 160 บาทรวมภาษี โดยให้สิทธิดาต้า 40GB ต่อเดือน นาน 3 รอบบิล ทว่า ดีอีเห็นว่ายังไม่เพียงพอ และต้องการให้ภาคเอกชนร่วมรับภาระมากขึ้น เพื่อให้ประชาชนได้ใช้อินเทอร์เน็ตในราคาที่เหมาะสมจริง

นอกจากนี้ ยังมีอุปสรรคสำคัญคือ ผู้ถือบัตรสวัสดิการจำนวนมากยังใช้โทรศัพท์ระบบ 2G ซึ่งไม่รองรับการใช้งานอินเทอร์เน็ต จึงต้องหารือแนวทางสนับสนุนการอัปเกรดอุปกรณ์ให้สามารถเชื่อมต่อ 4G หรือ 5G ได้ เพื่อให้โครงการเกิดประโยชน์จริงในทางปฏิบัติ ไม่ใช่เพียงเชิงนโยบาย

ด้าน นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รองเลขาธิการและรักษาการแทนเลขาธิการ กสทช. ระบุว่า สำนักงานฯ อยู่ระหว่างรอหนังสือจากกระทรวงดีอีเพื่อปรับเงื่อนไขก่อนกลับมาหารือกับผู้ให้บริการอีกครั้ง โดยแนวทางอัตราค่าบริการ 160 บาทนั้น เป็นโมเดลที่เคยใช้ในช่วงโควิด-19 ซึ่งอาจไม่สอดคล้องกับบริบทเศรษฐกิจปัจจุบัน

ขณะเดียวกัน รมว.ดีอี ยังเผยถึงความคืบหน้าการปรับปรุง “พระราชกำหนดป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีฉบับใหม่” ที่อยู่ระหว่างเร่งรัดร่างให้ทันภายในเดือนพฤศจิกายน นี้ โดยจะเพิ่มบทลงโทษผู้กระทำผิด ตั้งหน่วยเฉพาะกิจด้านสแกมภายใน 1–2 เดือน และเพิ่มอำนาจเชิงรุกในการปราบปรามอาชญากรรมไซเบอร์

ผมยืนยันว่าจะไม่มีการละเว้น หากพบเจ้าหน้าที่รัฐ นักการเมือง หรือบุคลากรใดมีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการสแกม จะถูกดำเนินคดีโดยไม่ละเว้นเด็ดขาด

ทั้งนี้ ร่าง พ.ร.ก. ฉบับใหม่นี้ยังเพิ่มระบบคุ้มครองเจ้าหน้าที่ ที่ทำภารกิจข้ามพรมแดน พร้อมปรับกลไกตอบโต้ภัยไซเบอร์ให้รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในการปกป้องข้อมูล และเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศในระยะยาว

 

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์