background-default

วันพฤหัสบดี ที่ 22 มกราคม 2569

Login
Login

EU AI Act กฎหมายเปลี่ยนโลก ควบคุมเอไอความเสี่ยงสูง

EU AI Act กฎหมายเปลี่ยนโลก ควบคุมเอไอความเสี่ยงสูง

เมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2567 รัฐสภายุโรปได้อนุมัติ EU AI Act โดยกฎหมายดังกล่าว ได้กำหนดหลักการที่สำคัญหลายประการ

อาทิ มาตรการที่เหมาะสมสำหรับการใช้ปัญญาประดิษฐ์ทั่วไป (General-purpose AI) ข้อจำกัดในการใช้ข้อมูลชีวภาพเพื่อการระบบระบุตัวตนโดยหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย ข้อห้ามการให้คะแนนทางสังคม และระบบปัญญาประดิษฐ์ที่ใช้ในการจัดการหรือหาประโยชน์จากช่องโหว่ของผู้ใช้ และสิทธิของผู้บริโภคในการร้องเรียนและสิทธิในการได้รับคำอธิบายจากการประมวลผลโดยระบบปัญญาประดิษฐ์ เป็นต้น

EU AI Act มีจุดมุ่งหมายเพื่อปกป้องสิทธิขั้นพื้นฐาน ประชาธิปไตย หลักนิติธรรม และความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมจากระบบปัญญาประดิษฐ์ที่มีความเสี่ยงสูง ส่งเสริมนวัตกรรมและสร้างยุโรปให้เป็นผู้นำในสาขานี้ กฎระเบียบดังกล่าวกำหนดพันธกรณีสำหรับระบบปัญญาประดิษฐ์ โดยพิจารณาจากความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นและระดับผลกระทบ

โดยจำแนกระบบปัญญาประดิษฐ์ตามระดับความเสี่ยงไว้ 4 จำพวก ได้แก่ กลุ่มที่ไม่อาจยอมรับได้ ความเสี่ยงสูง ความเสี่ยงจำกัด และความเสี่ยงต่ำ โดยระบบปัญญาประดิษฐ์ที่ไม่อาจยอมรับความเสี่ยงได้นำมาซึ่งข้อห้ามการใช้ระบบปัญญาประดิษฐ์ (Prohibited Artificial Intelligence Practices) ในกรณีดังต่อไปนี้

  1. การดำเนินการที่เกี่ยวกับจิตสำนึก มีเจตนาบิดเบือนหรือหลอกลวง
  2. การใช้ประโยชน์จากความเปราะบาง (อายุ ความทุพพลภาพ สถานะทางสังคม/เศรษฐกิจ)
  3. การจัดหมวดหมู่ข้อมูลชีวภาพตามลักษณะข้อมูลที่มีความละเอียดอ่อน
  4. การให้คะแนนทางสังคมที่นำไปสู่การเลือกปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรม
  5. การระบุตัวตนด้วยข้อมูลชีวภาพแบบเรียลไทม์ในที่สาธารณะโดยหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย
  6. การประเมิน/คาดการณ์ความเสี่ยงทางอาญาโดยอิงจากการทำโปรไฟล์
  7. การสร้างฐานข้อมูลการจดจำใบหน้าจากข้อมูลอินเทอร์เน็ต/กล้องวงจรปิด
  8. การอนุมานอารมณ์ในที่ทำงานหรือสถาบันการศึกษา

อย่างไรก็ตาม ข้อห้ามการใช้ระบบปัญญาประดิษฐ์ดังกล่าวอาจจะมียกเว้นได้ในบางกรณี อาทิ การระบุตัวตนด้วยข้อมูลชีวภาพแบบเรียลไทม์ในที่สาธารณะโดยหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายนั้นแม้โดยหลักการแล้วเป็นสิ่งต้องห้าม แต่ก็อาจยกเว้นในสถานการณ์ที่มีการระบุรายละเอียดการดำเนินการอย่างครบถ้วนและจำกัดขอบเขต

และเมื่อเป็นไปตามมาตรการป้องกันที่เข้มงวด เช่น การใช้งานมีการจำกัดทั้งในด้านเวลาและขอบเขตทางภูมิศาสตร์ และได้รับอนุญาตจากศาลหรือหน่วยทางปกครองครองโดยเฉพาะ การใช้งานดังกล่าวอาจรวมถึงการค้นหาเป้าหมายของผู้สูญหาย หรือการป้องกันการโจมตีของผู้ก่อการร้าย การใช้ระบบดังกล่าวหลังการเกิดเหตุการจริงถือเป็นกรณีการใช้งานที่มีความเสี่ยงสูง จึงต้องได้รับอนุญาตจากศาลและมีความเชื่อมโยงกับความรับผิดทางอาญาอย่างเคร่งครัด

การใช้ระบบปัญญาประดิษฐ์มีความเสี่ยงสูง (Obligations for high-risk systems)

บทบัญญัติส่วนมากของ EU AI Act เป็นข้อกำหนดในส่วนที่เกี่ยวข้องกับระบบปัญญาประดิษฐ์มีความเสี่ยงสูง โดยกฎหมายกำหนดหน้าที่ที่ชัดเจนสำหรับการใช้ระบบปัญญาประดิษฐ์ดังกล่าวหลายประการ เนื่องจากการใช้อาจจะเป็นอันตรายต่อสุขภาพ ความปลอดภัย สิทธิขั้นพื้นฐาน สิ่งแวดล้อม ประชาธิปไตย และหลักนิติธรรม

โดยตัวอย่างการใช้ระบบปัญญาประดิษฐ์มีความเสี่ยงสูง ได้แก่ โครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ การศึกษาและการฝึกอบรมสายอาชีพ การจ้างงาน บริการภาครัฐและเอกชนที่จำเป็น (เช่น การสาธารณสุขและการธนาคาร) ระบบบางอย่างในการบังคับใช้กฎหมาย การจัดการการย้ายถิ่นฐานและการจัดการคนเข้าเมือง ความยุติธรรมและกระบวนการประชาธิปไตย (เช่น การมีอิทธิพลต่อการเลือกตั้ง) 

การใช้ระบบดังกล่าวจะต้องมีระบบและกระบวนการในการบริหารความเสี่ยง รักษาบันทึกการใช้งาน มีความโปร่งใสและถูกต้อง การควบคุมดูแลโดยมนุษย์ (human oversight) ความถูกต้องและความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ และกำหนดให้ประชาชนมีสิทธิยื่นเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับระบบระบบปัญญาประดิษฐ์และมีสิทธิได้รับคำอธิบายเกี่ยวกับการตัดสินใจโดยระบบปัญญาประดิษฐ์ที่มีความเสี่ยงสูงซึ่งส่งผลต่อสิทธิของตน

EU AI Act กฎหมายเปลี่ยนโลก ควบคุมเอไอความเสี่ยงสูง

ข้อกำหนดด้านความโปร่งใส (Transparency requirements)

General-purpose AI (GPAI) และโมเดล GPAI ที่ใช้ต้องเป็นไปตามข้อกำหนดด้านความโปร่งใส รวมถึงการปฏิบัติตามกฎหมายลิขสิทธิ์ของสหภาพยุโรป โดยผู้พัฒนามีหน้าที่ต้องเผยแพร่ชุดข้อมูลโดยละเอียดของเนื้อหาที่ใช้ในการฝึกอบรมโมเดล GPAI ที่อาจก่อให้เกิดความเสี่ยงเชิงระบบจะต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดเพิ่มเติม รวมถึงการดำเนินการประเมินแบบจำลอง การประเมินและการลดความเสี่ยงเชิงระบบ และการรายงานเหตุการณ์ (incident report) นอกจากนี้ รูปภาพ เสียง หรือเนื้อหาวิดีโอที่สร้างขึ้นหรือดัดแปลง (“deepfakes”) จะต้องมีป้ายกำกับอย่างชัดเจนอีกด้วย

การบังคับเชิงเขตแดนและบทกำหนดโทษ

EU AI Act มีผลใช้บังคับกับผู้ประกอบการที่อยู่นอกสหภาพยุโรปด้วย หากเข้าเงื่อนไขตามที่กฎหมายกำหนด อาทิ ผู้ให้บริการที่อยู่นอกสหภาพยุโรปและให้บริการเกี่ยวกับระบบปัญญาประดิษฐ์ในสหภาพยุโรป และผู้นำเข้าหรือผู้ส่งออกซึ่งผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับระบบปัญญาประดิษฐ์ เป็นต้น โดยกฎหมายกำหนดความรับผิดไว้สูงสุดที่ร้อยละ 7 ของผลประกอบการทั่วโลก หรือไม่เกิน 35 ล้านยูโร แล้วแต่กรณีใดสูงกว่า

ผลจากสภาพบังคับนอกเขตแดนแห่งรัฐและค่าปรับที่สูงมาก ประกอบกับข้อกำหนดและเงื่อนไขเกี่ยวกับการจัดการตามที่กฎหมายกำหนดมีรายละเอียดจำนวนมาก และกำหนดให้มีหน่วยงานกำกับดูแลในแต่ละประเทศสมาชิก ดังนั้น กฎหมายฉบับนี้จึงมีโอกาสที่จะมีผลกระทบต่อผู้เกี่ยวข้องในห่วงโซ่อุปทานของระบบปัญญาประดิษฐ์ทั่วโลก

EU AI Act อยู่ในขั้นตอนการตรวจสอบของนักกฎหมาย-นักภาษาศาสตร์ขั้นสุดท้าย และกฎหมายยังต้องได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการจากสภา (EU Council) อีกด้วย โดยจะมีผลใช้บังคับ 20 วันหลังจากการตีพิมพ์ในวารสารอย่างเป็นทางการ.

อ้างอิง :: 

 

Artificial Intelligence Act: MEPs adopt landmark law,

EU AI Act, European Parliament legislative resolution of 13 March 2024 on the proposal for a regulation of the European Parliament and of the Council on laying down harmonised rules on Artificial Intelligence (Artificial Intelligence Act) and amending certain Union Legislative Acts (COM(2021)0206 – C9-0146/2021 – 2021/0106(COD)),

คอลัมน์ Tech Law and Security

ระวีวรรณ ขันติวิริยะพานิช

บริษัท ดีพีโอเอเอเอส จำกัด

ศุภวัชร์ มาลานนท์

บัณฑิตวิทยาลัยการจัดการและนวัตกรรม (KMUTT/มจธ.)