‘กูเกิล’ เร่งเครื่องหนุนธุรกิจ ใช้ Gen AI เสริมแกร่งองค์กร

‘กูเกิล’ เร่งเครื่องหนุนธุรกิจ ใช้ Gen AI เสริมแกร่งองค์กร

มาถึงวันนี้ น่าจับตามองอย่างมากว่า คลื่นลูกใหม่แห่งโลกเทคโนโลยีอย่าง “Generative AI” จะสามารถสร้างแรงสั่นสะเทือนให้กับแวดวงธุรกิจได้มากน้อยเพียงใด...

KEY

POINTS

  • เสริมศักยภาพธุรกิจทุกขนาดด้วย Generative AI แบบใหม่ๆ
  • ยกระดับการทำงานด้วยฟีเจอร์ใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วย AI บน Workspace และ Gemini 
  • ข้อมูลยังคงเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในยุคของ Generative AI 

อาปาร์นา ปาปู ผู้จัดการทั่วไปและรองประธาน Google Workspace เผยว่า กูเกิล คลาวด์ (Google Cloud) เดินหน้าเสริมศักยภาพธุรกิจทุกขนาดด้วย “Generative AI” แบบใหม่

ด้วยนวัตกรรมและการเพิ่มประสิทธิภาพครั้งใหม่ใน “Google Workspace” ที่จะทำให้การทำงานพลิกโฉมไปจากเดิม

ไฮไลต์ เช่น Google Vids แอปสร้างวิดีโอสำหรับการทำงานแบบใหม่ที่ขับเคลื่อนโดยเอไอ จากเมื่อกว่า 15 ปีที่แล้ว เราได้เปิดตัวให้โลกรู้จักกับวิธีใหม่ในการทำงานด้วยโปรแกรมแก้ไขข้อความบนระบบคลาวด์ตัวแรกผ่าน Docs, Sheets และ Slides ที่ต้องการเพียงเบราว์เซอร์สำหรับสร้างและทำงานร่วมกันบนเอกสารออนไลน์ได้อย่างหลากหลาย

‘กูเกิล’ เร่งเครื่องหนุนธุรกิจ ใช้ Gen AI เสริมแกร่งองค์กร แต่วันนี้กำลังนำสร้างมิติใหม่แบบเดียวกันของการทำงานร่วมกันแบบเรียลไทม์มาสู่รูปแบบวิดีโอ เพื่อช่วยให้ผู้คนจากทุกที่ได้สัมผัสประสบการณ์การเล่าเรื่องอย่างใกล้ชิดได้ในที่ทำงาน โดย Vids กำลังจะเปิดตัวใน Workspace Labs ในเดือนมิ.ย.นี้

เครื่องมือนี้จะมีส่วนสำคัญในการเติมพลังการเล่าเรื่องในที่ทำงาน ด้วยวิดีโอที่ขับเคลื่อนด้วยเอไอ ทุกคนสามารถเป็นนักเล่าเรื่องที่ยอดเยี่ยม ผู้ช่วยที่ทำได้ทั้งเรื่องวิดีโอ การเขียน การผลิต และการแก้ไขงานที่เกี่ยวข้องได้ทั้งหมดในที่เดียว

เพิ่มมิติใหม่ ‘การประชุม’

ล่าสุดกูเกิลยังประกาศให้บริการเชิงพาณิชย์ 2 รูปแบบ ที่ช่วยให้สามารถนำการประชุมและการส่งข้อความที่ขับเคลื่อนด้วยเอไอ รวมถึงการรักษาความปลอดภัยที่ขับเคลื่อนด้วยเอไอ มาสู่ทุกคนในองค์กร ในราคาเพียง 10 ดอลลาร์ต่อหนึ่งผู้ใช้ต่อเดือน

สำหรับยูสเคสที่น่าสนใจ เช่น ฟีเจอร์ของเอไอที่ช่วยเติมเต็มเรื่องการประชุมและการรับส่งข้อความ เช่น จดบันทึกให้ฉัน (ขณะนี้เป็นแบบในพรีวิว) ช่วยให้วางปากกาและเข้าถึงการสนทนาได้อย่างเต็มที่แทนการต้องมาคอยจดบันทึก รวมถึง แปลให้ฉัน จะตรวจจับและแปลคำบรรยายใน Meet โดยอัตโนมัติ ‘กูเกิล’ เร่งเครื่องหนุนธุรกิจ ใช้ Gen AI เสริมแกร่งองค์กร พร้อมรองรับกว่า 69 ภาษา (4,600 คู่ภาษา) ซึ่งจะช่วยทำให้ผู้คนรู้สึกมั่นใจมากขึ้นและเชื่อมโยงกับเพื่อนร่วมงานแบบไร้ข้อจำกัดทางภาษา และภายในปีนี้ เราจะเปิดตัวการแปลข้อความอัตโนมัติและข้อมูลสรุปการสนทนาตามความต้องการใน Google Chat อีกด้วย

“เรากำลังทำให้ทั้งหมดนี้พร้อมใช้งาน โดยการใช้การประชุมด้วยระบบเอไอ และส่วนเสริมการรับส่งข้อความแบบใหม่ในราคาเพียง 10 ดอลลาร์ต่อหนึ่งผู้ใช้ต่อเดือน และสามารถเพิ่มลงในแผน Workspace ส่วนใหญ่ได้”

เติมฟีเจอร์ใหม่บน Gemini

ยิ่งไปกว่านั้น Gemini กำลังจะมาที่ Google Chat ในพรีวิว ในอีกไม่ช้า เพื่อให้มีเพื่อนร่วมทีมที่ขับเคลื่อนด้วยเอไอ เพื่อสรุปการสนทนา ตอบคำถาม และอื่นๆ อีกมากมายได้แบบเรียลไทม์

ขณะเดียววัน กำลังทำให้องค์กรต่างๆ ขยายประสิทธิภาพของข้อมูลและกำหนดโมเดลเอไอ เองได้อย่างง่ายดาย ด้วยการใช้ Vertex เอไอ กับ Workspace เป็นแพลตฟอร์ม ที่ช่วยให้เกิดเวิร์กโฟลว์แบบใหม่ใน Docs, Gmail และแอป Workspace อื่นๆ ได้เช่นกัน

ปีที่ผ่านมา กูเกิลได้เปิดตัวฟีเจอร์และการเพิ่มประสิทธิภาพหลายร้อยรายการใน Google Workspace และ Gemini for Workspace (Gemini สำหรับ Workspace) ซึ่งได้เห็นว่าสิ่งเหล่านี้มีผลกระทบต่อลูกค้าของเราอย่างแท้จริง

จากการใช้งานจริง Gemini ช่วยให้ผู้คนประหยัดเวลาที่มีค่าในการทำงานได้ เช่น พนักงานที่ Onix ซึ่งเป็นบริษัทที่ปรึกษาระบบคลาวด์ระดับโลก สามารถประหยัดเวลาได้เท่ากับวันทำงานทุกเดือนโดยใช้ Gemini

หรือทีมงานที่ Sports Basement ซึ่งเป็นผู้ค้าปลีกเครื่องกีฬา ได้ลดเวลาที่ใช้ในการตอบกลับคำขอการสนับสนุนลูกค้าลงถึง 35-40%

ดังนั้น Gemini กำลังช่วยเหลือผู้คนทุกระดับและทุกระดับความสามารถ ตั้งแต่ลูกค้าธุรกิจ การศึกษา และภาครัฐ ให้สามารถยกระดับการทำงานของตนเองไปอีกขั้น

เสริม ‘ความปลอดภัย’ เรียลไทม์

กูเกิลระบุว่า ความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยของข้อมูลยังคงเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในยุคของ Generative AI ซึ่งในปีที่แล้วพบว่ามีการละเมิดข้อมูลเพิ่มขึ้น 20%

ดังนั้นเพื่อให้เกิดความแตกต่างจากโซลูชันอีเมลและประสิทธิภาพการทำงานแบบเดิมๆ Gmail และ Workspace จึงถูกสร้างขึ้นบนสถาปัตยกรรมบนระบบคลาวด์ตั้งแต่เริ่มต้น

โดยมีรากฐานมาจากหลักการ Zero-trust และเสริมด้วยการป้องกันภัยคุกคามที่ขับเคลื่อนด้วยเอไอ ทำให้ Gmail สามารถบล็อกสแปม การฟิชชิ่งข้อมูล และมัลแวร์ไม่ให้เข้าถึงกล่องจดหมายได้มากกว่า 99.9%

ขณะนี้เมื่อใช้โมเดลแบบ LLM (Large Language Models) ที่เป็นโมเดลภาษาขนาดใหญ่ สามารถบล็อกสแปมใน Gmail ได้เพิ่มขึ้นอีก 20% และสามารถประเมินสแปมที่ผู้ใช้รายงานใน Gmail ได้มากขึ้น 1,000 เท่าทุกวัน

นอกจากนี้ ยังมีการปรับปรุงและเพิ่มความสามารถให้กับฟีเจอร์ Workspace และ Gemini ที่มีอยู่อย่างต่อเนื่อง ซึ่งรวมถึง การป้อนคำสั่งด้วยเสียงและขัดเกลาทันทีใน Gmail, องค์ประกอบที่ใช้สร้างสรรค์ ใหม่และการแจ้งเตือนใน Sheets, การปรับเปลี่ยนแท็บให้เหมาะกับบุคคล ใน Docs รวมถึงความจุของสมาชิกที่เพิ่มขึ้นและการทำงานร่วมกันใน Chat