วันอังคาร ที่ 17 มีนาคม 2569

Login
Login

อุบัติการณ์ ‘ไซเบอร์ซิเคียวริตี้’ บทพิสูจน์ ‘ตัวจริง’ เทค คอมพานี

อุบัติการณ์ ‘ไซเบอร์ซิเคียวริตี้’ บทพิสูจน์ ‘ตัวจริง’ เทค คอมพานี

อุบัติการณ์ “ภัยไซเบอร์” ที่กำลังทวีความรุนแรง เป็นบททดสอบสำคัญที่ทุกองค์กรจำเป็นต้องก้าวข้าม ท่ามกลางความผันผวนของสมรภูมิธุรกิจ เศรษฐกิจ และอีกหลายปัจจัยที่เข้ามาท้าทาย สร้างจุดเปลี่ยนในยุคแห่งดิจิทัลดิสรัปชัน...

ทุกวันนี้รูปแบบการโจมตีทางไซเบอร์ ยิ่งมีความซับซ้อน ขณะเดียวกันมีการพัฒนาทางเทคนิคและวีธีการใหม่ๆ ที่ตรวจจับได้ยากกว่าเดิม อาชญากรไซเบอร์ ยังคงพยายามเจาะเข้าไปยังช่องโหว่ที่อ่อนแอที่สุดขององค์กร โครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ รวมถึงจุดอ่อนที่เกิดความผิดพลาดได้มากที่สุดนั่นก็คือ "มนุษย์”

แน่นอนว่า ผลประโยชน์ที่ชัดเจนที่สุดหนีไม่พ้นด้าน “การเงิน” และ “ข้อมูลส่วนบุคคล” ที่สามารถนำไปต่อยอดเพื่อทำเงินได้อีกมหาศาล...

“กรุงเทพธุรกิจ” สัมภาษณ์พิเศษ อัตพล พยัคฆ์ ประธานเจ้าหน้าที่ด้านความปลอดภัย บริษัท บิทคับ ออนไลน์ จำกัด ผู้ให้บริการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลชั้นนำ ถึงประเด็นนี้

 “อัตพล” เปิดมุมมองว่า อาชญากรไซเบอร์และเหล่าแฮกเกอร์ทราบดีว่า การโจมตีอุตสาหกรรมทางการเงิน ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล รวมถึงคริปโทเคอร์เรนซีต่างๆ สามารถสร้างประโยชน์และผลตอบแทนที่สูงกว่าบริการด้านอื่นๆ อุบัติการณ์ ‘ไซเบอร์ซิเคียวริตี้’ บทพิสูจน์ ‘ตัวจริง’ เทค คอมพานี

ช่วงตั้งแต่ต้นปีเป็นต้นมาจึงได้เห็นว่า มีการโจมตีที่สร้างความเสียหายหลายเหตุการณ์ โดยวิธีการที่ใช้มีอยู่หลากหลาย เช่น ฟิชชิงอีเมล ลิงก์ปลอม ไฟล์เอกสาร รวมถึงคำอธิบายลักษณะงาน (Job Description) ที่ฝังมัลแวร์เข้ามาด้วย

ส่วนประชาชนทั่วไปถูกหลอกลวงด้วยวิธีการที่ซับซ้อนมากขึ้น อาศัยโซเชียลเอ็นจิเนียริง และช่องโหว่การใช้งานที่อาจไม่ระมัดระวังเมื่อเข้าใช้โซเชียลมีเดียต่างๆ

“ผมคาดว่าหลังจากนี้จะได้เห็นภัยคุกคามที่มากขึ้น มีเป้าหมายที่ชัดเจนมากขึ้น และพุ่งเป้าไปที่เหยื่อแบบหลากหลาย ทั้งคริปโทฯ บล็อกเชน เอ็นเอฟที และเมตาเวิร์ส เมื่อเข้าถึงข้อมูลได้ นั่นหมายความว่าสินทรัพย์ดิจิทัลย่อมมีความเสี่ยงด้วย”

ชู ‘Zero Trust’ สกัดภัยคุกคาม

สำหรับบิทคับ วางยุทธศาสตร์และเป้าหมายด้านความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ ไว้เป็น “First Priority” ขององค์กร ให้ความสำคัญตั้งแต่แนวคิดการออกแบบระบบ กระบวนการบริหารจัดการ การให้บริการ และการตอบสนองต่อภัยคุกคามที่ครอบคลุมในทุกมิติ

โดยกลยุทธ์หลักอยู่ภายใต้แนวคิด “Zero Trust” ที่ไม่อาจไว้วางใจหรือเชื่ออะไรได้ทุกกระบวนการเข้าถึง การอนุญาตให้เข้าถึงเครือข่าย ทุกๆ อย่างต้องผ่านการตรวจสอบความน่าเชื่อถือทั้งหมดก่อน

ด้านแนวทางการรับมือ ได้มีการติดตั้งระบบและซอฟต์แวร์โซลูชันที่ครอบคลุมไว้ทุกโดเมนที่เกี่ยวข้อง มีศูนย์ปฏิบัติการทางด้านไซเบอร์เพื่อเป็นศูนย์กลางในการเฝ้าระวังและตอบสนองต่อภัยคุกคาม ที่สำคัญต้องมองกลับไปที่จุดเริ่มต้นคือ การสร้างการรับรู้ที่ถูกต้องให้กับ “บุคลากร”

ที่ผ่านมา ด้วยระบบที่แข็งแรงและเข้มงวดสามารถป้องกันภัยคุกคามที่พยายามเข้ามาได้ทั้งหมด ทั้งได้ช่วยดูแลลูกค้าดำเนินการนำเว็บหรือลิงก์ปลอมออกและดำเนินการแจ้งความ ซึ่งโดยปกติแต่ละเดือนจะพบภัยคุกคามที่แฝงมาในรูปแบบฟิชชิงและบนโซเชียลเน็ตเวิร์คประมาณ 100 เหตุการณ์

ยกระดับซิเคียวริตี้ ‘มาตรฐานสูงสุด’

ผู้บริหารบิทคับเผยว่า เฟสถัดไปวางแผนที่จะเพิ่มมาตรการด้านความปลอดภัยที่เข้มข้นมากขึ้น มีการยกระดับเทคโนโลยีที่จะต่อยอดโซลูชันด้าน Zero Trust, การจัดการช่องโหว่, การดูแลซัพพลายเชน การบริหารความเสี่ยงด้านไซเบอร์ ความปลอดภัยข้อมูล และการดูแลสินทรัพย์ดิจิทัล ฯลฯ

เมื่อพูดถึงไซเบอร์ซิเคียวริตี้ ต้องมีความพร้อมเสมอ ไม่ว่าจะเป็นความสามารถในการเตรียมตัว ตั้งรับ ตอบสนองต่อภัยคุกคาม รวมถึงการกู้คืนระบบให้กลับมาดำเนินการได้ตามปกติ ซึ่ง “Cyber Resilience” นี้จะเป็นตัวชี้วัดว่า องค์กรมีความพร้อมที่จะตอบสนองต่อภัยคุกคามและข้อมูลรั่วไหลได้มากแค่ไหน อย่างไร

“เราจะยกระดับมาตรฐานด้านความปลอดภัยให้สูงขึ้น ด้วยมาตรฐานระดับสูงสุดของอุตสาหกรรม มองว่าระยะเวลาที่ผ่านไปความปลอดภัยอาจมีประสิทธิภาพลดลงไม่แข็งแรงเท่าเดิม จำเป็นต้องมีการตรวจสอบและพัฒนาต่อเนื่องตลอดเวลา อีกทางหนึ่งเมื่อต้องทำงานร่วมกับพันธมิตรทุกรายต้องผ่านมาตรฐานที่กำหนดไว้ด้วย”

บิทคับตั้งเป้าไว้ว่า จะทำให้ แพลตฟอร์มซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล มีความมั่นคงปลอดภัยสูงสุด สามารถดูแลลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ ให้ประสบการณ์ที่ดี ภายในปีนี้สามารถรองรับการให้บริการลูกค้าได้ไม่น้อยกว่า 7 ล้านราย

 

'เฟรมเวิร์ก’ ต้องชัดเจน

อัตพลระบุว่า ไซเบอร์ซิเคียวริตี้จะมองเพียง “Cyber Risk” ไม่ได้ ที่ต้องให้ความสำคัญควบคู่กันไปยังมี “Digital Risk Management” และการปรับตัวเพื่อรองรับการมาของ “Cloud First”

การสร้างความสำเร็จในบริบทของเทคคอมพานี ต้องให้ความสำคัญกับทั้ง คน กระบวนการ และเทคโนโลยี เฟรมเวิร์คต้องชัดเจน ทุกอย่างต้องอยู่ภายใต้ “มาตรฐาน” ระดับสูงสุด พร้อมมีการสร้างความเชื่อมั่นให้กับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง

ขณะที่ อีกหนึ่งปัจจัยที่จะช่วยเสริมศักยภาพการบริหารจัดการของทุกองค์กรในทุกอุตสาหกรรม หากมี “Chief Security Officer” จะมีส่วนช่วยได้อย่างมาก เพื่อทำหน้าที่ในการวางกรอบกลยุทธ์ด้านความมั่นคงปลอดภัย สื่อสารกับฝ่ายบริหาร สื่อสารภายในองค์กร และวางกรอบการทำงานที่ชัดเจนเป็นระบบ

“ไซเบอร์ซิเคียวริตี้เป็นพาราดามใหม่ของการพัฒนาทางด้านเทคโนโลยี วันนี้ภัยคุกคามมีแต่จะทวีความรุนแรงขึ้น ซับซ้อนมากขึ้น ดังนั้นไม่สามารถย่ำอยู่กับที่ หรือบริหารจัดการแบบเดิมๆ ได้อีกต่อไป”