วันศุกร์ ที่ 2 ตุลาคม 2569

Login
Login

บอร์ดกสทช.ตั้ง ‘ศุภัช’ นั่งประธาน กสทช. แทน ‘หมอสรณ’ ชั่วคราวหลังปมสถานะคุณสมบัติ

ที่ประชุมทกสทช.นัดพิเศษ 6 คน ลงมติเลือก 'ศุภัช ศุภชลาศัย' ขึ้นทำหน้าที่เป็นประธานที่ประชุม แทน 'นพ.สรณ' ชั่วคราว นัดถกครั้งต่อไป 6 และ 8 ต.ค. ขอเวลา 1 เดือนเคลียร์วาระค้าง

KEY POINTS

  • กรรมการ กสทช. 6 คน จัดประชุมนัดพิเศษและมีมติเลือก รศ.ดร.ศุภัช ศุภชลาศัย ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม เพื่อให้การดำเนินงานของบอร์ดเดินหน้าต่อไปได้
  • การประชุมครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับสถานะและคุณสมบัติของ ศ.คลินิก นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธาน กสทช. คนเดิม
  • วาระหลักของการประชุมนัดแรกคือการวางกรอบการทำงานและจัดลำดับวาระที่ค้างการพิจารณาจำนวนมาก เพื่อเตรียมการประชุมครั้งต่อไป
  • ที่ประชุมวางแผนจะจัดการประชุมสัปดาห์ละ 2 ครั้ง เพื่อเร่งสะสางงานที่คั่งค้าง โดยจะมีการเลือกประธานในที่ประชุมเป็นรายครั้ง
  • การประชุมเผชิญอุปสรรคด้านการอำนวยความสะดวกจากสำนักงาน กสทช. ซึ่งสะท้อนถึงความขัดแย้งภายในระหว่างกรรมการเสียงข้างมากและฝ่ายบริหาร

เมื่อวันที่ 2 ต.ค.69 กรรมการ กสทช. 6 คน ได้แก่ นายต่อพงศ์ เสลานนท์ รศ.ดร.สมภพ ภูริวิกรัยพงศ์ ศ.กิตติคุณ ดร.พิรงรอง รามสูต รศ.ดร.ศุภัช ศุภชลาศัย พล.ต.อ.ดร.ณัฐธร เพราะสุนทร และ พล.อ.ท.ดร.ธนพันธุ์ หร่ายเจริญ จัดการประชุม กสทช. นัดพิเศษที่ห้องประชุม 1221 ชั้น 12 สำนักงาน กสทช. เริ่มเวลาประมาณ 10.50 น. โดย พล.อ.ท.ดร.ธนพันธุ์ เข้าร่วมผ่านระบบออนไลน์ ซึ่งที่ประชุมมอบหมายเจ้าหน้าที่ระดับผู้ช่วยเลขาธิการ กสทช. ทำหน้าที่เลขานุการ และเลือก รศ.ดร.ศุภัช เป็นประธานในที่ประชุมเฉพาะครั้งนี้

รศ.ดร.ศุภัช กล่าวภายหลังการประชุมว่า องค์ประกอบการประชุมครบ และมีการจดบันทึกรายงานการประชุมตามระเบียบ ส่วนการประชุมครั้งนี้ยังไม่ได้เข้าสู่การพิจารณาวาระงานค้าง แต่เป็นวาระบริหารจัดการ เพื่อกำหนดแนวทางการประชุมครั้งต่อไป ทั้งการจัดลำดับวาระ วิธีนำเรื่องเข้าพิจารณา และวันประชุม

สำหรับหลักในการนำวาระเข้าสู่การพิจารณา ที่ประชุมกำหนดไว้ 3 กลุ่ม ได้แก่ เรื่องที่มีกรอบเวลาหรือเส้นตาย เรื่องที่ค้างมานาน และเรื่องที่มีความจำเป็นเร่งด่วน เพื่อจัดลำดับงานที่ค้างอยู่ก่อนเข้าสู่การประชุมเพื่อพิจารณาในครั้งต่อไป

ขณะเดียวกัน ที่ประชุมวางกรอบการประชุมในเดือน ต.ค.ประมาณสัปดาห์ละ 2 วัน และสามารถเพิ่มวันประชุมได้หากยังสะสางงานไม่ทัน โดย รศ.ดร.ศุภัช ประเมินว่า ภายในประมาณ 1 เดือนถึง 5-6 สัปดาห์ น่าจะลดวาระค้างลงได้มาก แม้จะยังไม่สามารถทำให้เหลือศูนย์ทั้งหมด

บอร์ดกสทช.ตั้ง ‘ศุภัช’ นั่งประธาน กสทช.  แทน ‘หมอสรณ’ ชั่วคราวหลังปมสถานะคุณสมบัติ
 

ส่วนสัปดาห์หน้า ที่ประชุมนัดประชุมในวันที่ 6 ต.ค.69 และวันที่ 8 ต.ค.69 เนื่องจากวันที่ 7 ต.ค.69 กรรมการบางส่วนต้องไปศาลในคดีแพ่งที่ ศ.คลินิก นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ฟ้องกรรมการ กสทช. 4 คน ขณะที่ผู้ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุมจะเลือกเป็นรายครั้งตามระเบียบ การประชุมครั้งถัดไปจึงอาจเป็นกรรมการคนอื่นทำหน้าที่แทน

อย่างไรก็ตาม การประชุม กสทช. นัดพิเศษครั้งนี้มีอุปสรรคตั้งแต่ช่วงเริ่มต้น หลังไม่มีเจ้าหน้าที่เข้ามาทำหน้าที่เลขานุการในที่ประชุม ก่อนกรรมการจะมอบหมายเจ้าหน้าที่ระดับผู้ช่วยเลขาธิการเข้าทำหน้าที่แทน ขณะเดียวกัน พล.อ.ท.ดร.ธนพันธุ์ ซึ่งเข้าร่วมผ่านระบบออนไลน์ไม่ได้รับลิงก์ของการประชุมชั้น 12 ทำให้กรรมการต้องจัดทำลิงก์ขึ้นเอง และประสบปัญหาการเชื่อมต่อเป็นระยะ ก่อนจะสามารถเข้าร่วมประชุมได้ครบทั้ง 6 คน

ศ.กิตติคุณ ดร.พิรงรอง กล่าวว่า ลิงก์ที่สำนักงานส่งให้ พล.อ.ท.ดร.ธนพันธุ์ กลับเป็นลิงก์ของการประชุมชั้น 2 ขณะที่การประชุมชั้น 12 ไม่มีลิงก์จากสำนักงาน นอกจากนี้ ในช่วงแรกสื่อมวลชนยังไม่ได้รับอนุญาตให้ขึ้นไปเก็บภาพการประชุม แม้กรรมการทั้ง 6 คนอนุญาตให้สื่อขึ้นไปเก็บภาพแล้วก็ตาม

จริงๆ อาจจะต้องพิจารณาว่า จะเปลี่ยนชื่อสำนักงานนี้เป็นสำนักงานประธานกรรมการ หรือว่า จริง ๆ มันชื่อว่าอะไร ชื่อว่าสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ซึ่งมี 7 คน แล้วท่านก็เห็นชัดเจนว่า 6 คนมีมติร่วมกันที่จะจัดการประชุมให้เป็นไปตามกฎหมาย
 

บอร์ดกสทช.ตั้ง ‘ศุภัช’ นั่งประธาน กสทช.  แทน ‘หมอสรณ’ ชั่วคราวหลังปมสถานะคุณสมบัติ สำหรับกรณีที่มีการจัดประชุมอีกวงภายในสำนักงานในวันเดียวกัน ศ.กิตติคุณ ดร.พิรงรอง ตั้งข้อสังเกตว่า ต้องพิจารณาก่อนว่าผู้ที่นัดประชุมอีกวงมีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายหรือไม่ พร้อมกล่าวถึงระเบียบการประชุมที่กำหนดให้สามารถเลือกกรรมการคนหนึ่งทำหน้าที่ประธานในที่ประชุมได้ เมื่อประธานไม่สามารถทำหน้าที่ตามกฎหมาย 

ขณะที่ รศ.ดร.ศุภัช กล่าวว่า กรรมการสามารถนัดการประชุมครั้งต่อไปจากในที่ประชุมตามระเบียบ ก่อนแจ้งสำนักงานให้อำนวยความสะดวก

ศ.กิตติคุณ ดร.พิรงรอง ยังกล่าวถึงสถานการณ์ระหว่างกรรมการ 6 คนกับ ศ.คลินิก นพ.สรณ โดยเห็นว่า กรรมการ 6 คนเป็นเสียงข้างมากขององค์คณะ พร้อมอ้างถึงคำพิพากษา คำบังคับทางปกครอง และคำวินิจฉัยของกรรมการสรรหาที่เธอเห็นว่าเป็นไปในทิศทางเดียวกัน อย่างไรก็ตาม ประเด็นดังกล่าวเป็นความเห็นของ ศ.กิตติคุณ ดร.พิรงรอง ต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น

ส่วนผลของมติจากการประชุมกรรมการ 6 คน ศ.กิตติคุณ ดร.พิรงรอง กล่าวว่า กรรมการทั้ง 6 คนมีสถานะเป็นกรรมการ กสทช. เช่นเดียวกัน และเห็นว่ามติของคณะกรรมการย่อมมีผลตามอำนาจหน้าที่ ส่วน รศ.ดร.ศุภัช กล่าวว่า สำนักงานมีหน้าที่เป็นฝ่ายธุรการของ กสทช. และต้องดำเนินการตามที่คณะกรรมการมอบหมาย

รศ.ดร.ศุภัช กล่าวว่า หน้าที่ดังกล่าวเป็นหน้าที่ธุรการของ กสทช. ไม่ใช่หน้าที่ที่ขึ้นกับบุคคลใดบุคคลหนึ่งหรือประธาน กสทช. ขณะที่ ศ.กิตติคุณ ดร.พิรงรอง กล่าวถึงกรณีที่สำนักงานไม่ดำเนินการตามที่คณะกรรมการมอบหมายว่า อาจต้องพิจารณากฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ส่วนจะเข้าข่ายความผิดตามมาตรา 157 หรือไม่ ยังต้องตรวจสอบข้อกฎหมายก่อน