วันพุธ ที่ 4 มีนาคม 2569

Login
Login

ETDA ออก 4 ประกาศใหม่ภายใต้กฎหมาย DPS คุมเข้มมาร์เก็ตเพลส-แอปฯเรียกรถ

ETDA ออก 4 ประกาศใหม่ภายใต้กฎหมาย DPS คุมเข้มมาร์เก็ตเพลส-แอปฯเรียกรถ

สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) ประกาศใช้กฎหมายลูก 4 ฉบับใหม่ภายใต้กรอบของพระราชกฤษฎีกาการประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลที่ต้องแจ้งให้ทราบ พ.ศ. 2565 หรือ กฎหมาย “DPS” (Digital Platform Services) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการกำกับดูแลแพลตฟอร์มดิจิทัลในประเทศไทย โดยเน้นกลุ่มแพลตฟอร์มที่เกี่ยวข้องกับตลาดสินค้าออนไลน์ (Online Marketplace) และบริการรถรับจ้างผ่านแอปพลิเคชัน (Ride Sharing) ที่มีลักษณะเสี่ยงสูงและส่งผลกระทบต่อสาธารณะ

ประกาศฉบับแรก เป็นการเผยแพร่รายชื่อ 19 แพลตฟอร์มตลาดสินค้าออนไลน์ที่เข้าข่ายต้องปฏิบัติตามมาตรา 20 ของกฎหมาย DPS เนื่องจากมีธุรกรรมเกิน 100 ล้านบาทต่อปี หรือมีจำนวนผู้ใช้บริการและผู้ประกอบการภายในประเทศสูงเกินเกณฑ์กำหนด แพลตฟอร์มเหล่านี้ เช่น Shopee, Lazada, Grab, Taobao, SCGHome, eBay และอื่น ๆ จะต้องมีมาตรการประเมินและจัดการความเสี่ยง รวมถึงจัดเก็บข้อมูลของผู้ขาย ตรวจสอบความถูกต้องของสินค้า และมีระบบแจ้งเตือนเพื่อนำสินค้าที่ไม่ปลอดภัยออกจากแพลตฟอร์ม พร้อมแสดงข้อมูลสินค้าและผู้ขายให้ชัดเจน

ประกาศฉบับที่สอง กำหนดรายละเอียดข้อปฏิบัติเพิ่มเติมสำหรับแพลตฟอร์มประเภท Online Marketplace ที่มีลักษณะเฉพาะตามมาตรา 18(2) เช่น ต้องเปิดเผยข้อมูลสินค้าและผู้ขายอย่างโปร่งใส ตรวจสอบใบอนุญาตและเอกสารรับรองมาตรฐานจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น อย. หรือ สมอ. รวมถึงจัดให้มีกลไกในการแจ้งเตือนและลบสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐาน และรายงานผลการดำเนินงานให้หน่วยงานที่กำกับดูแลรับทราบ โดยหากฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตาม อาจถูกระงับการให้บริการ

สำหรับแพลตฟอร์มที่ให้บริการ รถยนต์หรือรถจักรยานยนต์รับจ้างผ่านแอปพลิเคชัน (Ride Sharing) นั้น ETDA ได้ออกประกาศฉบับที่สาม เพื่อกำหนดมาตรฐานด้านความปลอดภัยและความน่าเชื่อถือ เช่น ผู้ขับรถต้องมีใบอนุญาตขับรถสาธารณะ รถต้องจดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย ต้องมีการพิสูจน์ยืนยันตัวตนผู้ขับผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ เช่น ThaID ของกรมการปกครอง มีข้อมูลระบุตัวผู้ขับ รถ และเส้นทางการเดินทางชัดเจนก่อนรับผู้โดยสาร พร้อมทั้งแสดงข้อมูลอัตราค่าโดยสาร ระยะทาง เวลาการเดินทาง และต้องมีระบบร้องเรียนหรือแจ้งเหตุฉุกเฉินได้ตลอดเวลา

นอกจากนี้ แพลตฟอร์มต้องมีกลไกในการติดตาม ป้องกัน และลงโทษผู้ขับที่กระทำผิดกฎ รวมถึงกำหนดเงื่อนไขการให้บริการที่ชัดเจน เช่น ไม่ให้ใช้บัญชีผู้ขับร่วมกัน และต้องสามารถติดตามตรวจสอบพฤติกรรมการให้บริการได้ เพื่อให้บริการเป็นไปตามหลักความปลอดภัยและความเป็นธรรมต่อผู้ใช้

ประกาศฉบับสุดท้าย เป็นการระบุให้แพลตฟอร์ม Ride Sharing ที่มีผลกระทบต่อโครงสร้างพื้นฐาน เช่น การคมนาคม พลังงาน การสื่อสาร โทรคมนาคม หรือสิ่งแวดล้อม ต้องปฏิบัติตามมาตรา 21 ของกฎหมาย DPS โดยต้องมีระบบประเมินความเสี่ยงและมาตรการจัดการความเสี่ยงที่ครอบคลุมทั้งด้านความมั่นคง สุขภาพอนามัย และผลกระทบต่อสาธารณูปโภคของประเทศ

นายชัยชนะ มิตรพันธ์ ผู้อำนวยการ ETDA กล่าวว่า การออกประกาศทั้ง 4 ฉบับภายใต้กฎหมาย DPS ครั้งนี้ มีเป้าหมายเพื่อสร้างกลไกกำกับดูแลธุรกิจแพลตฟอร์มดิจิทัลให้มีประสิทธิภาพสูงสุด สร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนและผู้ใช้งาน พร้อมปรับตัวให้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงในยุคดิจิทัล โดยเฉพาะในกลุ่มแพลตฟอร์มที่มีอิทธิพลต่อชีวิตประจำวันของประชาชนจำนวนมาก

ทั้งนี้ ETDA จะมีการทบทวนรายชื่อแพลตฟอร์มที่เข้าข่ายต้องอยู่ภายใต้การกำกับดูแลอย่างสม่ำเสมอในทุกปี ตามที่กฎหมายกำหนด เพื่อให้สามารถเพิ่ม-ลด หรือปรับเปลี่ยนรายชื่อให้สอดคล้องกับบริบทและพฤติกรรมของแพลตฟอร์มที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างต่อเนื่อง

“เป้าหมายหลักของ ETDA คือการสร้างความสมดุลระหว่างการส่งเสริมนวัตกรรมกับการคุ้มครองผู้บริโภค ไม่ปล่อยให้แพลตฟอร์มเติบโตโดยไร้การควบคุม แต่ในขณะเดียวกันก็ไม่ปิดกั้นโอกาสของผู้ประกอบการ โดยใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ทุกฝ่าย” นายชัยชนะ กล่าว

ด้วยประกาศทั้ง 4 ฉบับนี้ ถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการวางรากฐานระบบการกำกับดูแลแพลตฟอร์มดิจิทัลในประเทศไทย ที่มุ่งสู่ความปลอดภัย ความโปร่งใส และประโยชน์ต่อประชาชนอย่างแท้จริง