ประชุม กสทช. 1-2 ต.ค. จับตาหลังศาลปกครองกลางยกฟ้องคดี “หมอสรณ” ปมคุณสมบัติ ขณะที่เจ้าตัวส่งหนังสือลาประชุม เปิดทางกรรมการที่เหลือเลือกประธานทำหน้าที่เฉพาะครั้ง พร้อมสะสางกว่า 233 วาระค้าง ท่ามกลางกระแส 3 กสทช.อาจไม่เข้าร่วมประชุม เหตุยังมีข้อถกเถียงเรื่องอำนาจและสถานะการทำหน้าที่ของประธาน
KEY POINTS
- การประชุมบอร์ด กสทช. วันที่ 1 ต.ค. เป็นที่น่าจับตาว่าจะสามารถเปิดประชุมได้หรือไม่ หลังล่มมาแล้ว 12 ครั้ง
- ประธาน กสทช. นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ แจ้งลาประชุม โดยอ้างว่าติดภารกิจสำคัญ
- การลาของ นพ.สรณ เปิดช่องให้กรรมการที่เหลือสามารถเลือกประธานในที่ประชุมชั่วคราวเพื่อพิจารณาวาระต่างๆ ได้
- การประชุมเกิดขึ้นท่ามกลางข้อถกเถียงทางกฎหมายเกี่ยวกับสถานะของ นพ.สรณ หลังศาลปกครองกลางเพิ่งมีคำพิพากษายกฟ้องคดีคุณสมบัติ
- อนาคตของบอร์ดยังไม่แน่นอน โดยกรรมการเสียงแตกเป็นสองฝ่ายว่าจะเข้าร่วมประชุมหรือไม่ ซึ่งจะตัดสินว่าการประชุมจะเดินหน้าหรือล่มอีกครั้ง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 1 และ 2 ต.ค. 2569 สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือสำนักงาน กสทช. กำหนดจัดการประชุมคณะกรรมการ กสทช. ครั้งที่ 25/2569 ระหว่างเวลา 09.30-16.30 น. ซึ่งเป็นการประชุมที่ถูกจับตาเป็นพิเศษ หลังการประชุมเมื่อวันที่ 23 ก.ย. ที่ผ่านมาไม่สามารถเปิดประชุมได้ เนื่องจากองค์ประชุมไม่ครบ ส่งผลให้การประชุมบอร์ด กสทช. ล่มเป็นครั้งที่ 12
การประชุมวันที่ 1 ต.ค. ยังถือเป็นนัดสำคัญ เนื่องจากเป็นการประชุมครั้งแรกหลังศาลปกครองกลางมีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 25 ก.ย. 2569 ให้ยกฟ้องคดีที่ ศาสตราจารย์คลินิก นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ฟ้องคณะกรรมการสรรหา กสทช. ขอให้เพิกถอนคำวินิจฉัยที่ 1/2569 ซึ่งวินิจฉัยว่า นพ.สรณ มีลักษณะต้องห้ามและขาดคุณสมบัติในการดำรงตำแหน่งกรรมการ กสทช.
โดยศาลปกครองกลางวินิจฉัยว่า การดำเนินการของคณะกรรมการสรรหาเป็นไปตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนด และเปิดโอกาสให้ นพ.สรณ ชี้แจงข้อเท็จจริงแล้ว ขณะที่ประเด็นการรับค่าตอบแทนจากการประกอบวิชาชีพถูกนำมาพิจารณาประกอบการวินิจฉัยเรื่องคุณสมบัติด้วย โดยศาลเห็นว่าคำวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหาฯ ชอบด้วยกฎหมาย และมีคำพิพากษายกฟ้องคดีดังกล่าว
อย่างไรก็ตาม ภายหลังคำพิพากษายังมีข้อถกเถียงเกี่ยวกับสถานะและอำนาจในการทำหน้าที่ของ นพ.สรณ เนื่องจากคำพิพากษาดังกล่าวยังอยู่ในกระบวนการที่สามารถอุทธรณ์ได้ ขณะเดียวกันคณะกรรมการสรรหา กสทช. เมื่อวันที่ 28 ก.ย. ได้มีมติให้ออกมาตรการบังคับทางปกครองเพื่อให้ นพ.สรณ หยุดปฏิบัติหน้าที่ และเตรียมยื่นคำร้องต่อศาลปกครองกลางเพื่อขอให้มีคำสั่งยุติการทำหน้าที่ประธาน กสทช.
ล่าสุด สำนักงาน กสทช. ได้เผยแพร่บันทึกข้อความจากงานเลขานุการประธาน กสทช. ที่ สทช 1001/27 ลงวันที่ 29 ก.ย. 2569 แจ้งถึงเลขาธิการ กสทช. ระบุว่า ตามที่ประธาน กสทช. ได้กำหนดให้มีการประชุม กสทช. ครั้งที่ 25/2569 ในวันพฤหัสบดีที่ 1 และวันศุกร์ที่ 2 ต.ค. 2569 ระหว่างเวลา 09.30-16.30 น. นั้น
เนื่องจาก ศ.คลินิก นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธาน กสทช. มีภารกิจสำคัญระหว่างวันที่ 30 ก.ย. 2569 ถึงวันที่ 4 ต.ค. 2569 จึงไม่สามารถเข้าร่วมประชุมและทำหน้าที่ประธานในที่ประชุมได้ด้วยตนเอง
ทั้งนี้ ในหนังสือดังกล่าวระบุด้วยว่า เนื่องจากปัจจุบันมีระเบียบวาระการประชุมคั่งค้างพิจารณาอยู่เป็นจำนวนมาก เพื่อให้การดำเนินงานของสำนักงาน กสทช. เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและต่อเนื่อง ประธาน กสทช. จึงขอให้ที่ประชุมดำเนินการเลือกกรรมการท่านใดท่านหนึ่งขึ้นทำหน้าที่เป็นประธานในที่ประชุมเฉพาะสำหรับการประชุมครั้งนี้ ตามระเบียบข้อบังคับที่เกี่ยวข้องต่อไป
การส่งหนังสือลาประชุมดังกล่าวจึงกลายเป็นประเด็นสำคัญ เพราะถูกมองว่าอาจเปิดช่องให้กรรมการ กสทช. ที่เหลือสามารถเดินหน้าประชุมและเลือกกรรมการคนหนึ่งขึ้นทำหน้าที่ประธานในที่ประชุมเฉพาะครั้ง เพื่อพิจารณาระเบียบวาระที่คั่งค้างอยู่เป็นจำนวนมาก โดยปัจจุบันมีวาระที่รอการพิจารณามากกว่า 233 วาระ ทั้งวาระเร่งด่วนที่มีกรอบเวลาในการดำเนินการ และวาระทั่วไป
แหล่งข่าวจาก กสทช. กล่าวว่า การประชุมวันที่ 1 ต.ค. จึงต้องจับตาว่าจะสามารถเดินหน้าต่อได้หรือไม่ หลังจากก่อนหน้านี้เกิดปัญหาองค์ประชุมไม่ครบมาแล้วหลายครั้ง โดยเฉพาะการประชุมเมื่อวันที่ 23 ก.ย. ซึ่งเป็นครั้งที่ 12 ที่ไม่สามารถเปิดประชุมได้ ขณะที่ปัญหาหลักยังเกี่ยวข้องกับความเห็นที่แตกต่างกันของกรรมการแต่ละฝ่ายต่อสถานะและอำนาจของ นพ.สรณ รวมถึงวิธีการเรียกประชุมบอร์ด
แหล่งข่าวกล่าวว่า ขณะนี้มีรายงานออกมาอย่างน้อย 2 แนวทางเกี่ยวกับการประชุมในวันที่ 1 ต.ค. แนวทางแรกคือ กรรมการบางส่วนจะเข้าร่วมประชุม เพื่อให้สามารถเลือกกรรมการขึ้นทำหน้าที่ประธานในที่ประชุมแทน นพ.สรณ ซึ่งแจ้งลาประชุมไว้แล้ว และเดินหน้าพิจารณาวาระที่คั่งค้าง
โดยมีกรรมการที่ถูกระบุว่าจะเข้าร่วม ได้แก่ พลตำรวจเอก ณัฐธร เพราะสุนทร นายต่อพงศ์ เสลานนท์ น.ส.พิรงรอง รามสูต และนายศุภัช ศุภชลาศัย ขณะที่ พลอากาศโท ธนพันธุ์ หร่ายเจริญ มีภารกิจเดินทางไปต่างประเทศ ส่วน นายสมภพ ภูริวิกรัยพงศ์ ยังไม่ชัดเจนว่าจะเข้าร่วมประชุมหรือไม่
อีกแนวทางหนึ่งคือ การประชุมอาจประสบปัญหาองค์ประชุมไม่ครบและต้องเลื่อนออกไปอีกครั้ง เนื่องจากกรรมการบางส่วนยังเห็นว่าการประชุมครั้งนี้มี นพ.สรณ เป็นผู้กำหนดและนัดหมาย จึงอาจถูกตีความว่าเป็นการยอมรับอำนาจหรือสถานะของ นพ.สรณ ในฐานะประธาน กสทช. ท่ามกลางข้อพิพาทที่ยังอยู่ในกระบวนการทางกฎหมาย
ประเด็นดังกล่าวทำให้ท่าทีของกรรมการแต่ละฝ่ายในวันที่ 1 ต.ค. มีความสำคัญ เพราะหากสามารถเปิดประชุมได้ กรรมการที่เข้าร่วมประชุมอาจเดินหน้าตามหนังสือของ นพ.สรณ ด้วยการเลือกกรรมการคนหนึ่งขึ้นทำหน้าที่ประธานในที่ประชุมเฉพาะครั้ง และพิจารณาวาระที่ค้างอยู่จำนวนมาก
ขณะที่อีกฝ่ายอาจเลือกไม่เข้าร่วมประชุม เพื่อแสดงจุดยืนว่าไม่ยอมรับสถานะหรืออำนาจของ นพ.สรณ และอาจพิจารณาแนวทางเรียกประชุมกรรมการ กสทช. ที่เหลือด้วยวิธีการอื่น โดยไม่อาศัยการนัดหมายจาก นพ.สรณ
ดังนั้น การประชุมบอร์ด กสทช. วันที่ 1 ต.ค. จึงไม่ได้เป็นเพียงการประชุมเพื่อพิจารณาวาระค้างกว่า 233 เรื่องเท่านั้น แต่ยังเป็นบททดสอบสำคัญว่าบอร์ด กสทช. จะสามารถกลับมาทำหน้าที่ได้หรือไม่ หลังเกิดภาวะชะงักงันต่อเนื่องหลายสัปดาห์ และภายหลังศาลปกครองกลางมีคำพิพากษายกฟ้องคดีของ นพ.สรณ





