นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ออกมาแสดงจุดยืนชัดเจนว่า ไม่ว่าการเมืองจะเปลี่ยนขั้วไปเป็นอย่างไร สิ่งที่กระทรวงริเริ่มไว้ต้องมีคนรับไม้ต่อ โดยเฉพาะเศรษฐกิจดิจิทัล การปราบอาชญากรรมไซเบอร์ และการยกระดับระบบราชการสู่ดิจิทัลเต็มรูปแบบ
เขา ระบุว่า การผลักดันระบบ “สำนักงานอิเล็กทรอนิกส์ (e-Office)” ให้ใช้งานเต็มรูปแบบในทุกหน่วยงานของรัฐ คือก้าวสำคัญในการเปลี่ยนจากระบบเอกสารกระดาษไปสู่ระบบดิจิทัล 100% โดยเชื่อมกับคลาวด์กลางภาครัฐ (GDCC) เพื่อความปลอดภัยและลดงบประมาณซ้ำซ้อน ปัจจุบันมี 6,434 หน่วยงานเข้าร่วม มีผู้ใช้งานกว่า 1.89 ล้านราย และตั้งเป้าว่าภายในปี 2568 จะมีผู้ใช้ทะลุ 1 ล้านรายในระบบเดียวกัน
ศูนย์ AOC เดินหน้าสกัดบัญชีม้า
อีกผลงานที่เจ้าตัวภูมิใจคือศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ (AOC 1441) ที่คว้ารางวัลนานาชาติ ซึ่งกำลังเร่งเชื่อมข้อมูลโทรศัพท์ บัญชีธนาคาร และข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อปราบ “บัญชีม้า” และคอลเซ็นเตอร์อย่างเบ็ดเสร็จ โดยอนาคตจะทำให้รู้ได้ทันทีว่าบัญชีไหนเป็นบัญชีม้า ไม่ต้องรอกระบวนการยืดเยื้อ
กฎหมายใหม่ต่อคิวเข้า ครม.-สภา
ดีอียังเดินหน้าเร่งผลักดันร่างกฎหมายสำคัญ ได้แก่ พ.ร.บ.ไปรษณีย์ฉบับใหม่, พ.ร.บ.อุตุนิยมวิทยา และ พ.ร.บ.เศรษฐกิจแพลตฟอร์มดิจิทัล โดยนายประเสริฐระบุว่า กฎหมายเหล่านี้คือ “เครื่องมือกำกับเศรษฐกิจยุคใหม่” ที่จะทำให้ธุรกิจแพลตฟอร์มอยู่ภายใต้กรอบที่เป็นธรรม โปร่งใส และทันสมัย
บอร์ด AI คือยุทธศาสตร์ชาติ
นายประเสริฐ ส่งสัญญาณชัดถึงรัฐบาลใหม่ว่า คณะกรรมการขับเคลื่อน AI แห่งชาติ ต้องไม่สะดุด แม้การเมืองเปลี่ยนผ่าน
“บอร์ดเอไอไม่ใช่เรื่องเทคโนโลยี แต่มันคือยุทธศาสตร์ของประเทศ”
เขากล่าว พร้อมย้ำว่า AI คือโครงสร้างพื้นฐานเศรษฐกิจใหม่ที่ไทยต้องลงทุนต่อเนื่อง
เข็นรัฐวิสาหกิจในสังกัดยังต้องฟื้น
เขายอมรับว่า บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ (NT) ยังขาดทุน โดยเฉพาะธุรกิจมือถือและโทรศัพท์พื้นฐาน จึงถูกสั่งให้รายงานผลประกอบการรายเดือน และต้องเร่งสร้างรายได้ใหม่ เช่น ดาต้าเซ็นเตอร์และคลาวด์ ขณะที่ไปรษณีย์ไทยแม้มีกำไร แต่ยังต้องปรับตัวตามกระแสอีคอมเมิร์ซ
ข้อมูลความมั่นคงต้องอยู่กับรัฐ
อีกเรื่องที่เจ้าตัวย้ำคือ ข้อมูลอ่อนไหวระดับสูง เช่น เลขบัตรประชาชน 13 หลัก ต้องถูกจัดเก็บในดาต้าเซ็นเตอร์ของรัฐเท่านั้น โดยระบบคลาวด์ระดับ 4–5 ที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคง ห้ามเอกชนเข้าไปถือครองโดยไร้การกำกับ
เขายังสะท้อนถึง “ปัญหาคน” ที่ยังเป็นจุดอ่อนของประเทศ โดยเฉพาะบุคลากรดิจิทัลที่ขาดแคลนหนักเมื่อเทียบกับต่างประเทศ พร้อมเสนอให้บรรจุวิชา AI และดิจิทัลตั้งแต่ระดับประถมถึงอาชีวศึกษา
ท้ายสุด นายประเสริฐกล่าวถึงผลงานที่ภูมิใจที่สุด ได้แก่ ศูนย์ AOC 1441, กฎหมายคอลเซ็นเตอร์ และโครงการทุนการศึกษา ODOS ที่จับมือสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล เพื่อนำรายได้มาส่งเสริมการศึกษา
“ถึงผมจะต้องเก็บกระเป๋าออกจากตำแหน่งในไม่ช้า แต่ทุกเรื่องที่เริ่มไว้ ต้องมีคนรับไม้ต่อ ประเทศไทยจะหยุดอยู่กับที่ไม่ได้”





