วันอังคาร ที่ 3 มีนาคม 2569

Login
Login

‘เอดับบลิวเอส’ ชี้ ‘Agentic AI’ คลื่นเทคโนโลยีใหม่ พลิกเกมโลกธุรกิจ

‘เอดับบลิวเอส’ ชี้ ‘Agentic AI’ คลื่นเทคโนโลยีใหม่ พลิกเกมโลกธุรกิจ

วัตสัน ถิรภัทรพงศ์ ผู้จัดการประจำประเทศไทย อะเมซอน เว็บ เซอร์วิสเซส หรือ เอดับบลิวเอส ในเครือ Amazon.com เปิดมุมมองบนเวที Thailand Economic Outlook 2026 : Out of the Trap หัวข้อ Special Talk : Agentic AI : Unlocking Thailand’s Competitiveness ว่า ช่วง 2-3 ปีจากนี้ Agentic AI จะมีบทบาทอย่างมากต่อโลกธุรกิจ การทำงาน รวมถึงการใช้ชีวิตของผู้คน

Artificial General Intelligence (AGI) หรือ Super Intelligence ปัญญาประดิษฐ์ที่ฉลาดเทียบเท่าหรือเหนือกว่ามนุษย์อาจจะดูเป็นเรื่องที่ไกลตัว นักคิด และผู้บุกเบิกในวงการ AI ระดับโลกอย่าง แอนดรูว์ อึ้งได้ให้มุมมองที่น่าสนใจว่า AGI อาจยังเป็นเรื่องของอนาคต แต่สิ่งที่องค์กรควรจับตาดูอย่างเร่งด่วนคือ Agentic AI

เมื่อปี 2567 ได้เห็นว่าเป็นยุคที่ GenAI ทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยของมนุษย์ มาถึงปี 2568 นี้กลายเป็นผู้ร่วมงาน ส่วนอีก 2-3 ปีข้างหน้าจะกลายเป็นผู้บุกเบิกในการสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ ส่วนบทบาทของมนุษย์เป็นผู้สนับสนุนของการพัฒนา

ปัจจุบันมีการนำ Agentic AI ไปใช้งานในหลากหลายมิติ ที่น่าสนใจ เช่น การพัฒนาแอปพลิเคชันที่สามารถลดเวลาที่ต้องใช้คนทำงานลงไปได้ถึง 4,500 ปี และประหยัดค่าใช้จ่ายได้ถึง 260 ล้านดอลลาร์

‘AI Agent as-a-Service’ มาแน่!

จากข้อมูลของ Accenture พบว่าในปีนี้ พนักงาน 700,000 คน จากเกือบ 800,000 คนทั่วโลก จะต้องเข้ารับการฝึกอบรมเกี่ยวกับ Agentic AI โดยใน 2-3 ปีข้างหน้าคาดการณ์ว่างานต่างๆ 15% ถึง 30% จะมาจากการทำงานของผู้ช่วยหรือ Agent

AI Agent คืออะไร : AI Agent คือ ซอฟต์แวร์หรือโปรแกรมที่สามารถ :

  • มีความรู้สึก (Sense)
  • มีความสามารถในการคิด (Think)
  • มีความสามารถในการกระทำ (Act)

กล่าวได้ว่า Sense, Think, และ Act คือ 3 เรื่องที่สำคัญที่สุดของ AI Agent ต่อไปคอนเซปต์ที่จะเกิดขึ้นตามมาคือ โมเดล AI Agent as-a-Service ซึ่งสามารถนำไปปรับใช้ได้ตามความต้องการของในแต่อุตสาหกรรม

การสำรวจโดยเอดับบลิวเอสพบว่า การใช้ AI ในไทยเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยมีธุรกิจ 150,000 รายนำ AI มาใช้ในปี 2567 หรือเฉลี่ยเกือบทุก 3 นาทีที่จะมีธุรกิจใหม่นำ AI มาใช้ ที่น่าสนใจพบด้วยว่า ประเทศไทยมีการเติบโตของการใช้งาน ChatGPT เกือบ 3 เท่า

โดยอัตราการนำ AI มาใช้เพิ่มขึ้นเป็น 32% จากเดิม 24% เมื่อปีก่อน ธุรกิจที่นำ AI มาใช้แล้วเห็นประโยชน์คือ 67% มีรายได้เพิ่มขึ้นจากการเพิ่มผลผลิต และประสิทธิภาพ และ 81% มีประสิทธิภาพการทำงานดีขึ้น

ส่วนผลลัพธ์จากการใช้ AI ช่วยให้ธุรกิจสามารถยกระดับการบริการลูกค้า และความสัมพันธ์ (44%), ลงทุนในการฝึกอบรมพนักงาน (38%), พัฒนาผลิตภัณฑ์ และบริการใหม่ (35%) 

‘เอดับบลิวเอส’ ชี้ ‘Agentic AI’ คลื่นเทคโนโลยีใหม่ พลิกเกมโลกธุรกิจ

‘3 ความท้าทาย’ ธุรกิจต้องเผชิญ

เอดับบลิวเอส ชี้ว่า “3 ประเด็นความท้าทาย” ที่ธุรกิจกำลังเผชิญในเส้นทางการพัฒนาด้าน AI ของประเทศไทย ประกอบด้วย บุคลากร เงินลงทุน และการกำกับดูแล โจทย์ใหญ่ของทุกองค์กรท่ีต้องหาคำตอบให้ได้ว่าจะทำอย่างไรเพื่อให้ AI สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับธุรกิจ

จากการสำรวจ 47% ของธุรกิจรายงานว่า ช่องว่างด้านทักษะ เป็นอุปสรรคสำคัญที่ทำให้ไม่สามารถนำ AI มาใช้หรือขยายการใช้งานได้, 34% ของพนักงานได้รับการฝึกอบรมด้านดิจิทัลในปีที่ผ่านมา คิดเป็นสัดส่วนที่น้อยเพียง 1 ใน 3 เท่านั้น

ขณะที่ 38% ของธุรกิจกล่าวว่า ต้นทุนเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการนำ AI มาใช้ 27% ของการใช้จ่ายด้านเทคโนโลยีของธุรกิจไทยถูกจัดสรรให้กับ ค่าใช้จ่ายด้านการปฏิบัติตามกฎระเบียบ (compliance-related costs) และ 76% ของธุรกิจคาดว่าตัวเลขนี้จะเพิ่มขึ้นใน 3 ปีข้างหน้า

นอกจากนี้ 67% ของธุรกิจบอกว่าพวกเขามีแนวโน้มที่จะนำ AI มาใช้ และขยายการใช้งานมากขึ้นเมื่อภาครัฐเป็นผู้นำ และ 33% ของธุรกิจเป็นกังวลว่ากฎระเบียบเกี่ยวกับ AI อาจทำให้ นวัตกรรมและการนำ AI มาใช้ช้าลง

‘เอดับบลิวเอส’ ชี้ ‘Agentic AI’ คลื่นเทคโนโลยีใหม่ พลิกเกมโลกธุรกิจ

เจาะเส้นทาง ‘การพัฒนา AI’

วัตสันให้ข้อมูลว่า โดยภาพรวมการใช้งาน AI ในประเทศไทยยังเป็นเพียง "ขั้นพื้นฐาน" เช่นแปลภาษาหรือดูดวง​ซึ่งอาจไม่ได้ก่อให้เกิดประโยชน์หรือสร้างมูลค่าเพิ่มให้ธุรกิจมากนัก ฉะนั้นหากต้องการปลดล็อกศักยภาพของประเทศจำต้องมีการยกระดับนำไปใช้ในระดับสูงมากขึ้น 

สำหรับเส้นทางสู่การนำ AI ไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดมีหลายองค์ประกอบ เริ่มต้นจากปัญหา สิ่งแรกที่ต้องทำคือ การรู้ถึงปัญหาที่จะนำ AI ไปแก้ ไม่ใช่การตั้งต้นจากการอยากใช้ AI โดยไม่ทราบปัญหา

อีกหนึ่งประเด็นที่สำคัญอย่างมากคือ “ข้อมูล” ที่เป็นหัวใจสำคัญ เพราะหากปราศจากข้อมูลที่ดี ผลลัพธ์ที่ AI ตอบกลับมาผิดพลาดหรือไม่สมบูรณ์ เรื่องของข้อมูลนี้เป็นสิ่งที่จะล้อไปกับการพัฒนาเรื่อง AI เสมอ

การเริ่มต้นในเส้นทาง AI นั้นไม่จำเป็นต้องคิดให้ใหญ่เกินไป แต่ควรคิดให้พอดี และลงมือทำทันที พร้อมที่จะผิดพลาด และเดินหน้าทดสอบแนวคิด (Proof of Concept) สุดท้ายผู้ที่ประสบความสำเร็จคือผู้ที่สามารถขยายการใช้งาน (Scale) ไปได้เร็วที่สุด

เตรียมความพร้อมปูทางรับอนาคต :

  • ผู้บริหารระดับสูงควรทดลองใช้ AI ที่เกี่ยวข้องกับงานโดยตรง
  • ปัจจุบันมีเครื่องมือที่พร้อมให้ผู้ที่ไม่ต้องรู้เรื่องโปรแกรม สามารถสร้าง AI Agent ได้ (Low-code/No-code)
  • ทุกองค์กรจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับข้อมูล (Data) มากขึ้น
  • สิ่งสำคัญที่สุดคือ Mindset และการสนับสนุนให้พนักงานในองค์กรมีความสามารถ
  • สำหรับเยาวชน ทักษะที่สำคัญในอนาคตไม่ได้อยู่ที่การเรียนรู้เทคนิคเฉพาะทางที่อาจจะล้าหลัง แต่คือ การตั้งคำถามที่ดี ความคิดสร้างสรรค์ และ Digital Literacy

 

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์