วันพุธ ที่ 11 มีนาคม 2569

Login
Login

คิกออฟบอร์ดเฉพาะกิจเข็นนโยบาย 'เนชั่นแนล คลาวด์' ดีอีรอชงเข้าครม.อนุมัติ

คิกออฟบอร์ดเฉพาะกิจเข็นนโยบาย 'เนชั่นแนล คลาวด์' ดีอีรอชงเข้าครม.อนุมัติ

บอร์ดดีอี เห็นชอบ (ร่าง) คำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการเฉพาะด้านเคลื่อน Cloud First Policy ผลักดันทุกภาคส่วนเข้าสู่การเป็นรัฐบาลดิจิทัล หลังสภาพัฒน์ฯไฟเขียว ก่อนส่งเข้าที่ประชุมครม.อนุมัติต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 14 มิ.ย. ที่ผ่านมา ที่ประชุมคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือ บอร์ดดีอี ครั้งที่ 2/2567 ได้มีการพิจารณาให้ความเห็นชอบการแต่งตั้งคณะกรรมการเฉพาะด้านการขับเคลื่อนตามนโยบายการใช้คลาวด์เป็นหลัก : Cloud First Policy เพื่อทำหน้าที่ส่งเสริมการขับเคลื่อนตามนโยบายการใช้คลาวด์เป็นหลัก บริหารจัดการความต้องการใช้คลาวด์ (Demand) บริหารจัดการให้มีบริการคลาวด์อย่างเพียงพอ (Supply)

รวมทั้งสามารถปรับปรุงระบบนิเวศการใช้คลาวด์ และการจัดซื้อจัดจ้างให้เหมาะสม สามารถดำเนินการได้อย่างเป็นรูปธรรม ตลอดจนผลักดันให้ทุกภาคส่วนเข้าสู่การเป็นรัฐบาลดิจิทัลผ่านความร่วมมือของภาครัฐและภาคเอกชน โดยองค์ประกอบของคณะกรรมการฯ มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นประธาน ปลัดกระทรวงและหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ผู้ทรงคุณวุฒิ ร่วมเป็นกรรมการ และเลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ทำหน้าที่กรรมการและเลขานุการ

ซึ่งจะมีผลตั้งแต่วันที่คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบ นอกจากนั้น ที่ประชุมยังได้เห็นชอบแนวทางการพิจารณากลั่นกรองโครงการตาม เกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างหรือเช่าใช้บริการระบบคลาวด์ กรณีโครงการที่มีความจําเป็นต้องดําเนินการและมีแหล่งเงินรองรับที่ชัดเจนแล้ว และหากไม่ดําเนินการจะก่อให้เกิดความเสียหาย

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือ ดีอี กล่าวว่า การดำเนินงานของคณะกรรมการเฉพาะด้านการขับเคลื่อนตามนโยบายการใช้คลาวด์เป็นหลัก (Cloud First Policy) เป็นการสนับสนุนนโยบายการวางรากฐานและโครงสร้างพื้นฐานใหม่ ซึ่งจะเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการประชาชนด้วยการนำเทคโนโลยีและระบบดิจิทัลมาใช้อย่างเต็มรูปแบบ ปรับปรุงการทำงานของภาครัฐให้เป็นรัฐบาลดิจิทัล

ทำให้ประชาชนสามารถรับการบริการจากรัฐได้สะดวกมากยิ่งขึ้น และเป็นการเพิ่มความปลอดภัยทางไซเบอร์ รวมทั้งส่งเสริมการบูรณาการโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล (National Cloud)

โดยคณะกรรมการชุดนี้ จะมีบทบาทในการกำกับดูแล ติดตามและประเมินผลการดำเนินการตามแนวทางการขับเคลื่อนตามนโยบายการใช้คลาวด์เป็นหลัก (Cloud First Policy) ของทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง และส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัลตามหมวด 5 ภายในขอบเขตอำนาจของคณะกรรมการเฉพาะด้านแล้วรายงานผลการดำเนินงานต่อคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติและคณะกรรมการพัฒนารัฐบาลดิจิทัลต่อไป

ด้านนายวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดีอี กล่าวเสริมว่า ที่ผ่านมา บอร์ดดีอีได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการเฉพาะด้าน จำนวน 4 คณะ ประกอบด้วย

  • 1. คณะกรรมการโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล
  • 2. คณะกรรมการส่งเสริมและพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม 
  • 3. คณะกรรมการเฉพาะด้านการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ข้อมูล 
  • 4. คณะกรรมการเฉพาะด้านสุขภาพดิจิทัล 

ขณะที่นายภุชพงค์ โนดไธสง เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือ สดช. กล่าวเพิ่มเติมว่า ที่ประชุมได้รับทราบผลการดำเนินงานของคณะกรรมการภายใต้พระราชบัญญัติการพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พ.ศ. 2560 ในส่วนของคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ประกอบด้วย

1. (ร่าง) นโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยการพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (พ.ศ. 2561 – 2580) ฉบับปรับปรุง ซึ่งผ่านการพิจารณาของสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือ สภาพัฒน์ และจะเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาอนุมัติต่อไป

2. (ร่าง) ประกาศคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เรื่อง การกำหนดนิยามและขอบเขตอุตสาหกรรมดิจิทัลของประเทศไทย ซึ่งจะมีการออกประกาศในลำดับถัดไป

3.การปรับปรุงระเบียบคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ว่าด้วยการบริหารกองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พ.ศ. 2561 กระทรวงการคลังพิจารณาให้ความเห็นชอบ ตามมาตรา 28 (1) แห่งพระราชบัญญัติการพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พ.ศ. 2560

รวมถึงผลการดำเนินงานของคณะกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม โดยได้อนุมัติโครงการหรือกิจกรรมที่ได้รับการสนับสนุนจากกองทุนดีอี ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 เพิ่มเติม จำนวน 1 โครงการ การเปิดรับข้อเสนอโครงการหรือกิจกรรมที่ขอรับการสนับสนุนจากกองทุนฯ ประจำปี พ.ศ. 2567 ตามมาตรา 26 (1) และ (2) ทั้งนี้ มีคำขอรับทุนฯ ยื่นเข้ามา จำนวน 509 โครงการ รวมถึงอนุมัติโครงการ ตามมาตรา 26 (3) ของ สดช. จำนวน 3 โครงการ