วันสถาปนา 15 ปี กสทช. กลายเป็นวันที่สะท้อนความขัดแย้งภายในองค์กรอย่างชัดเจน “หมอสรณ-ไตรรัตน์” ร่วมงานทำบุญ แต่เจอมวลชนชูป้ายขับไล่ ขณะที่ปมอำนาจจัดประชุมยังไม่จบ หลัง “สรณ” เชิญบอร์ดประชุม 8 ต.ค. ขณะที่กรรมการอีก 6 คนเตรียมเดินหน้าประชุมอีกวงไม่สนใจประธานฯ
KEY POINTS
- ในงานครบรอบ 15 ปี กสทช. นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ เผชิญหน้ากับกลุ่มมวลชนที่มาชุมนุมขับไล่ พร้อมชูป้าย "ไม่เอาประธานเถื่อน" สะท้อนความขัดแย้งภายในองค์กร
- ปมขัดแย้งหลักเกิดจากคำพิพากษาศาลปกครองกลางที่วินิจฉัยว่า นพ.สรณ ขาดคุณสมบัติการเป็นประธาน กสทช. ซึ่งแม้คดียังไม่สิ้นสุด แต่ได้สร้างปัญหาเรื่องสถานะและอำนาจในการปฏิบัติหน้าที่
- วิกฤตบานปลายจนเกิดปรากฏการณ์ "ประชุม 2 วง" โดยบอร์ด กสทช. เสียงข้างมาก 6 คนได้แยกตัวจัดประชุมนัดพิเศษ ขณะที่ นพ.สรณ ยังคงเรียกประชุมในฐานะประธาน
- สถานะของ นพ.สรณ ยังคงเป็นที่ถกเถียง โดยฝ่ายของ นพ.สรณ และสำนักงาน กสทช. ยืนยันอำนาจในการเรียกประชุมตามกฎหมาย ตราบใดที่คดียังไม่ถึงที่สุด
- ความขัดแย้งซ้ำเติมด้วยคดีที่ นพ.สรณ ฟ้องกรรมการ 4 คน ข้อหาหมิ่นประมาท ซึ่งล่าสุดมีรายงานว่าศาลแพ่งได้มีคำพิพากษายกฟ้อง
วันที่ 7 ต.ค. 2569 สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) จัดงานคล้ายวันสถาปนาสำนักงาน กสทช. ครบรอบ 15 ปี ท่ามกลางบรรยากาศที่แตกต่างจากงานเฉลิมฉลองทั่วไป เพราะภายในองค์กรยังคงเผชิญข้อพิพาทเรื่องสถานะของประธาน กสทช. และอำนาจในการเรียกประชุมบอร์ดที่ยังหาข้อยุติไม่ได้
ศ.คลินิก นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ เข้าร่วมพิธีถวายราชสักการะ สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ และเป็นประธานในพิธีทำบุญของสำนักงาน โดยมีนายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รองเลขาธิการ รักษาการแทนเลขาธิการ กสทช. รวมถึงเจ้าหน้าที่และหน่วยงานจากภาครัฐและเอกชนเข้าร่วมแสดงความยินดี
แต่บรรยากาศบริเวณงานกลับเกิดความตึงเครียด เมื่อมีกลุ่มมวลชนเดินทางมาบริเวณชั้น 1 อาคาร 5 หอประชุมสำนักงาน กสทช. พร้อมชูป้ายข้อความเรียกร้องให้นพ.สรณและนายไตรรัตน์พ้นจากตำแหน่ง อาทิ “ไม่เอาประธานเถื่อน” “หมอสรณต้องออกไป” และ “สำนักงาน กสทช.ดื้อด้าน” รวมถึงป้ายที่มีตัวเลข “157” ท่ามกลางเจ้าหน้าที่ที่เข้าดูแลสถานการณ์
ภาพดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงที่วิกฤตภายในบอร์ด กสทช. กำลังเดินหน้าเข้าสู่จุดที่ซับซ้อนมากขึ้น หลังการประชุมบอร์ดประสบปัญหาต่อเนื่อง และเกิดภาพการประชุมแยกเป็น 2 แนวทาง
ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 2 ต.ค. กสทช.เกิดปรากฏการณ์ “ประชุม 2 วง” โดยวงหนึ่งเป็นการประชุม กสทช. ครั้งที่ 25/2569 ซึ่งจัดขึ้นตามการนัดหมายของนพ.สรณ ขณะที่กรรมการ กสทช.อีก 6 คน ได้แก่ พล.อ.ท.ดร.ธนพันธุ์ หร่ายเจริญ ศ.กิตติคุณ ดร.พิรงรอง รามสูต รศ.ดร.ศุภัช ศุภชลาศัย รศ.ดร.สมภพ ภูริวิกรัยพงศ์ พล.ต.อ.ดร.ณัฐธร เพราะสุนทร และนายต่อพงศ์ เสลานนท์ เข้าร่วมประชุมนัดพิเศษอีกวงหนึ่ง และเลือกนายศุภัชขึ้นทำหน้าที่ประธานที่ประชุมชั่วคราว
ความขัดแย้งดังกล่าวมีรากสำคัญจากคำพิพากษาศาลปกครองกลางเมื่อวันที่ 25 ก.ย. 2569 ซึ่งยกฟ้องคดีที่นพ.สรณฟ้องคณะกรรมการสรรหา กสทช. โดยศาลเห็นว่าคณะกรรมการสรรหามีอำนาจพิจารณาคุณสมบัติ และคำวินิจฉัยที่ 1/2569 ที่ระบุว่านพ.สรณขาดคุณสมบัติและถือเป็นผู้สละสิทธิในการเข้ารับตำแหน่งนั้นชอบด้วยกฎหมาย
อย่างไรก็ตาม คดีดังกล่าวยังสามารถอุทธรณ์ต่อศาลปกครองสูงสุดได้ภายใน 30 วัน ทำให้สถานะและอำนาจของนพ.สรณกลายเป็นข้อถกเถียงต่อเนื่องภายในสำนักงาน ขณะที่สำนักงาน กสทช.มีแนวทางยึดข้อกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องในการจัดประชุม
ล่าสุด เมื่อวันที่ 6 ต.ค. นายไตรรัตน์ได้ทำหนังสือแจ้งกรรมการ กสทช. ให้เข้าร่วมประชุม กสทช. ครั้งที่ 25/2569 ในวันที่ 8 ต.ค. เวลา 09.30-16.30 น. โดยระบุว่านพ.สรณเป็นผู้กำหนดให้มีการประชุมและเป็นประธานในที่ประชุมตามระเบียบข้อบังคับการประชุม กสทช.
ประเด็นนี้จึงกลายเป็นจุดสำคัญ เพราะฝ่ายนพ.สรณยังยืนยันว่า หากมีการเชิญกรรมการ 6 คนโดยไม่เชิญกรรมการอีก 1 คน แล้วอ้างว่าเป็นเสียงส่วนใหญ่ การดำเนินการดังกล่าวอาจไม่ถูกต้องตามหลักกฎหมาย พร้อมระบุว่าขณะนี้สำนักงานได้ส่งหนังสือเชิญประชุมวันที่ 8 ต.ค. แล้ว แต่ยังไม่ได้ยืนยันว่าจะเข้าร่วมหรือทำหน้าที่ประธานหรือไม่ และยังไม่ได้ยื่นหนังสือลาประชุม
นพ.สรณยังมองว่า หากเกิดการประชุม 2 วงขึ้นอีกครั้ง จำเป็นต้องตรวจสอบตามกฎและข้อบังคับว่า การประชุมใดดำเนินการถูกต้องตามหลักเกณฑ์
ขณะที่นายไตรรัตน์ให้เหตุผลก่อนหน้านี้ว่า สำนักงานยังต้องพิจารณาข้อกฎหมายและสถานะของนพ.สรณประกอบการดำเนินการ โดยระบุว่าตราบใดที่นพ.สรณยังมีสถานะเป็นประธาน กสทช. สำนักงานก็ต้องดำเนินการตามกรอบอำนาจหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง
คดีศาลแพ่งซ้ำแรงกดดัน
อีกด้านหนึ่ง วันที่ 7 ต.ค. กรรมการ กสทช. 4 คน ได้แก่ นายศุภัช ศุภชลาศัย พล.อ.ท.ดร.ธนพันธุ์ หร่ายเจริญ ศ.กิตติคุณ ดร.พิรงรอง รามสูต และ รศ.ดร.สมภพ ภูริวิกรัยพงศ์ เดินทางไปศาลแพ่งตามนัดฟังคำพิพากษา คดีหมายเลขดำ พ5748/2567 ซึ่งนพ.สรณเป็นโจทก์ฟ้องเรียกค่าเสียหาย 20 ล้านบาท จากกรณีแถลงข่าวร่วมและเผยแพร่ข้อมูลที่โจทก์เห็นว่าทำให้เสียชื่อเสียง
คดีดังกล่าวสืบเนื่องจากแถลงการณ์ของกรรมการทั้ง 4 คนเมื่อวันที่ 27 ธ.ค. 2566 ซึ่งกล่าวถึงปัญหาการทำงานภายในบอร์ดหลายประเด็น ทั้งการสรรหาเลขาธิการ กสทช. การดำเนินการตามมติ การปรับโครงสร้างสำนักงาน งบประมาณ การบรรจุวาระ และการกำหนดวันประชุม รวมถึงประเด็นการใช้เงินกองทุน กทปส. 600 ล้านบาท สนับสนุนการซื้อลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลก 2022
เบื้องต้นมีรายงานว่าศาลมีคำพิพากษายกฟ้อง แต่รายละเอียดคำพิพากษาอย่างเป็นทางการยังต้องรอตรวจสอบเอกสารของศาลอีกครั้ง
ภาพที่เกิดขึ้นในวันครบรอบ 15 ปี จึงสะท้อนสถานการณ์ของ กสทช. ที่ไม่ได้มีเพียงข้อพิพาทเรื่องตัวบุคคล แต่ขยายไปสู่คำถามสำคัญว่า ใครมีอำนาจเรียกประชุม ใครมีอำนาจทำหน้าที่ประธาน และมติจากวงประชุมใดจะได้รับการยอมรับตามกฎหมาย
โดยเฉพาะการนัดประชุมวันที่ 8 ต.ค. ที่กำลังจะเกิดขึ้น จึงอาจเป็นอีกหนึ่งบททดสอบสำคัญของทั้งบอร์ดและสำนักงาน กสทช. ว่าจะสามารถหาทางออกจาก “วิกฤตประชุมล่ม” และปลดล็อกงานที่คั่งค้างจำนวนมากได้หรือไม่ ขณะที่แต่ละฝ่ายยังยืนยันการตีความอำนาจของตัวเองบนฐานของกฎหมายคนละมุม





