วันอังคาร ที่ 3 มีนาคม 2569

Login
Login

‘ลาซาด้า’ ขยับเดินเกมลึกดึง ‘AI’ ปลุก ‘อีคอมเมิร์ซ’ โตสวนวิกฤติ 

‘ลาซาด้า’ ขยับเดินเกมลึกดึง ‘AI’ ปลุก ‘อีคอมเมิร์ซ’ โตสวนวิกฤติ 

หลายปีที่ผ่านมาอุตสาหกรรม "อีคอมเมิร์ซ" เติบโตอย่างก้าวกระโดดและกลายเป็น “วิถีใหม่” หรือ “วิถีปกติ” ของผู้บริโภคไทย มีมูลค่าตลาดมหาศาลดันให้ประเทศไทยยัง ‘ยืนหนึ่ง’ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

อีคอมเมิร์ซจึงนับเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจหลัก ที่สวนทางกับภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว "วาริสฐา เกียรติภิญโญชัย" ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ลาซาด้า ประเทศไทย ให้สัมภาษณ์พิเศษ “กรุงเทพธุรกิจ” ถึงยุทธศาสตร์การลงทุนและแนวทางดำเนินธุรกิจในฐานะผู้เล่นรายใหญ่ ท่ามกลางปัจจัยท้าทายรอบทิศ รวมถึงแผน ‘คุมเข้ม’ สินค้าที่ไร้มาตรฐานบนแพลตฟอร์ม  

“วาริสฐา” มองภาพใหญ่อีคอมเมิร์ซในไทยว่า ยังขยายตัวได้ต่อเนื่อง สวนทางเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลง สอดคล้องข้อมูลกูเกิลและเทมาเส็ก ที่คาดว่า มูลค่าตลาดอีคอมเมิร์ซไทยเมื่อปี 2567 ไต่ระดับขึ้นมาแตะ 2.6 หมื่นล้านดอลลาร์ เติบโตจากปีก่อนราว 19%

ที่น่าจับตามอง ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB EIC) คาดการณ์ว่า ปี 2578 ยอดขายสินค้าบนอีคอมเมิร์ซคิดเป็น 1 ใน 4 ของยอดค้าปลีกไทยทั้งหมดที่มูลค่าตลาดราว 4.21 ล้านล้านบาท โดยตลาดอีคอมเมิร์ซไทยจะมีมูลค่า 1.07 ล้านล้านบาท

ขณะที่ เศรษฐกิจดิจิทัลของไทยโดยรวมมีมูลค่า 4.6 หมื่นล้านดอลลาร์ และยังคาดการณ์ว่า มูลค่าตลาดอีคอมเมิร์ซไทยในอีก 5 ปีข้างหน้า จะมีมูลค่าประมาณ 6 หมื่นล้านดอลลาร์

รายงานโดย Momentum Works ระบุว่า อีคอมเมิร์ซไทยเป็นตลาดที่เติบโตเร็วที่สุดในภูมิภาค ปี 2567 ไทยมีอัตราการเติบโตอยู่ที่ 21.7% รองลงมาคือมาเลเซีย 19.5% และฟิลิปปินส์ 16.8%

เดินหน้าลงทุนในตลาดไทย

ผู้บริหารลาซาด้า เผยว่า มีแผนที่จะลงทุนอย่างต่อเนื่องในตลาดประเทศไทย เพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้กับอีโคซิสเต็ม ให้ความสำคัญอย่างมากกับ “การลงทุนด้านเทคโนโลยี” ปีนี้โฟกัสมากกับการนำ AI เข้ามาผสมผสานในหลากหลายมิติ เพื่อยกระดับการให้บริการและทำให้ผู้ใช้งานและผู้ค้าได้รับประสบการณ์ที่ดีที่สุด

ไม่ว่าจะเป็น การเสิร์ช เป็นที่ปรึกษาช่วยแนะนำสินค้า ด้านผู้ขายมีตัวช่วยในการปรับปรุงรูปภาพสินค้าให้ดูเป็นมืออาชีพ ช่วยด้านการตลาดทำหน้าที่วิเคราะห์และประมวลผลเพื่อกำหนดกลุ่มเป้าหมาย ฯลฯ

ในฐานะผู้บุกเบิกตลาดอีคอมเมิร์ซในประเทศไทยเราให้ความสำคัญอย่างมากกับการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน ทำให้อีโคซิสเต็มแข็งแกร่ง โดยเฉพาะด้านเทคโนโลยี รวมไปถึงโลจิสติกส์ และเพย์เมนท์ ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาและต่อยอดเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค

ปีนี้ลาซาด้าวางยุทธศาสตร์หลัก และแนวทางการดำเนินงานไว้ 3 ส่วนคือ 1. สินค้าและบริการที่ครอบคลุมและมีคุณภาพ 2.การยกระดับอีคอมเมิร์ซด้วย AI และ 3.การลงทุนด้านแคมเปญอย่างต่อเนื่อง 

แคมเปญของลาซาด้าจะแบ่งเป็น 4 ประเภทหลัก คือ เมกะแคมเปญ ได้แก่ 3.3, แคมเปญวันเกิดลาซาด้าช่วงวันที่ 27 มี.ค.), 6.6, 9.9, 11.11 และ 12.12, ดับเบิลดิจิต 2.2, 4.4, 5.5, 7.7, 8.8, 10.10, Mid-Month Sale ทุกวันที่ 15-17 ของเดือน และ Payday Sale ทุกสิ้นเดือน, และแคมเปญหมวดหมู่สินค้า เช่น แคมเปญรายสัปดาห์กลุ่มแฟชั่น ความงาม เครื่องใช้ไฟฟ้า ฯลฯ

ส่วนเรื่องอัตราค่าธรรมเนียมการขายบนแพลตฟอร์มลาซาด้า ปัจจุบัน อาจแตกต่างกันไปตามหมวดหมู่สินค้า โดยเริ่มต้นที่ 5.35% ในขณะที่อัตราค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรมจะเรียกเก็บในอัตราเดียวกันที่ 3.21%

เรื่องของค่าธรรมเนียมผู้ขายมีการปรับเพิ่มขึ้นจากที่เคยขายฟรีในยุคแรกเริ่ม ซึ่งต้องยอมรับว่าสำหรับธุรกิจไม่ยั่งยืนในระยะยาว แต่ค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นนี้ยังต่ำกว่าช่องทางออฟไลน์และถูกนำกลับมาลงทุนในรูปแบบของคูปอง โปรโมชั่น และการพัฒนาเทคโนโลยี

นอกจากนี้ มีการสนับสนุนผู้ค้ารวมถึงร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐในการส่งเสริมศักยภาพผู้ประกอบการไทย สอดคล้องไปกับนโยบายระดับภูมิภาคที่ล่าสุดทุ่มงบกว่า 100 ล้านดอลลาร์ เพื่อเสริมแกร่ง Lazada Affiliate ผลักดันวงการครีเอเตอร์

ส่วนมูลค่าการลงทุนใน “AI Infrastructure” ของอาลีบาบา กรุ๊ป ได้ประกาศแผนการลงทุนมูลค่า 380,000 ล้านหยวน (ห้าหมื่นสามพันล้านดอลลาร์) ในโครงสร้างพื้นฐานด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) และคลาวด์ ภายในช่วงสามปีข้างหน้า

คุ้มเข้มมาตรฐาน ‘สินค้า

เมื่อถูกถามถึงความกังวลเกี่ยวกับ “สินค้าจีนที่ทะลักเข้าสู่ตลาดอีคอมเมิร์ซไทย” ผู้บริหารลาซาด้า เผยว่า ปัจจุบันสัดส่วนของผู้ประกอบการบนแพลตฟอร์มเป็นผู้ค้าจากไทยเกิน 75% และบริษัทยังคงให้ความสำคัญกับการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการในท้องถิ่นมากอย่างต่อเนื่อง

ลาซาด้า ให้ความสำคัญกับอย่างมากกับทรัพย์สินทางปัญญา มีกระบวนการควบคุมคุณภาพที่เข้มงวด ตั้งแต่การสมัครเข้ามาเป็นผู้ขาย (KYC) มีการใช้ AI ในการตรวจสอบสินค้าที่มีความเสี่ยงสูงหรือไม่เป็นไปตามมาตรฐาน

ขณะที่หลังบ้านยังเชื่อมต่อระบบ API เข้ากับหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยงข้อง เช่น สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) รวมถึงมีการดำเนินการลบสินค้าหรือปิดร้านค้าหากพบปัญหา

ยืนยันว่า นโยบายการคืนเงินคืนสินค้าสามารถให้ความมั่นใจแก่ผู้บริโภค (รวมกรณีเปลี่ยนใจ) ซึ่งทั้งหมดสามารถทำรายการผ่านแอปและมีบริการขนส่งเข้ารับสินค้าฟรี

ไทยตลาดระดับท็อปอาเซียน

วาริสฐา เผยว่า ความท้าทายในธุรกิจอีคอมเมิร์ซวันนี้สิ่งที่เห็นได้ชัด คือ ความคาดหวังของผู้บริโภคที่สูงขึ้นต่อแพลตฟอร์ม ผู้บริโภคตามหา 4 เรื่องหลัก ได้แก่ 1. ความคุ้มค่า ที่ไม่ใช่แค่ราคาดี แต่รวมถึงโปรโมชั่น การจัดส่ง และคูปองต่างๆ 2. การจัดส่งที่รวดเร็ว ทันใจ และไว้ใจได้ 3. ความหลากหลายและครอบคลุมของสินค้า และ 4. ประสบการณ์โดยรวมที่เหนือกว่าออฟไลน์

ปัจจัยที่ดึงดูดผู้บริโภคคือความคุ้มค่าด้านราคาและส่วนลด ความสะดวกสบาย และความสามารถในการเปรียบเทียบราคา รวมถึงการอ่านรีวิวเพื่อประกอบการตัดสินใจ

สำหรับการแข่งขันที่ดุเดือดในตลาดอีคอมเมิร์ซของไทย ซึ่งมีผู้เล่นหลายราย รวมถึงแพลตฟอร์มใหม่ๆ อย่าง Temu และการเติบโตของไลฟ์สตรีมนับเป็นสิ่งที่ดี เพราะผลประโยชน์ทั้งหมดจะตกอยู่กับผู้บริโภคที่จะได้รับความคุ้มค่า โปรโมชั่นที่ดีขึ้น และประสบการณ์การชอปปิงที่ได้รับการยกระดับอย่างต่อเนื่อง

แม้เศรษฐกิจโดยรวมจะชะลอตัว แต่ วาริสฐา มั่นใจว่า “อีคอมเมิร์ซไทยจะยังคงเติบโตได้สวนกระแสเศรษฐกิจ” เนื่องจากความคุ้มค่าเป็นปัจจัยสำคัญอันดับหนึ่งในการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภค และอีคอมเมิร์ซสามารถตอบโจทย์ได้ทั้งในเรื่องของราคา โปรโมชั่น รวมถึงการเปรียบเทียบข้อมูลก่อนตัดสินใจ อีกทั้งสัดส่วนของอีคอมเมิร์ซต่อตลาดค้าปลีกโดยรวมในไทยยังน้อยมาก ดังนั้นโอกาสเติบโตยังมีอีกมาก

ปัจจุบัน ลาซาด้า ประเทศไทย เป็นตลาดระดับท็อปมีการเติบโตสูงที่สุดในภูมิภาค โดยมีมาเลเซียตามมาเป็นอันดับสอง

 

ข้อมูลจาก creden ระบุว่า ลาซาด้า (Lazada) ยักษ์อีคอมเมิร์ซจากจีน มีรายได้รวมปี 2567 อยู่ที่ 28,291 ล้านบาท กำไรกว่า 836 ล้านบาท