คมสันต์ ลี ผู้ก่อตั้ง และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แฟลช เอ็กซ์เพรส จำกัด อธิบายว่า ธุรกิจใหม่นี้ไม่ใช่แพลตฟอร์มค้าปลีกที่เอื้อให้สินค้าจีนหลั่งไหลเข้ามาแข่งขัน แต่เป็น “เวที” ของแบรนด์ไทยที่ต้องการเติบโต และสร้างการยอมรับในเวทีโลก โดยตนอยากเห็นสินค้าคนไทย แบรนด์ไทย ได้ส่งออก และเล่าเรื่องราวของตัวเองในระดับสากล ผ่านอีโคซิสเต็มส์ที่เราคนไทยสร้าง และสนับสนุนด้วยกัน
โดยแพลตฟอร์มใหม่นี้จะยืนอยู่บนฐานที่แข็งแรงของแฟลช เอ็กซ์เพรส และพันธมิตรในสายโลจิสติกส์ไทย โดยมี Mad Unicorn เข้ามาช่วยเสริมบทบาทด้านเทคโนโลยีและเครื่องมือการตลาด เพื่อให้แบรนด์ไทยสามารถแข่งขันได้อย่างทัดเทียมในตลาดโลก
เป้าหมายของผมไม่ใช่การโฟกัสกับสินค้าจีนในไทย แต่คือ การเปิดทางให้สินค้าไทยได้ก้าวออกไปสู่ตลาดโลก ผ่านระบบนิเวศที่คนไทยสร้างขึ้น เพื่อสนับสนุนคนไทยอย่างแท้จริง
ย้อนกลับไปที่จุดเริ่มต้นของแฟลช เอ็กซ์เพรส เขาเล่าว่า แรงบันดาลใจในวันนั้น ไม่ใช่เพียงการทำธุรกิจขนส่ง แต่เป็นการปักธงให้แฟลชกลายเป็นหนึ่งในเสาหลักเศรษฐกิจไทย ช่วงโควิด-19 ธุรกิจอีคอมเมิร์ซโตเร็วมาก แต่ต้นทุนขนส่งกลับสูงลิ่วจน SME ไทยแทบอยู่ไม่ได้ เราตัดสินใจลดต้นทุนการขนส่ง เพื่อให้ผู้ค้าออนไลน์ยังมีโอกาสแข่งขันและรอดพ้นวิกฤติไปด้วยกัน นั่นคือ พันธกิจที่เรายืนเคียงข้างคนไทย
เขาเสริมว่า ถ้าเรามอง E-commerce อย่างเข้าใจ มันไม่ใช่ศัตรูของธุรกิจท้องถิ่น แต่มันคือ ‘โอกาส’ ที่จะพาแบรนด์ไทยขยายตลาดไร้พรมแดน โดยปัจจัยสำคัญคือ การมีเครื่องมือด้านโลจิสติกส์ และแพลตฟอร์มที่สร้างขึ้นโดยคนไทยเอง
"ยุคนี้การแข่งขันไม่ได้หยุดอยู่แค่ในประเทศ แต่คือ การแข่งขันระดับโลก ใครที่สร้างแบรนด์ได้จริง มีคุณค่าแท้จริง ก็จะไปได้ไกลกว่าที่เคยคิดไว้"
เขากล่าวด้วยความมั่นใจ และเน้นย้ำว่าพฤติกรรมผู้บริโภคที่หันมาออนไลน์เต็มรูปแบบ เปิดทางให้ธุรกิจที่พร้อม ปรับตัวเร็ว และมีคุณภาพจริง ก้าวกระโดดได้
ท้ายที่สุด คมสันต์ย้ำเจตนารมณ์ว่า ไม่ว่าในบทบาทของ CEO Flash Express หรือในธุรกิจใหม่ใดๆ ที่กำลังพัฒนา เขาจะยังคงยึดมั่นเป้าหมายเดิม
“ผมอยากเห็นคนไทย ธุรกิจไทย และสินค้าไทย ก้าวไกลไปถึงเวทีโลกอย่างมั่นคง และยั่งยืน"
พิสูจน์อักษร....สุรีย์ ศิลาวงษ์





