ทรู คอร์ปอเรชั่น เดินหน้าทดสอบ Proof of Concept (POC) การรวมคลื่น 2300 MHz ที่มี 70 เมกะเฮิรตซ์ และ 2600 MHz ที่มีจำนวน 90 เมกะเฮิรตซ์ เข้าด้วยกันด้วยเทคโนโลยี Carrier Aggregation (CA) เพื่อเพิ่มศักยภาพเครือข่าย 5G ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น ผลการทดสอบพบว่าประสิทธิภาพโดยรวมเพิ่มขึ้นกว่า 80% เมื่อเทียบกับการใช้งานคลื่นเดี่ยว และในบางพื้นที่ที่ทรูได้เปิดใช้คลื่น 2600 MHz เต็มแบนด์วิดท์ 90 MHz ไปก่อนหน้านี้ พบว่าอัตราความเร็วสูงขึ้นกว่า 50%
ความสำเร็จดังกล่าวนับเป็นก้าวสำคัญของทรูในการสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับ 5G ไทย ทั้งด้านความเร็ว ความครอบคลุม และคุณภาพสัญญาณ โดยทรูวางเป้าหมายให้การรวมคลื่นครั้งนี้เป็นรากฐานของการให้บริการดิจิทัลในอนาคต ตั้งแต่การสื่อสาร การสตรีมมิ่ง ไปจนถึง IoT และบริการอัจฉริยะระดับเมือง
คูรัม อัชฟาค หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านเครือข่าย บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า จากจำนวนลูกค้าทรูในระบบ 47.5 ล้านราย ทรูให้ความสำคัญกับ 3 กลยุทธ์หลักในการพัฒนาเครือข่าย ได้แก่ Reliability, Superiority และ Innovation โดยเน้น “ความไว้วางใจได้” เป็นหัวใจสำคัญของการให้บริการ พร้อมนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ AI มาช่วยมอนิเตอร์โครงข่ายแบบเชิงคาดการณ์ ตรวจจับและแก้ไขปัญหาได้แบบเรียลไทม์ เพื่อยกระดับประสบการณ์การใช้งานให้เหนือกว่าในทุกมิติ
“One Network” รวมเสาสัญญาณทั่วประเทศ สู่โครงสร้างเครือข่ายใหม่ของไทย
การรวมคลื่น 2300 และ 2600 MHz ถือเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ใหญ่ “One Network” ที่ทรู และดีแทคดำเนินการมากว่า 2 ปีครึ่ง ซึ่งขณะนี้ได้เสร็จสมบูรณ์ทั่วประเทศแล้ว นับเป็นโครงการปรับโครงสร้างเครือข่ายครั้งใหญ่ที่สุดในอาเซียน โดยมีการรวมเสาสัญญาณและโครงสร้างพื้นฐานของทั้งสองเครือข่ายให้เป็นหนึ่งเดียว เพื่อเพิ่มความครอบคลุมของ 4G และ 5G ให้ทั่วถึงและมีเสถียรภาพสูงสุด
ประเทศ ตันกุรานันท์ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านเทคโนโลยีสารสนเทศของทรู กล่าวว่า หัวใจของ “One Network” คือ Network Modernization หรือการปรับโครงสร้างเครือข่ายให้ทันสมัยและมีประสิทธิภาพสูงสุด โดยใช้เทคโนโลยี Spectrum Pooling ผสานคลื่นความถี่สำคัญเข้าด้วยกัน ลูกค้าทรูและดีแทคจึงสามารถใช้งานทรัพยากรคลื่นร่วมกันได้อย่างไร้รอยต่อ ได้สัญญาณที่แข็งแรงกว่า ความเร็วเพิ่มขึ้น และคุณภาพเครือข่ายดีขึ้นทั่วประเทศ
ภายใต้โครงการนี้ ทีมวิศวกรกว่า 3,600 คน ใช้เวลาทำงานมากกว่า 17 ล้านชั่วโมง ครอบคลุมการปีนเสาสัญญาณทั่วประเทศรวมระยะทางแนวดิ่งกว่า 2,000 กิโลเมตร เพื่อสร้างโครงข่ายใหม่ที่มั่นคง ปลอดภัย และพร้อมรองรับบริการยุคหน้า เช่น AR, VR, Smart City และ AI Infrastructure
“One Network” ทำให้เครือข่าย 5G ของทรูและดีแทคมีความเร็วเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยลูกค้าดีแทคได้ความเร็วสูงขึ้น 4.39 เท่า ส่วนลูกค้าทรูเพิ่มขึ้น 1.09 เท่า สะท้อนถึงศักยภาพเครือข่ายที่ก้าวกระโดดทั้งด้านความเร็วและความครอบคลุม
“Power Up Nation’s Smile” พลังสัญญาณที่มากกว่าความเร็ว
โอลิเวอร์ กิตติพงษ์ วีระเตชะ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านแบรนด์และมีเดียของทรู คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า “เทคโนโลยีไม่ใช่แค่เรื่องของคลื่นหรือความเร็ว แต่คือพลังแห่งการเชื่อมต่อที่ส่งต่อความสุขให้ผู้คน” แนวคิด “POWER UP NATION’S SMILE – พร้อม! UP สัญญาณ UP ความสุข” จึงเกิดขึ้นจากความตั้งใจที่จะทำให้เครือข่ายที่แข็งแกร่งขึ้น ฉลาดขึ้น และเข้าใจผู้ใช้มากขึ้น
ทรูเดินหน้าส่งมอบพลังสัญญาณที่ดีกว่าผ่านทุกช่องทาง ทั้งการพัฒนาเครือข่าย 5G ที่เร็วขึ้น การดูแลลูกค้าด้วยแคมเปญ “ยิ่งอยู่นาน ยิ่งรักกัน” และการปรับโฉมศูนย์บริการให้สะท้อนถึงความอบอุ่นและความใส่ใจ เพื่อให้ทุกทัชพอยต์เต็มไปด้วยรอยยิ้มของลูกค้าทรูและดีแทคทั่วประเทศ
เครือข่ายที่ดีที่สุด 9 ปีซ้อน สู่อนาคตดิจิทัลที่ยั่งยืน
ทรูได้รับการจัดอันดับจาก สถาบัน nPerf ให้เป็นเครือข่ายที่ดีที่สุดในประเทศไทยติดต่อกันถึง 9 ปี โดยโดดเด่นในด้านความเร็วอัปโหลดและค่า Latency ต่ำที่สุด เมื่อผสานกับจุดแข็งของดีแทคด้านคุณภาพการใช้งานจริง ทั้งการท่องเว็บและสตรีมมิ่ง ยิ่งตอกย้ำว่า “One Network” คือเครือข่ายที่ดีที่สุดในไทยในเวลานี้
นอกจากความแรงและความครอบคลุมแล้ว ทรูยังให้ความสำคัญกับความปลอดภัยทางไซเบอร์ผ่านระบบ True CyberSafe ที่ใช้ AI ตรวจจับและบล็อกภัยคุกคามแบบเรียลไทม์ เพื่อให้ลูกค้าทุกคนเชื่อมต่อโลกดิจิทัลได้อย่างมั่นใจ





