background-default

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม 2569

Login
Login

ยกระดับเทคโนโลยี 'การแพทย์' เปลี่ยนผ่านสู่ ‘เฮลธ์แคร์’ ยุคใหม่

ยกระดับเทคโนโลยี 'การแพทย์'  เปลี่ยนผ่านสู่  ‘เฮลธ์แคร์’ ยุคใหม่

ตั้งแต่วิกฤติโควิดเป็นต้นมา เห็นได้อย่างชัดเจนว่า การพัฒนายกระดับเทคโนโลยีด้าน “การแพทย์” อยู่ในความสนใจของบรรดาเทคคอมพานีระดับโลก รวมถึงผู้ให้บริการด้านสาธารณสุขทุกภาคส่วน

เดวิด หลี่ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด วิเคราะห์ว่า ประเทศไทยมีความก้าวหน้าอย่างมากในด้านบริการและอุปกรณ์ทางการแพทย์

สำหรับ หัวเว่ย ให้ความสำคัญกับการเร่งยกระดับรากฐานโครงสร้างพื้นฐานด้านไอซีทีและประยุกต์ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงเป็นอันดับแรกๆ

ทั้งนี้สอดคล้องไปกับภารกิจ "เติบโตในประเทศไทย” โดยจะเน้นไปใน 2 ทิศทางหลัก อันดับแรกคือการเน้นเพิ่มขีดความสามารถของพันธมิตร และระบบนิเวศของอุตสาหกรรมสาธารณสุขในประเทศไทย ผ่านโครงการและแผนงานต่างๆ พร้อมทั้งแนะนําแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดจากประสบการณ์ของภาคอุตสาหกรรมระดับโลกให้แก่ประเทศไทย

อันดับที่สองคือ จัดหาโซลูชันที่เหมาะสมกับความต้องการและสถานการณ์ด้านสาธารณสุขในประเทศไทย เพื่อสนับสนุนลูกค้าและสนับสนุนเป้าหมายด้านการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลของอุตสาหกรรม

“เราจะเข้าไปเสริมความแข็งแกร่งด้านเทคโนโลยีและการประมวลผล สนับสนุนเป้าหมายการยกระดับสู่ไทยแลนด์ 4.0 พร้อมผลักดันให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางทางการแพทย์ระดับภูมิภาค”

เพิ่มลงทุนตลาดประเทศไทย

หัวเว่ย มีแผนสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลของภาคอุตสาหกรรมสาธารณสุขไทย จากนี้จะเพิ่มการลงทุนด้านเทคโนโลยีในอุตสาหกรรมสาธารณสุขและสร้างความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับลูกค้าและผู้เกี่ยวข้องในอุตสาหกรรม เพื่อสร้างรากฐานทางดิจิทัลบนพื้นฐานของเทคโนโลยีขั้นสูงด้วยการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบดิจิทัล หวังว่าจะมีส่วนช่วยสนับสนุนอุตสาหกรรมสาธารณสุขของประเทศไทยให้แข็งแกร่ง

ปัจจุบันหัวเว่ยมีผลิตภัณฑ์และโซลูชันที่พัฒนาร่วมกับพันธมิตรและได้รับการยอมรับในอุตสาหกรรมจำนวนมาก เช่น พยาธิวิทยาดิจิทัล (Digital Pathology), หอพักผู้ป่วยอัจฉริยะ (Smart Ward) และระบบจัดการโรงพยาบาลเสมือน (Hospital Operation Center หรือ Digital Twin)

เทคโนโลยีดังกล่าว ทำงานบนพื้นฐานของโครงสร้างเทคโนโลยี เช่น 5จี, ไวไฟ 6 และเทคโนโลยี all-flash Storage นอกจากนี้ หัวเว่ยยังมีพันธมิตรในอุตสาหกรรมมากกว่า 3,000 ราย รองรับการให้บริการแก่องค์กรด้านสาธารณสุขมากกว่า 5,000 แห่งในประเทศต่างๆ กว่า 90 ประเทศทั่วโลก

“เราพร้อมผลักดันให้บุคลากรทางการแพทย์ ตลอดจนผู้ป่วยสามารถเข้าถึงการรักษาและบริการที่ดีที่สุด เปลี่ยนผ่านอุตสาหกรรมสู่ยุคดิจิทัล สามารถประยุกต์ใช้โครงสร้างพื้นฐานด้านไอซีที ไปจนถึงการพัฒนาโซลูชันและแอปพลิเคชันด้านการดูแลผู้ป่วย”

ยกระดับบริการ เพิ่มการเข้าถึง

พลวรรธน์ วิทูรกลชิต ประธานเจ้าหน้าที่บริหารในบริษัท สบาย อินฟราสตรัคเจอร์ จำกัด ผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมสาธารณสุขของประเทศไทย กล่าวว่า สาเหตุที่จำเป็นต้องมีการเปลี่ยนแปลงด้านไอทีในการแพทย์ยุคใหม่ ก็เพื่อประโยชน์ต่อการพัฒนาด้านการรักษาคนไข้ ซึ่งจะนำไปสู่การเพิ่มประสิทธิภาพของการให้บริการ

เช่น ด้านการรอคิว การลดค่าใช้จ่ายในระยะยาว การยกระดับประสบการณ์การใช้บริการของผู้ป่วย และการเข้าถึงบริการด้านการแพทย์ได้ดียิ่งขึ้น”

โดยคาดว่า ระบบการเชื่อมโยงข้อมูลคนไข้อย่างราบรื่นไร้รอยต่อทั้งในและนอกโรงพยาบาล น่าจะเกิดขึ้นภายในเวลา 5 ปี รวมไปถึงการเชื่อมโยงฐานข้อมูลของสถานพยาบาลต่าง ๆ โดยไม่ละเมิดด้านการรักษาความปลอดภัยของข้อมูล

ปัจจุบัน แนวโน้มเรื่องการนำเทคโนโลยี Internet of Medical Things (IOMT) ในประเทศไทยเริ่มมีมากขึ้น ตลอดจนเรื่องบิ๊กดาต้า การวิเคราะห์ข้อมูล และการบริโภคในตลาดการแพทย์ (Consumerism in the medical market) ที่จะมีทั้งในมุมที่ดีและไม่ดี ทำให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงยาและเครื่องมือทางการแพทย์ได้ง่ายมากขึ้น

ขณะที่ การแพทย์ทางไกลจะกลายเป็นสิ่งจำเป็น ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะต้องพึ่งการมีระบบที่ดีเพื่อให้ได้ข้อมูลที่ถูกต้องและยังรักษาความเป็นส่วนตัวให้กับคนไข้ได้ด้วย