วันพฤหัสบดี ที่ 12 มีนาคม 2569

Login
Login

กสทช.-Meta ดัน SME ไทยสู่ตลาดโลก ปูพรมหลักสูตร AI ผ่านศูนย์ USO Net

กสทช.-Meta ดัน SME ไทยสู่ตลาดโลก ปูพรมหลักสูตร AI ผ่านศูนย์ USO Net

วันนี้ (14 ส.ค.) สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) จับมือบริษัท เฟซบุ๊ก (ประเทศไทย) จำกัด เปิดตัวหลักสูตรฝึกอบรมด้านการตลาดดิจิทัล ภายใต้โครงการ Meta Live Skilling : Unlocking Growth with AI for SMBs ผ่านศูนย์ USO Net และห้อง USO WRAP จำนวนกว่า 2,184 แห่งทั่วประเทศ

หลักสูตร Meta AI & Ads Solutions for SME Growth ถูกออกแบบเพื่อเสริมทักษะด้านดิจิทัลให้ผู้ประกอบการ โดยเฉพาะในพื้นที่ชายขอบและห่างไกล สามารถเข้าถึงองค์ความรู้ด้านการตลาดออนไลน์ การใช้ AI วิเคราะห์ข้อมูลผู้บริโภค และการใช้เครื่องมือโฆษณาเพื่อเจาะตลาดเป้าหมายอย่างแม่นยำ ขยายโอกาสธุรกิจสู่ตลาดโลก พร้อมลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการขาย

ศาสตราจารย์คลินิก นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธาน กสทช. กล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้สอดรับกับหนึ่งใน 9 นโยบายเร่งด่วนของ กสทช. ที่มุ่งพัฒนา USO Net ให้เป็นศูนย์กลาง e-commerce และการเรียนรู้ดิจิทัลของชุมชนทั่วประเทศ เพื่อให้ประชาชนสามารถต่อยอดอาชีพ สร้างรายได้ และแข่งขันได้ในเศรษฐกิจดิจิทัล

เนื้อหาหลักสูตรครอบคลุมตั้งแต่การออกแบบและตั้งค่าโฆษณา การสร้างแบรนด์ การกำหนดงบประมาณ และการเลือกกลุ่มเป้าหมายอย่างเหมาะสม ผ่านเครื่องมือ Reels ของเฟซบุ๊กที่มีข้อได้เปรียบในการกระจายคอนเทนต์สู่ผู้ชมระดับโลกโดยไม่มีค่าธรรมเนียมร้านค้า พร้อมเชื่อมตรงเข้าสู่ช่องทางอีคอมเมิร์ซได้ทันที อีกทั้งยังใช้ AI วิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภคเชิงลึก ช่วยให้ธุรกิจปรับกลยุทธ์การขายให้สอดคล้องกับความต้องการจริงของตลาด

ความร่วมมือระหว่าง กสทช. และ Meta ไม่เพียงเป็นการนำเทคโนโลยี AI และแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียเข้ามาเชื่อม SME ไทยกับตลาดโลก แต่ยังเป็นการเร่งปิดช่องว่างดิจิทัล (digital divide) ในพื้นที่ชายขอบ ผ่านโครงสร้างพื้นฐาน USO Net

น.ส.ทาเบียร์ เอเธอร์ ผู้จัดการฝ่ายนโยบายสาธารณะ ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกของ Meta เปิดเผยว่า ประเทศไทยเป็นประเทศแรกในภูมิภาคที่นำหลักสูตรนี้มาปรับใช้ ก่อนขยายไปยังประเทศอื่น เนื่องจาก SME ไทยมีความแข็งแรงและมีศักยภาพสูง ปัจจุบันมีการใช้ Reels เพื่อทำการตลาดเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ซึ่งช่วยให้ธุรกิจขนาดเล็กสามารถเข้าถึงลูกค้าทั่วโลกได้อย่างรวดเร็ว

ข้อมูลจากสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ระบุว่า ประเทศไทยมี SME ทั้งสิ้น 3.2 ล้านราย หรือคิดเป็น 99.5% ของสถานประกอบการทั้งหมด แบ่งเป็นวิสาหกิจขนาดเล็กมาก 84% ขนาดย่อม 14% และขนาดกลาง 1% โครงการนี้จึงมีบทบาทสำคัญในการยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของ SME ไทยในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล และปูทางให้ผู้ประกอบการท้องถิ่นสามารถก้าวสู่เวทีการค้าโลกได้อย่างยั่งยืน