รักษาการเลขาฯกสทช.คนใหม่ ระบุประชุมบอร์ดครั้งต่อไป 26 มิ.ย. นี้ อุบมีวาระพิจารณาเอไอเอส - 3 บีบี ยันยังไม่เห็นวาระ เผยแม้มีประเด็นการเมืองเรื่องผู้ถือหุ้นแต่มั่นใจทำงานมืออาชีพพอไม่กดดัน
นายภูมิศิษฐ์ มหาเวสน์ศิริ รองเลขาธิการ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) สายงานกิจการกระจายเสียงและโทรทัศน์ เป็นผู้รักษาการแทนเลขาธิการ กสทช.แทนนาย ไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล ที่โดนให้บอร์ดมีมติหยุดมีคำสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ไปก่อนหน้านี้ กล่าวว่า ในวันที่ 26 มิ.ย. นี้ จะเป็นการประชุมกสทช.แต่ยังไม่สามารถตอบได้ว่าจะมีวาระเรื่องการรวมกิจการระหว่างบริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค จำกัด บริษัทลูกของบมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (เอไอเอส) และ บริษัท ทริปเปิลที บรอดแบนด์ จำกัด (มหาชน) หรือ 3บีบีหรือไม่
แต่โดยส่วนตัวตามที่มีกระแสสังคมมองว่าการที่ผู้ถือหุ้นใหญ่ของ เอไอเอส คือบมจ.อินทัช มีประเด็นทางการเมืองอยู่ขณะนี้ ส่วนตัวมองว่า การทำหน้าที่ของกสทช.มีความเป็นมืออาชีพเพียงพอ ดังนั้นจึงไม่ได้รู้สึกหนักใจใดๆ
อย่างไรก็ดี ก่อนหน้านี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศาสตราจารย์คลินิก สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธาน กสทช. เคยกล่าวถึงความคืบหน้าในการดำเนินการพิจารณา กรณี การรวมธุรกิจระหว่างเอไอเอสและ 3บีบีว่า ที่ประชุมกสทช.ได้พิจารณาตั้งคณะอนุกรรมการ 4 ชุด รวมถึงกรอบระยะเวลาดำเนินการดังกล่าวเรียบร้อยแล้ว
โดยยืนยันว่า ขั้นตอน กระบวนการ และระยะเวลา ต้องทำเหมือนกรณีการควบรวมกิจการของบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และ บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) แม้ว่าการขออนุญาตของเอไอเอส คือ การเข้าซื้อกิจการของ 3บีบี ซึ่งอาจแตกต่างจากการรวมธุรกิจของทรูดีแทคจากโมเดลควบรวมกิจการและโมเดลเข้าซื้อกิจการ แต่กสทช.มองว่า เป็นเรื่องการรวมธุรกิจเหมือนกัน
ดังนั้น คณะอนุกรรมการรวมกิจการต้องมี 4 คณะทำงาน ประกอบด้วย คณะอนุกรรมการด้านกฎหมาย คณะอนุกรรมการด้านคุ้มครองผู้บริโภคและสิทธิพลเมือง คณะอนุกรรมการด้านเทคโนโลยี และคณะอนุกรรมการด้านเศรษฐศาสตร์
โดยมีกรอบระยะเวลาในการทำงาน ภายใน 30 วัน หากเสร็จไม่ทันให้ขยายไปอีก 30 วัน อีก 2 รอบ และรอบสุดท้ายขยายไปอีก 90 วัน รวมทั้งสิ้นระยะเวลา 6 เดือน



