ไอที ซิตี้ เปิดเผยแผนธุรกิจปี 68 ดึง AIS เป็นพาร์ทเนอร์ร่วมให้บริการ 300 สาขา พร้อมรับเทรนด์คอมพิวเตอร์เอไอ หวังกระตุ้นยอดขายท่ามกลางตลาดสมาร์ตโฟนที่ชะลอตัว
ไอที ซิตี้ (IT City) ธุรกิจจำหน่ายสินค้าไอทีแบบครบวงจร เปิดเผยแผนธุรกิจปี 2568 มุ่งเน้นการเติบโตรับกระแสของเอไอ โดยได้ประกาศความร่วมกับ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ AIS ในฐานะพันธมิตรคนสำคัญ เพื่อยกระดับการให้บริการและตอบสนองไลฟ์สไตล์ดิจิทัลของผู้บริโภคยุคใหม่
ภาพรวมตลาดปี 68 สมาร์ตโฟนชะลอ แต่คอมพิวเตอร์เอไอมาแรง
เกษม ศรีเลิศชัยพานิช รองกรรมการผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท ไอที ซิตี้ จำกัด (มหาชน) อธิบายว่า ภาพรวมตลาดไอทีปี 2568 พบว่า ตลาดสมาร์ตโฟนมีแนวโน้มชะลอตัว โดยคาดว่าจะหดตัวทั้งด้านมูลค่าและปริมาณการขาย ที่ติดลบ 7.7% และ 4% ตามลำดับ เมื่อเทียบกับปีก่อน สะท้อนให้เห็นถึงกำลังซื้อที่ชะลอตัวในตลาดสมาร์ตโฟน
อย่างไรก็ตาม ตลาดคอมพิวเตอร์กลับมีสัญญาณที่สดใส จากการที่ผู้ผลิตชิปรายใหญ่อย่าง Intel และ AMD ได้เปิดตัวเอไอ รุ่นใหม่ อาทิ Intel Core Ultra และ Ryzen AI รวมถึง Nvidia ที่เปิดตัว RTX 5000 Series ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของคอมพิวเตอร์ให้ฉลาดและเร็วขึ้น ส่งผลให้ผู้ผลิตคอมพิวเตอร์ชั้นนำต่างแข่งขันนำเทคโนโลยีเหล่านี้มาพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่เพิ่มขึ้น
ปัจจุบันบริษัทได้แบ่งกลุ่มสินค้าภายในร้านออกเป็น 5 กลุ่มหลัก ประกอบด้วย
- สินค้าอุปกรณ์ไอที
- สินค้าอุปกรณ์สมาร์ตโฟนและแท็บเล็ต
- สินค้าอุปกรณ์เสริมไอที
- สินค้าอุปกรณ์เสริมสมาร์ตโฟนและแท็บเล็ต
- ซิมการ์ด-การเปิดเบอร์
สินค้าที่ขายดีที่สุดของไอที ซิตี้ คือ สมาร์ตโฟนและแท็บเล็ต คิดเป็น 58% ของยอดขายทั้งหมด รองลงมาคือ อุปกรณ์ไอที 27% และอุปกรณ์เสริมไอที 7% ซึ่งแสดงให้เห็นว่า “คนไทยยังมีความต้องการซื้อสินค้าไอทีอย่างต่อเนื่อง”
ปรับตัวเพื่อรักษาฐานลูกค้าและดึงดูดผู้บริโภครุ่นใหม่
โสภณ อิงค์ธเนศ กรรมการผู้อำนวยการ ไอที ซิตี้ กล่าวว่า ปัจจุบันบริษัทมีสาขากว่า 300 แห่งทั่วประเทศ ทั้งในชื่อ IT CITY, CSC, ACE และร้านค้าแบรนด์อื่นๆ การร่วมมือกับเอไอเอสครั้งนี้จะช่วยให้ลูกค้าได้รับความสะดวกมากขึ้น โดยลูกค้าสามารถเปิดเบอร์ใหม่ของเอไอเอสพร้อมรับส่วนลดพิเศษค่าเครื่องได้ที่ร้านไอที ซิตี้ทุกสาขาทั่วประเทศ
นอกจากนี้ ลูกค้าเอไอเอสรายเดือนยังสามารถใช้สิทธิพิเศษรับส่วนลดค่าเครื่องได้เช่นกัน ความร่วมมือครั้งนี้ยังครอบคลุมไปถึงการร่วมกันตั้งจุดทิ้งขยะอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อส่งเสริมการดูแลสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน
การปรับตัวของไอที ซิตี้ในปีนี้ยังรวมถึงการพัฒนาระบบการขายแบบ O2O (Online-to-Offline) โดยจะเปิดให้ลูกค้าสามารถสั่งซื้อสินค้าผ่านเว็บไซต์และรับสินค้าที่สาขาได้ในไตรมาส 2 พร้อมทั้งเพิ่มบริการประกันสมาร์ทโฟนแบบครบวงจร และระบบสะสมคะแนน IT CITY Reward เพื่อรักษาฐานลูกค้าและดึงดูดผู้บริโภครุ่นใหม่
“จากทิศทางและกลยุทธ์ของบริษัทในปีนี้ ยังเน้นเพื่อรองรับแนวโน้มดังกล่าวที่เกิดขึ้นพร้อมตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าที่มองหาร้านค้าที่สามารถนำเทคโนโลยีใหม่ๆ มีความหลากหลายและให้ความคุ้มค่า พร้อมบริการหลังการขายที่ดูแลลูกค้าเป็นอย่างดี รวมถึงการขยายโอกาสใหม่ทางธุรกิจเพื่อเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคได้หลากหลายในเชิงลึก ซึ่งเป็นปัจจัยหลักผลักดันให้ธุรกิจของบริษัทเติบโตต่อเนื่องอย่างยั่งยืน” โสภณ กล่าวทิ้งท้าย
ด้าน ประพัฒน์ เสียงจันทร์ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านธุรกิจค้าปลีก เอไอเอส กล่าวว่า เอไอเอส ในฐานะผู้ให้บริการดิจิทัล เรามีความมุ่งมั่นที่จะส่งมอบประสบการณ์ดิจิทัลที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า ผ่านการทำงานร่วมกับพันธมิตรที่หลากหลายเพื่อตอบสนองต่อความต้องการและไลฟ์สไตล์ของลูกค้าทุกกลุ่ม
“ทางเอไอเอสมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ไอที ซิตี้ ในฐานะผู้นำธุรกิจจำหน่ายสินค้าไอทีแบบครบวงจรมาเป็นหนึ่งในพาร์ทเนอร์คนสำคัญ เราจะช่วยกันทำงาน เพื่อส่งมอบสินค้าและบริการดิจิทัลที่เข้าใจทุกดิจิทัลไลฟ์สไตล์พร้อมสิทธิพิเศษที่ดีให้กับลูกค้าทุกกลุ่ม”





