วันพุธ ที่ 11 มีนาคม 2569

Login
Login

'ดีอี' อวดผลงานปิดกั้นเว็บผิดกฎหมายทะลุ 80,000 รายการ

'ดีอี' อวดผลงานปิดกั้นเว็บผิดกฎหมายทะลุ 80,000 รายการ

กระทรวงดีอี เผยผลงานปิดกั้นโซเชียลมีเดีย เพจ และเว็บไซต์ URLs ผิดกฎหมาย แล้วกว่า 80,000 รายการ พนันออนไลน์ยังนำโด่ง พร้อมบังคับใช้มาตรการ Sender Name บีบผู้ส่ง SMS แนบลิงก์ จะต้องลงทะเบียนกับกสทช.เท่านั้น

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยว่า กระทรวงดีอี ได้เร่งรัดการดำเนินการปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ ตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล นางสาว แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี โดยเฉพาะการปิดกั้นโซเชียลมีเดีย เพจ และเว็บไซต์ URLs ผิดกฎหมายทุกรูปแบบ เพื่อเป็นการตัดวงจรช่องทางการก่ออาชญากรรมที่สำคัญของขบวนการมิจฉาชีพ

ทั้งนี้ ตั้งแต่เดือน ตุลาคม 2567 – กุมภาพันธ์ 2568 (ระยะเวลา 5 เดือนของปีงบประมาณ 2568 ) กระทรวงดีอี ได้ดำเนินการปิดกั้นโซเชียลมีเดีย เพจ และเว็บไซต์ URLs ผิดกฎหมายแล้ว 80,669 รายการ หรือเฉลี่ย 16,133 รายการต่อเดือน เพิ่มขึ้น 1.508 เท่าตัว จากช่วงเดียวกันของปีงบประมาณ 2567 (เดือน ตุลาคม 2566 - กุมภาพันธ์ 2568) ที่ปิดกั้น 53,466 รายการ หรือ เฉลี่ย 10,693 รายการต่อเดือน

ประเภทของการปิดกั้นในระยะเวลา 5 เดือน ( ต.ค. 2567   - ก.พ. 2568) มีดังนี้

- พนันออนไลน์ จำนวน 31,832 รายการ เพิ่มขึ้น 1.3 เท่า จากช่วงเวลาเดียวกันก่อนหน้านี้ (ต.ค.66 – ก.พ.68  ) ที่มีจำนวน 24,352 รายการ

- บิดเบือน/หลอกลวงออนไลน์ จำนวน 21,939 รายการ ลดลง 0.8769 เท่า จากช่วงเวลาเดียวกันก่อนหน้านี้ (ต.ค.66 – ก.พ.68  ) ที่มีจำนวน 25,017 รายการ

- อื่นๆ จำนวน 26,898 รายการ เพิ่มขึ้น 6.565 เท่า จากช่วงเวลาเดียวกันก่อนหน้านี้ (ต.ค.66 – ก.พ.68  ) ที่มีจำนวน 4,097 รายการ

อย่างไรก็ตาม กระทรวงดีอี จะติดตามตรวจสอบขั้นตอนการดำเนินการตามกฎหมายต่อไป โดยหากกรณีที่ยังพบเว็บไซต์บางรายการที่ยังเพิกเฉย ไม่ปิดกั้น / ระงับการเผยแพร่ ตามที่ศาลได้มีคำสั่ง จะถือเป็นการฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามคำสั่งศาล มีความผิดตาม พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ฯ ซึ่งหากพบการฝ่าฝืนดังกล่าว กระทรวงฯ จะนำผลการตรวจสอบการไม่ระงับ / ไม่ปิดกั้นเว็บไซต์ของผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต แพลตฟอร์มด้วยระบบการจัดเก็บทางคอมพิวเตอร์ ไปทำการปรับพินัยฐานไม่ปิด URLs ที่ผิดกฎหมาย ต่อไป

เขา กล่าวว่า ตามที่ กระทรวงดีอี สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันออกมาตรการเกี่ยวกับ SMS ที่ผิดกฎหมาย เพื่อป้องกันและปราบปรามการใช้ข้อความสั้นในการกระทำความผิดทางเทคโนโลยี 

โดยได้เริ่มดำเนินมาตรการป้องกันการส่ง SMS แนบลิงก์หลอกลวง ตั้งแต่เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2568 ดังนี้

1.ดำเนินการลงทะเบียน Sender Name ใหม่ทั้งระบบในทุกๆ ปี เพื่อให้สามารถระบุตัวตนของผู้ให้บริการ และผู้ส่ง SMS 

2. ดำเนินมาตรการความปลอดภัยสำหรับการส่ง SMS แนบลิงก์ โดยผู้ส่งข้อความ (Sender Name) SMS แนบลิงก์ จะต้องลงทะเบียนกับผู้ให้บริการเครือข่ายทุกครั้ง และการลงทะเบียนการส่ง SMS แนบลิงก์ จะต้องระบุรายละเอียดของข้อความ และลิงก์ เพื่อให้ผู้ให้บริการเครือข่ายตรวจสอบลิงก์ก่อนที่จะส่ง SMS ไปยังผู้ใช้บริการ (End user)

3. ในกรณีที่มีการตรวจพบ ข้อความแนบลิงก์หลอกลวง ,ข้อความแนบลิงก์ที่ยังไม่ได้ลงทะเบียน หรือข้อความอื่นที่สามารถใช้เป็นช่องทางในการติดต่อถึงบุคคลอื่น เช่น ไอดี Line ทาง ตร. จะดำเนินการ โดยใช้อำนาจตาม พ.ร.ก. มาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ. 2566 แจ้งผู้ให้บริการเครือข่ายยกเลิกสัญญาบริการกับผู้ส่งข้อความ (Sender Name) และผู้ให้บริการต้องแจ้งข้อมูลการลงทะเบียนของผู้ส่งข้อความให้กับทาง ตร. เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายกับผู้ส่งข้อความต่อไป

“ปัจจุบัน กสทช. ได้กำหนดให้เฉพาะผู้ใช้งาน Sender Name ที่มีจำนวน 42 ราย ซึ่งได้รับการลงทะเบียนแล้ว จึงจะสามารถส่งข้อความ SMS แนบลิงก์ได้ และลิงก์ที่แนบมากับข้อความต้องผ่านการตรวจสอบจากสำนักงานคณะกรรมการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) แล้วเท่านั้น"