วันพฤหัสบดี ที่ 8 ตุลาคม 2569

Login
Login

‘AIS’ กางแผนปี 2570 ลงทุน 5 หมื่นล้าน ชู AI พลิกเศรษฐกิจไทยสู่ประเทศอัจฉริยะ

ซีอีโอ AIS มอง AI มีศักยภาพสร้างมูลค่าเศรษฐกิจไทยแตะ 5 แสนล้านบาทในปี 2570 ชี้ประเทศต้องเร่งวางรากฐาน Sovereign Cloud–Sovereign AI พร้อมลงทุนโครงข่าย ดาต้าเซ็นเตอร์ และคลื่นเกือบ 5 หมื่นล้าน รับการเปลี่ยนผ่านสู่ยุค Intelligent Economy

KEY POINTS

  • AIS ประกาศแผนลงทุน 50,000 ล้านบาทในปี 2570 เพื่อขยายโครงข่ายโทรคมนาคม, ธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์ และคลื่นความถี่
  • ชู AI เป็นโครงสร้างสำคัญของเศรษฐกิจยุคใหม่ ตั้งเป้าสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้ไทยได้กว่า 5 แสนล้านบาทภายในปี 2570
  • ผลักดันแนวคิด "อธิปไตย AI" (Sovereign AI) โดยเน้นการสร้างโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของไทย เพื่อความมั่นคงและพึ่งพาตนเอง
  • AIS พร้อมขยายงาน เพื่อใช้เป็นส่วนสำคัญในการสร้างดาต้าเซ็นเตอร์ เพื่อรองรับการประมวลผล AI และผลักดันไทยสู่การเป็นศูนย์กลางดิจิทัลของภูมิภาค
  • นอกจากนี้ ประเทศไทยจำเป็นต้องพัฒนาบุคลากรโดยบริษัทได้ดำเนินการผ่านโครงการ Thailand AI Readiness (TARI) เพื่อเตรียมความพร้อมและยกระดับทักษะให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี

ปรัธนา ลีลพนัง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ AIS กล่าวในงาน Special Talk | Intelligent Infrastructure: The New Growth Advantage in the Digital Economy โครงข่ายอัจฉริยะแต้มต่อใหม่ของการเติบโตในเศรษฐกิจดิจิทัล ในงาน Thailand Economic Outlook 2027 | New Horizon Beyond the Trap จัดโดยหนังสือพิมพ์ กรุงเทพธุรกิจ ระบุว่าปัญญาประดิษฐ์ AI กำลังกลายเป็นโครงสร้างสำคัญของเศรษฐกิจยุคใหม่ และมีศักยภาพช่วยสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้ประเทศไทยได้ประมาณ 5 แสนล้านบาทในปี 2570 หรือกว่า 2% ของ GDP หากสามารถนำ AI เข้าไปเพิ่มประสิทธิภาพในภาคการผลิต บริการ พลังงาน เกษตรกรรม และธุรกิจต่างๆ ได้อย่างทั่วถึง

ทั้งนี้ เศรษฐกิจไทยปัจจุบันเติบโตราว 2-3% ขณะที่ เศรษฐกิจดิจิทัล หรือ Digital GDP เติบโตในอัตราสูงกว่าประมาณ 2 เท่า สะท้อนจากพฤติกรรมคนไทยที่หันมาใช้บริการดิจิทัลในชีวิตประจำวันเพิ่มขึ้น ทั้งบริการออนไลน์ อีคอมเมิร์ซ วิดีโอคอมเมิร์ซ การขนส่งและจัดส่งอาหาร สินเชื่อดิจิทัล รวมถึงการชำระเงินผ่าน QR Code

โดยการขยายตัวดังกล่าวทำให้โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลกลายเป็นปัจจัยสำคัญของการเติบโต โดยประเมินว่าในปีนี้ประเทศไทยอาจมีเม็ดเงินลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลรวมประมาณ 1 ล้านล้านบาท รวมถึงการลงทุนในดาต้าเซ็นเตอร์

โจทย์สำคัญจึงไม่ได้อยู่ที่การนำ AI มาใช้งานเพียงอย่างเดียว แต่คือการสร้าง Digital Infrastructure ที่พร้อมรองรับ Intelligence ตั้งแต่เครือข่ายโทรคมนาคม ดาต้าเซ็นเตอร์ คลาวด์ ระบบประมวลผล GPU ไปจนถึงการจัดเก็บและบริหารข้อมูลภายในประเทศ

‘AIS’ กางแผนปี 2570 ลงทุน 5 หมื่นล้าน ชู AI พลิกเศรษฐกิจไทยสู่ประเทศอัจฉริยะ

ดัน อธิปไตย AI รากฐานเศรษฐกิจยุคใหม่

ปรัธนา มองว่า ประเทศไทยจำเป็นต้องเตรียมโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับการขยายตัวของ AI โดยเฉพาะแนวคิดการสร้างอธิปไตย AI  Sovereign AI และ Sovereign Cloud ซึ่งหมายถึงระบบโครงสร้างพื้นฐานและ AI ที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลและอธิปไตยของไทย

แนวทางดังกล่าวจะช่วยให้ประเทศสามารถใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีระดับโลก ขณะเดียวกันยังรักษาความสามารถในการควบคุมข้อมูล โครงสร้างพื้นฐาน และระบบสำคัญที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจและความมั่นคงไว้ภายในประเทศ

การเข้าสู่ยุค Intelligent Economy ไม่ได้จบเพียงการนำ AI มาใช้งาน แต่ต้องมีโครงสร้างพื้นฐานที่สามารถรองรับการประมวลผล AI ได้อย่างเพียงพอ ตั้งแต่ระบบพลังงาน โครงข่ายสื่อสาร ดาต้าเซ็นเตอร์ คลาวด์ ไปจนถึง GPU และระบบจัดเก็บข้อมูลภายในประเทศ

ประเด็นสำคัญคือการสร้าง Digital Infrastructure ที่รองรับ Intelligence และอยู่ภายใต้อธิปไตยของไทย เพื่อให้ประเทศสามารถขยายขีดความสามารถด้านเทคโนโลยีและพึ่งพาตัวเองได้มากขึ้น โดยยังสามารถนำเทคโนโลยีที่ดีที่สุดจากทั่วโลกมาปรับใช้ให้เหมาะกับบริบทของประเทศไทย

แนวคิดดังกล่าวยังรวมถึงการพัฒนา National Model หรือโมเดล AI ที่นำเทคโนโลยีจากทั่วโลกมาประยุกต์ใช้กับข้อมูลและบริบทของไทย โดยให้ความสำคัญกับการจัดเก็บข้อมูลและการทำงานของระบบภายในประเทศ

‘AIS’ กางแผนปี 2570 ลงทุน 5 หมื่นล้าน ชู AI พลิกเศรษฐกิจไทยสู่ประเทศอัจฉริยะ

ดังนั้น การเปลี่ยนผ่านดังกล่าวยังต้องเดินคู่กับการพัฒนาคน เพราะ AI จะเปลี่ยนรูปแบบการทำงานจากงานประจำที่ทำซ้ำไปสู่งานที่สร้างมูลค่าเพิ่มมากขึ้น บุคลากรจึงต้องเร่ง Reskill และ Upskill เพื่อใช้เครื่องมือ AI ให้เกิดประโยชน์สูงสุด

AIS จึงร่วมกับภาครัฐและภาคส่วนต่างๆ เดินหน้าโครงการ Thailand AI Readiness (TARI) พัฒนาแพลตฟอร์มให้บุคคลทั่วไป บริษัท ผู้บริหาร และพนักงานประเมินความพร้อมด้าน AI รวมถึงค้นหาทักษะที่จำเป็นต้องพัฒนาเพิ่มเติม

ลงทุน 5 หมื่นล้าน วางโครงสร้างพื้นฐานรับโลกเปลี่ยน

เขา กล่าวว่า เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านดังกล่าว AIS วางแผนลงทุนในปี 2570 ประมาณ 50,000 ล้านบาท และไม่มีแผนชะลอการลงทุน โดยแบ่งเป็นการขยายโครงข่ายโทรคมนาคมประมาณ 30,000 ล้านบาท ลงทุนธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์เกือบ 10,000 ล้านบาท และลงทุนด้านคลื่นความถี่อีกเกือบ 10,000 ล้านบาท

เม็ดเงินดังกล่าวสะท้อนทิศทางของ AIS ที่ไม่ได้มองธุรกิจโทรคมนาคมเพียงการให้บริการสื่อสาร แต่ต้องการยกระดับโครงข่ายไปสู่โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของประเทศ ซึ่งต้องรองรับทั้งการใช้งานในชีวิตประจำวันและการประมวลผล AI ที่เพิ่มขึ้น

ปัจจุบัน AIS มีความร่วมมือด้านดาต้าเซ็นเตอร์กับ GULF และ Singtel ผ่านโครงการ GSA 01 และ GSA 02 รวมถึงโครงการ GA 01 ที่ร่วมกับ GULF ทำให้ดาต้าเซ็นเตอร์ทั้ง 3 โครงการมีขนาดรวมเกือบ 300 เมกะวัตต์

‘AIS’ กางแผนปี 2570 ลงทุน 5 หมื่นล้าน ชู AI พลิกเศรษฐกิจไทยสู่ประเทศอัจฉริยะ

ปรัธนา ระบุว่า จุดแข็งของพันธมิตรแต่ละรายช่วยเสริมกัน โดย GULF มีความเชี่ยวชาญด้านพลังงาน ซึ่งเป็นหัวใจของดาต้าเซ็นเตอร์ขนาดใหญ่ Singtel มีเครือข่ายธุรกิจระดับภูมิภาคและความสัมพันธ์กับผู้ให้บริการเทคโนโลยีระดับโลก ขณะที่ AIS มีความแข็งแกร่งด้านโครงข่ายและบริการดิจิทัลในประเทศไทย

ไทยจ่อรับดาต้าเซ็นเตอร์กว่า 2 กิกะวัตต์

สำหรับภาพรวมตลาด ปรัธนาประเมินว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีโครงการดาต้าเซ็นเตอร์ที่อยู่ระหว่างเตรียมพัฒนา ไม่น้อยกว่า 2 กิกะวัตต์ และอาจขยับถึง 3 กิกะวัตต์โดยมีผู้ประกอบการมากกว่า 30 รายสนใจเข้ามาลงทุน

ปัจจัยสนับสนุนมาจากความพร้อมด้านพลังงาน พื้นที่ โครงข่ายสื่อสาร และฐานผู้ใช้งานภายในประเทศ ทำให้ไทยมีโอกาสก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในศูนย์กลางโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของภูมิภาค

นอกจากดาต้าเซ็นเตอร์แล้ว อุตสาหกรรมชิป ทั้งด้านการออกแบบและการผลิต ยังเป็นอีกโอกาสสำคัญที่จะต่อยอดระบบนิเวศเทคโนโลยีของไทย แม้ AIS จะไม่ได้เข้าไปดำเนินธุรกิจดังกล่าวโดยตรง แต่การเติบโตของอุตสาหกรรมชิปจะช่วยหนุนระบบนิเวศดิจิทัลโดยรวม