วันพฤหัสบดี ที่ 5 มีนาคม 2569

Login
Login

เจาะวิสัยทัศน์ 'Facebook' ยุคใหม่ ดึงพลัง AI ครองใจนิวเจนทั่วโลก

เจาะวิสัยทัศน์ 'Facebook' ยุคใหม่ ดึงพลัง AI ครองใจนิวเจนทั่วโลก

“เมตา"(Meta) โชว์วิชัน “Future of Facebook 2024” มุ่งพัฒนาแพลตฟอร์มเจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ ดึงพลัง AI ยกระดับผลิตภัณฑ์ บริการ เปิดทางผู้ใช้งาน ครีเอเตอร์ แบรนด์ สร้างรายได้ ตั้งเป้าอีกไม่เกิน 2 ปี มีเทคโนโลยีแนะนำเนื้อหาที่ดีที่สุดในโลก

“Facebook” ยังคงเป็นเครือข่ายโซเชียลเน็ตเวิร์คที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีผู้ใช้งานแอคทีฟทั่วโลกกว่า 3 พันล้านคนต่อเดือน ที่ผ่านมาเผชิญความท้าทายมากมาย โดยเฉพาะพฤติกรรมผู้ใช้งานที่เปลี่ยนอย่างรวดเร็ว ท่ามกลางโซเชียลเน็ตเวิร์คคู่แข่งที่มีรูปแบบการนำเสนอที่แตกต่าง และตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ ส่วนในประเทศไทย เฟซบุ๊ก ยังเป็นโซเชียลฯ ที่ถูกใช้งานมากที่สุด คิดเป็น 91.5% ของประชากรกลุ่มตัวอย่างอายุระหว่าง 16-64 ปี

ทอม อลิสัน รองประธานของ เฟซบุ๊ก จาก Meta แสดงวิสัยทัศน์ “Future of Facebook 2024” ว่า แนวทางการสร้างการเติบโตของเฟซบุ๊กให้ความสำคัญกับการสร้างสรรค์แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียยุคต่อไป เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของกลุ่มคนรุ่นใหม่ (Young adults) และการพัฒนาความสามารถใหม่ๆ ของผลิตภัณฑ์

ทั้งนี้ มุ่งโฟกัสไปที่สองทิศทางหลักในการผลักดันให้แพลตฟอร์มเดินหน้าไปสู่อีกก้าวของความสำเร็จในอนาคตคือ การสร้างโซเชียลมีเดียยุคใหม่สำหรับคนรุ่นใหม่ และการพัฒนาศักยภาพของผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ด้วย AI

เจาะวิสัยทัศน์ 'Facebook' ยุคใหม่ ดึงพลัง AI ครองใจนิวเจนทั่วโลก ด้านจุดยืนของเฟซบุ๊ก ยังคงเป็นพื้นที่สำหรับการค้นพบทางโซเชียล ที่เปิดโลกทั้งในมุมเล็ก และมุมใหญ่ ขณะเดียวกันเป็นพื้นที่โซเชียลที่ช่วยให้ผู้คนค้นพบสิ่งต่างๆ

เฟซบุ๊ก ตระหนักดีว่าพฤติกรรมในการค้นหา และค้นพบของผู้คนในปัจจุบันกำลังเปลี่ยนแปลงไป ดังนั้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ต้องมีความสอดคล้องกับความต้องการของผู้ใช้โซเชียลมีเดียรุ่นใหม่ จึงได้กำหนดสองทิศทางหลักดังกล่าวเพื่อการพัฒนาสู่อนาคตใน 20 ปีข้างหน้า

“แนวทางสร้างการเติบโตของเรา มุ่งพัฒนาผลิตภัณฑ์ และบริการเพื่อให้ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะเจนแซด ทั้งกับผู้ใช้งานทั่วไป ครีเอเตอร์ แบรนด์ ผู้ประกอบการ สร้างทางเลือก และโอกาสทางเศรษฐกิจ พร้อมสร้างรายได้ในหลากหลายรูปแบบ”

ปรับใหญ่ เจาะคนรุ่นใหม่ 

เขากล่าวว่า เฟซบุ๊กยังคงเป็นพื้นที่สำหรับทุกคน แต่เพื่อสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ สำหรับผู้บริโภคยุคโซเชียล ได้ทำการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ โดยคำนึงถึงความต้องการของกลุ่มคนรุ่นใหม่เป็นหลัก

ปัจจุบัน กลุ่มคนรุ่นใหม่นั้นกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นการเข้ามหาวิทยาลัย การทำงานที่แรก การพบปะเพื่อนใหม่ หรือการไปท่องเที่ยวสำรวจเมืองใหม่ๆ เฟซบุ๊กจะช่วยให้พวกเขาผ่านพ้นช่วงเวลาเหล่านี้ไปได้ด้วยดี

ไม่ว่าจะเป็นการหา “กลุ่ม” ที่มีใจรักในสิ่งเดียวกัน การค้นหาสิ่งที่พวกเขาสนใจผ่าน Reels หรือการค้นพบครีเอเตอร์ที่ช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้กับพวกเขา

สำหรับปี 2567 มีการอัปเดตผลิตภัณฑ์พร้อมการขยายความสามารถของ AI อย่างเป็นรูปธรรม ไม่ว่าจะเป็น การอัปเกรดเทคโนโลยีการจัดอันดับ Reels และฟีด เพื่อมอบการแนะนำเนื้อหาที่ตรงใจผู้ใช้ยิ่งขึ้น, คิดค้นการจัดโครงสร้างโมเดลใหม่ ที่สามารถเรียนรู้จากชุดข้อมูลขนาดใหญ่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งได้ช่วยปรับปรุงประสิทธิภาพของ Facebook Reels ในการทดลองใช้งานได้อย่างมาก

คาดว่าในอีกประมาณหนึ่งปีข้างหน้าเทคโนโลยีการแนะนำขั้นสูงนี้จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้กับผลิตภัณฑ์อื่นๆ อีกจำนวนมาก รวมถึงอีโคซิสเต็มของวิดีโอ และคำแนะนำใน Feed ทั้งหมด

นอกจากนี้ กำลังสร้างหนึ่งในคอลเลกชันสำหรับ Open Model เครื่องมือต่างๆ และทรัพยากรสำหรับ Generative AI ที่ดีที่สุดด้วย Meta Llama

“เรามีแผนการลงทุนอย่างต่อเนื่องกับ Meta AI โดยตั้งเป้าไว้ว่าภายในสิ้นปี 2569 เฟซบุ๊กจะเป็นแพลตฟอร์มที่มีเทคโนโลยีในการแนะนำเนื้อหาแก่ผู้ใช้ที่ดีที่สุดในโลก”

‘วิดีโอ’ คอนเทนต์ทรงอิทธิพล

ส่วนของการพัฒนาประสบการณ์รับชมวิดีโอ ได้พัฒนาขั้นตอนในการค้นหา และเชื่อมต่อกับเนื้อหาวิดีโอที่ผู้ใช้สนใจให้ง่ายขึ้น ไม่ว่าเนื้อหานั้นจะอยู่ในรูปแบบของ Reel วิดีโอยาว หรือคอนเทนต์แบบไลฟ์

เฟซบุ๊ก เผยว่า เนื้อหาวิดีโอยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องบนแพลตฟอร์ม โดยในปัจจุบันกว่า 60% ของเวลาที่ผู้คนใช้บนเฟซบุ๊ก และอินสตาแกรมมาจากการรับชมวิดีโอทั้งสิ้น ซึ่งคอนเทนต์วิดีโอสั้น Reels มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตครั้งนี้

นอกจากนี้ ยังได้ปรับปรุงประสบการณ์การรับชมวิดีโอบนเฟซบุ๊ก ด้วยการอัปเดตการเล่นวิดีโอแบบเต็มจอ และฟีเจอร์ที่ช่วยเลื่อนไปยังเนื้อหาที่ต้องการสำหรับวิดีโอยาว ทั้งผู้ใช้สามารถส่งคอนเทนต์วิดีโอให้กับเพื่อนฝูง และครอบครัวได้อย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นการส่งต่อบนภายในแพลตฟอร์มหรือข้ามแพลตฟอร์มไปยังแพลตฟอร์มอื่นๆ

จากสถิติการใช้งานพบด้วยว่า พฤติกรรมการแชร์แบบส่วนตัวเพิ่มขึ้น โดยพฤติกรรมดังกล่าวเติบโตขึ้นกว่า 80% เมื่อเทียบแบบปีต่อปี

เปิดช่องการเติบโต ‘ครีเอเตอร์’

อลิสันเผยว่า เฟซบุ๊กได้เปิดโอกาสในการเติบให้กับครีเอเตอร์มาอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าใครก็ตามสามารถผันตัวเป็นครีเอเตอร์ และได้รับค่าตอบแทนจากแพลตฟอร์มได้ง่ายขึ้น

เช่นฟีเจอร์ “Professional Mode” ที่มีการพัฒนามาเป็นเวอร์ชั่นใหม่ที่ใช้งานได้ง่ายขึ้น ถูกออกแบบขึ้นมาสำหรับผู้ที่ต้องการโพสต์เนื้อหาแบบสาธารณะ และต้องการเพิ่มยอดผู้ติดตาม จากสถิติพบด้วยว่า Professional Mode เติบโตอย่างรวดเร็ว มียอดผู้ใช้งาน 100 ล้านคนต่อวันภายใน 18 เดือน

นอกจากนี้ พัฒนาโมเดลการจ่ายเงินให้กับครีเอเตอร์โดยพิจารณาจากประสิทธิภาพของคอนเทนต์บนเฟซบุ๊กของพวกเขา ซึ่งช่วยให้การสร้างรายได้ของครีเอเตอร์เป็นเรื่องง่ายขึ้น อีกทั้งยังขยายโอกาสในการสร้างรายได้เพิ่มเติมสำหรับคอนเทนต์ทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นรูปภาพ วิดีโอ หรือข้อความ

ต่อยอดจุดแข็ง 'กลุ่ม' คอมมูนิตี้

ส่วนของ “กลุ่มบนเฟซบุ๊ก” ยังคงมีการเติบโตอย่างแข็งแกร่ง ปัจจุบันมีผู้ใช้กว่า 1.8 พันล้านคนมีส่วนร่วมกับกลุ่มบนเฟซบุ๊กในแต่ละเดือน

พบด้วยว่า ผู้ใช้รุ่นใหม่โพสต์ในกลุ่มบนเฟซบุ๊กมากขึ้น โดยมักเป็นการโพสต์แบบไม่ระบุตัวตน ในกลุ่มที่มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับกลุ่มคนรุ่นใหม่โดยเฉพาะ

หลังจากนี้ Meta ยังคงมุ่งพัฒนาเฟซบุ๊กไปในทิศทางที่ตอบโจทย์ความต้องการของกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่กำลังมองหาจากโซเชียลมีเดีย นั่นคือการค้นพบบนโลกโซเชียลที่ช่วยเปิดโลกกว้างในรูปแบบที่หลากหลาย

รวมไปถึง การพัฒนาฟีเจอร์ที่แปลกใหม่เพื่อช่วยให้ผู้คนได้มีส่วนร่วมกับสิ่งที่พวกเขาค้นพบในแบบที่พวกเขาต้องการ ซึ่งขับเคลื่อนด้วยหนึ่งในเทคโนโลยี AI ที่ดีที่สุดในโลก

 

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์