วิชั่น ‘แกร็บ ประเทศไทย’ ใต้บังเหียน เอ็มดีใหม่ ย้ำภาพ ‘ซูเปอร์แอพ’

วิชั่น ‘แกร็บ ประเทศไทย’ ใต้บังเหียน เอ็มดีใหม่ ย้ำภาพ ‘ซูเปอร์แอพ’

แกร็บ แต่งตั้ง "วรฉัตร ลักขณาโรจน์“ นั่งกรรมการผู้จัดการใหญ่ แกร็บ ประเทศไทย รับผิดชอบการบริหารธุรกิจทั้งหมดของแกร็บในไทย และขับเคลื่อนองค์กรอย่างเต็มรูปแบบ ตั้งแต่การวางกลยุทธ์และกำหนดทิศทางขององค์กร การพัฒนาและต่อยอดธุรกิจต่างๆ ซึ่งครอบคลุม 3 ธุรกิจหลัก

การแข่งขันในตลาดบริการในรูปแบบ ‘ดิลิเวอรี่’ ในไทย ยังคงแข่งขันกันดุเดือด ตลาดนี้กลายเป็น “เรด โอเชี่ยน” เพียงแค่ไม่กี่ปีที่ผ่านมา จุดแข็ง คือ สามารถตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคได้อย่างตรงจุด อุด painpoint ได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะในช่วงที่โลกเกิดวิกฤติโควิด-19 บริการดิลิเวอรี่ เติบโตพุ่งกระฉูดไปหลายเท่าตัว

การปรับยุทธศาสตร์ของกลุ่มธุรกิจบริการด้านนี้ จึงยังมีความท้าทาย ภายใต้โจทย์ใหม่ๆ โดยเฉพาะการเดินไปสู่การเป็น “ซูเปอร์แอพ” มีบริการให้ครบแบบจบได้ด้วยตัวเองในแอพเดียว

"แกร็บ” (Grab) เป็นหนึ่งในผู้นำซูเปอร์แอปในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีบริการที่ครบวงจร ทั้งบริการจัดส่งอาหาร บริการการเดินทาง และกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์  เป็นบริษัทที่เติบโตมาจากสตาร์ทอัพ จนถึงวันนี้กลายเป็นสตาร์ทอัพระดับเดคาคอร์น (บริษัทสตาร์ทอัพที่มีมูลค่าตั้งแต่ 1 หมื่นล้านดอลลาร์ขึ้นไป) ถือเป็นรายแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ไปถึงระดับนั้นได้ ทั้งยังถือเป็นผู้นำอันดับหนึ่งสำหรับแพลตฟอร์มการเรียกใช้บริการตามต้องการของภูมิภาค

ในประเทศไทย นับว่า แกร็บมีส่วนแบ่งการตลาดในระดับผู้นำ ข้อมูลของ creden data ระบุรายได้ปี 2564 อยู่ที่กว่า 11,375 ล้านบาท แกร็บนำเสนอบริการต่างๆ แบบออนดีมานด์ ครอบคลุมทั้งบริการการเดินทาง การจัดส่งอาหาร สินค้าและพัสดุ ตลอดจนบริการทางการเงินในรูปแบบดิจิทัล เพื่อตอบสนองผู้ใช้บริการหลายล้านคนทั่วทั้ง 480 เมืองใน 8 ประเทศ อันได้แก่ กัมพูชา ไทย ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย เมียนมา เวียดนาม สิงคโปร์ และอินโดนีเซีย

เอ็มดีคนใหม่จัดเต็มกลยุทธ์

ล่าสุด แกร็บ แต่งตั้ง "วรฉัตร ลักขณาโรจน์“ ขึ้นดำรงตำแหน่ง กรรมการผู้จัดการใหญ่ แกร็บ ประเทศไทย ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2565 เป็นต้นไป โดยจะเข้ามาดูแลรับผิดชอบการบริหารธุรกิจทั้งหมดของแกร็บในไทย และขับเคลื่อนองค์กรอย่างเต็มรูปแบบ ตั้งแต่การวางกลยุทธ์และกำหนดทิศทางขององค์กร การพัฒนาและต่อยอดธุรกิจต่างๆ ซึ่งครอบคลุม 3 ธุรกิจหลัก ได้แก่ บริการด้านการเดินทาง (Mobility) บริการด้านการจัดส่งอาหาร สินค้าและพัสดุ (Deliveries) และบริการด้านการเงิน (Financial Services)

รวมถึงสร้างและรักษาสมดุลให้กับอีโคซิสเต็มเพื่อให้ธุรกิจของแกร็บในประเทศไทยเติบโตได้อย่างยั่งยืน พร้อมเดินหน้าสานต่อพันธกิจ “GrabForGood” หรือ แกร็บ…เพื่อชีวิตที่ดีกว่า ซึ่งมุ่งส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีและแพลตฟอร์มของแกร็บเพื่อสร้างโอกาสและยกระดับคุณภาพชีวิตให้กับคนไทย ขณะที่ "อเลฮานโดร โอโซริโอ" จะย้ายไปรับตำแหน่งใหม่เพื่อดูแลและบริหารธุรกิจอื่นภายในแกร็บ

ตอกย้ำเจ้าแห่งซูเปอร์แอพ

วรฉัตร บอกว่า ภายใต้บทบาทใหม่ในฐานะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ แกร็บ ประเทศไทย จะมุ่งมั่นที่จะเสริมสร้างความแข็งแกร่งทางธุรกิจ เพื่อตอกย้ำความเป็นผู้นำ “ซูเปอร์แอป” ที่คอยตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคในยุคดิจิทัล ควบคู่ไปกับการสานต่อเจตนารมณ์ของแกร็บในการขับเคลื่อนภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ไปข้างหน้า

ผ่าน 3 แนวทางหลัก คือ เติบโต มุ่งสร้างการเติบโตทางธุรกิจอย่างต่อเนื่อง ผ่านการพัฒนาบริการและเสริมประสิทธิภาพในการบริหารงานด้านต่างๆ โดยมีเป้าหมายเพื่ออำนวยความสะดวกและตอบสนองพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในยุคดิจิทัล

เคียงข้าง มุ่งอยู่เคียงข้างเพื่อสร้างโอกาสให้กับคนไทย โดยเฉพาะพาร์ทเนอร์คนขับและพาร์ทเนอร์ร้านค้า ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญในการดำเนินธุรกิจของแกร็บ เพื่อเพิ่มศักยภาพและสร้างโอกาสทางธุรกิจ พร้อมสนับสนุนนโยบายของภาครัฐในการพัฒนาประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง และ ยั่งยืน มุ่งดำเนินธุรกิจโดยคำนึงถึงความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม พร้อมมีส่วนในการส่งเสริมความยั่งยืนโดยใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีผ่านโครงการและกิจกรรมต่างๆ

วรฉัตร ร่วมงานกับแกร็บเมื่อปี 2562 ในตำแหน่ง กรรมการผู้จัดการ แกร็บ ไฟแนนเชียล กรุ๊ป ประเทศไทย เพื่อพัฒนาและนำเสนอบริการทางการเงิน พร้อมขับเคลื่อนธุรกิจฟินเทคของแกร็บในประเทศไทย ก่อนจะรับบทบาทเพิ่มเติมในฐานะ กรรมการบริหาร แกร็บ ประเทศไทย ในปี 2564

ทั้งนี้ ถือเป็นหนึ่งในหัวเรือใหญ่ที่คอยผลักดันพันธกิจ GrabForGood ให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมรับผิดชอบงานด้านรัฐกิจสัมพันธ์ ซึ่งสนับสนุนและส่งเสริมความร่วมมือในด้านต่างๆ กับหน่วยงานภาครัฐเพื่อร่วมขับเคลื่อนและผลักดันให้ประเทศไทยก้าวไปสู่เศรษฐกิจและสังคมดิจิทัล

โดยก่อนหน้าที่จะมาร่วมงานกับแกร็บ วรฉัตร สั่งสมประสบการณ์ และความเชี่ยวชาญในเชิงธุรกิจจากการเป็นผู้บริหารระดับสูงที่ดำรงตำแหน่งสำคัญของธนาคารและสถาบันทางการเงินชั้นนำทั้งไทยและต่างชาติมานานกว่า 17 ปี และเป็นหนึ่งในผู้บุกเบิกการทำดิจิทัลแบงกิ้งในประเทศไทย