วันพฤหัสบดี ที่ 30 เมษายน 2569

Login
Login

‘ซูม’ เปิด 10 เทรนด์ ‘เอไอ’ กระทบชีวิต ‘มนุษย์เงินเดือน’ ปี 68

‘ซูม’ เปิด 10 เทรนด์ ‘เอไอ’ กระทบชีวิต ‘มนุษย์เงินเดือน’ ปี 68

ปี 2568 กำลังจะมาถึงในอีกไม่ช้า แม้ว่าจะไม่สามารถคาดเดาได้อย่างแน่ชัดว่า จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง ทว่ามั่นใจได้ว่าหนึ่งปัจจัยขับเคลื่อนความสำเร็จต้องมี “AI” รวมอยู่แน่นอน...

ซูม (Zoom) วิเคราะห์ว่า เครื่องมือ AI ที่แข็งแกร่งจะเป็นสิ่งจำเป็นที่จะนำไปสู่ประสิทธิภาพรูปแบบใหม่ๆ ช่วยดึงดูดพนักงานที่มีความสามารถ และยกระดับความสำเร็จให้กับองค์กร

ผู้บริหาร Zoom คาดการณ์แนวโน้ม AI ที่จะมีอิทธิพลต่อการทำงานภายในองค์กร โดยมีหลากหลายประเด็นที่น่าจับตามองประกอบด้วย

ประสบการณ์แบบ “AI-first” : ตัวช่วยในการเชื่อมต่อพนักงานเข้ากับองค์กร สร้างความแตกต่าง และปรับปรุงประสบการณ์ลูกค้า ไม่เฉพาะแต่ศูนย์ติดต่อลูกค้า การทำงานร่วมกันที่ขับเคลื่อนด้วย AI จะช่วยให้พนักงานสามารถติดต่อกับผู้เชี่ยวชาญในแต่ละแผนก ทำให้สามารถตอบสนองลูกค้าได้แบบเรียลไทม์ และแม่นยำ

AI ที่มีความเป็นมนุษย์ : ส่งผลดีต่อการบริการลูกค้า ช่วยประหยัดต้นทุน โดยประสบการณ์ผู้ใช้ที่ดีจะเป็นผลมาจาก ความสามารถในการส่งมอบประสบการณ์เฉพาะบุคคล, บริการที่ราบรื่นพร้อมการแก้ปัญหาที่รวดเร็ว, พนักงานบริการลูกค้าที่ฉลาดเฉลียว และเข้าอกเข้าใจ โดยใช้ประโยชน์จาก AI ในทุกขั้นตอน

พลิกโฉม วิธีการทำงาน

การติดต่อลูกค้าในเชิงรุกเป็นสิ่งจำเป็น : AI จะช่วยให้บริษัทสามารถคาดการณ์ความต้องการของลูกค้าได้ดีขึ้น พัฒนาโซลูชันเชิงป้องกัน รวมถึงการติดต่อสื่อสารเฉพาะบุคคล

แนวทางเชิงรุกนี้สามารถนำไปใช้กับงานตั้งแต่การแนะนำการเริ่มต้นใช้งานแก่ลูกค้าไปจนถึงการอัปเกรดโปรแกรม เพื่อตอบสนองความต้องการที่จะได้รับบริการเฉพาะบุคคล และสามารถคาดการณ์ได้ล่วงหน้า

แพลตฟอร์มส่วนมากจะเปลี่ยนไปใช้ AI แบบกระจายศูนย์ : เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีที่สุด ช่องว่างด้านประสิทธิภาพระหว่างโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (Large Language Model – LLM) แบบเปิด และปิดกำลังลดลงอย่างรวดเร็ว เชื่อว่าแพลตฟอร์มต่างๆ จะใช้ AI แบบกระจายศูนย์ (Federated approach) มากขึ้น

ผู้ช่วย AI จะเปลี่ยนแปลงวิธีการทำงานพื้นฐานของผู้คน : ในอนาคต “ผู้ช่วย AI” จะสามารถปรับแต่งตามความต้องการเฉพาะบุคคลได้อย่างสมบูรณ์ และพัฒนาไปเป็น “digital twin” ที่รู้ถึงการทำงานที่ผ่านมา มีความรู้ขององค์กร 

สิ่งนี้ไม่เพียงช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ แต่ยังเปลี่ยนแปลงวิธีการทำงานพื้นฐาน ทำให้สามารถจัดลำดับความสำคัญของงานสร้างสรรค์ และงานเชิงกลยุทธ์ที่ยังต้องการทำงานโดยมนุษย์ รวมถึงเวลาสำหรับการทำงานอย่างจดจ่อ และรอบคอบ

ปี 2568 เป็นต้นไป “ผู้ช่วย AI” จะเป็นจุดเริ่มต้นในการเริ่มโครงการใหม่หรือระดมความคิด ไม่เพียงสามารถทำงานที่เป็นอัตโนมัติ แต่จะสามารถทำงานจริงๆ และช่วยให้มนุษย์ทำงานได้มากขึ้น

รับวิถีใหม่การทำงาน ‘ไฮบริด’

Soft Skills จะสำคัญมากขึ้นสำหรับวิศวกรจากพัฒนาการทำงานแบบอัตโนมัติด้วย AI : ความสามารถของ AI ในการทำโปรแกรมมิ่งอย่างอัตโนมัติส่งผลให้ทักษะการแก้ปัญหาสำคัญมากยิ่งขึ้นในการพัฒนาทีมงานด้านเทคนิคที่แข็งแกร่งซึ่งสามารถแก้ไขปัญหาอย่างสร้างสรรค์

คนจะคาดหวัง และต้องการใช้โซลูชันที่ขับเคลื่อนด้วย AI : ปีที่ผ่านมาได้เห็นการใช้ AI ในที่ทำงานอย่างมาก จากความจำเป็นในการเพิ่มผลิตภาพ และการทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น การผสมผสาน AI เข้ากับกิจวัตรการทำงานได้กลายเป็นเรื่องปกติธรรมดา ไม่ใช่เรื่องที่แปลกใหม่อีกแล้ว และในไม่ช้าจะกลายเป็นสิ่งจำเป็น

AI จะช่วยให้พนักงานที่ทำงานแบบไฮบริดทำงานร่วมกันดีขึ้น : ซูมพบว่าผู้ที่ใช้ AI มีแนวโน้มที่จะได้รับประโยชน์จากการทำงานร่วมกันในเวลาต่างกัน

ผู้นำองค์กรจะใช้โซลูชันไฮบริดที่ดีที่สุดโดยใช้ AI มากขึ้น เพื่อปรับปรุงการทำงานร่วมกันระหว่างพนักงานที่ทำงานในสำนักงาน และพนักงานแบบออนไลน์

จับตาบรรทัดฐานใหม่ ‘ทำงาน 4 วัน’

บริษัทที่ใช้เครื่องมือ AI จะดึงดูดพนักงานรุ่นใหม่ที่เชี่ยวชาญด้าน AI : ผู้นำธุรกิจควรเตรียมพร้อมที่จะรับคนทำงานที่เติบโตมาพร้อมกับ AI หรือพนักงานที่ใช้ Generative AI มาตั้งแต่อายุยังน้อย ทั้งกับการทำงาน และชีวิตส่วนตัว

คนกลุ่มนี้จะคาดหวังให้มีการนำ AI มาใช้อย่างเป็นปกติมากกว่าการทดลองใช้ และผู้ที่มีความสามารถสูงจะเลือกร่วมงานกับบริษัทที่ใช้เครื่องมือเหล่านี้

สัปดาห์การทำงานแค่สี่วันสามารถกลายเป็นบรรทัดฐาน และขับเคลื่อนนวัตกรรม : AI จะช่วยให้มีประสิทธิภาพในการทำงานมากยิ่งขึ้น

ท้ายที่สุดช่วยให้มีวันทำงานว่างหนึ่งวันในทุกสัปดาห์ ซูมคาดการณ์ว่าสัปดาห์การทำงานสี่วันจะกลายเป็นบรรทัดฐาน ทำให้เกิดเวลามากขึ้นสำหรับการทำงานร่วมกัน

 

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์