“ดีอี–ETDA” เผยความคืบหน้าหารือค่าตอบแทนไรเดอร์ ทุกฝ่ายเห็นพ้องหลักการจัดทำสูตร Minimum Rate ครอบคลุมเวลา ระยะทาง และต้นทุนยานพาหนะ เดินหน้ารวบรวมข้อมูลจริงเพื่อกำหนด Cost Floor ขณะที่ ลาลามูฟ ขยับแก้ 3 ข้อเรียกร้องแล้ว ส่วนค่ารอบขั้นต่ำ 10 บาทต่อกิโลเมตรยังอยู่ระหว่างพิจารณา
KEY POINTS
- กระทรวงดีอีและ ETDA กำลังพัฒนาสูตรคำนวณ "ค่าตอบแทนขั้นต่ำ" (Cost Floor) สำหรับไรเดอร์ โดยทำหน้าที่เป็นตัวกลางรวบรวมข้อมูลต้นทุนจริง เพื่อใช้เป็นมาตรฐานกลาง ไม่ใช่การบังคับราคา
- ทุกฝ่าย ทั้งกลุ่มไรเดอร์และแพลตฟอร์ม (ลาลามูฟ) เห็นตรงกันในหลักการของสูตรคำนวณแล้วว่าควรครอบคลุมต้นทุนด้านเวลา, ยานพาหนะ, และภาระงาน แต่ยังอยู่ในขั้นตอนรวบรวมข้อมูลตัวเลข
- ผลการศึกษาสูตรค่าตอบแทนนี้ จะถูกนำไปใช้เป็นข้อมูลสำคัญเพื่อสนับสนุนการพัฒนากฎหมายคุ้มครองแรงงานแพลตฟอร์มโดยเฉพาะในอนาคต
- ลาลามูฟได้ปรับตัวตามข้อเรียกร้องของไรเดอร์แล้ว 3 ประเด็น เช่น การลดเวลาระงับบัญชี และการเพิ่มช่องทางร้องเรียน เพื่อแก้ไขปัญหาเบื้องต้น
- ประเด็นสำคัญที่ยังไม่ได้ข้อสรุปคือข้อเรียกร้องค่ารอบขั้นต่ำที่ 10 บาทต่อกิโลเมตร ซึ่งแพลตฟอร์มยังอยู่ระหว่างการพิจารณาและยังไม่ได้ตกลงตามข้อเสนอดังกล่าว
นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยภายหลังการประชุมเพื่อนำเสนอผลการศึกษาแนวทางการกำหนดค่าตอบแทนสำหรับผู้ใช้บริการที่เป็นผู้ทำงานบนแพลตฟอร์มดิจิทัลในส่วนของบริการขนคนขนของแบบ On-demand ผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล โดยมีสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ.) หรือ ETDA ผู้แทนกลุ่มไรเดอร์ และผู้แทนจากลาลามูฟเข้าร่วม ว่า การหารือครั้งล่าสุดเมื่อ 17 ก.ย.ที่ผ่านมา มีความคืบหน้าชัดเจนทั้งในส่วนของการพัฒนาสูตรคำนวณค่าตอบแทนขั้นต่ำ และการแก้ไขปัญหาตามข้อเรียกร้องของกลุ่มไรเดอร์
สำหรับการพัฒนาสูตรคำนวณ “ค่าตอบแทนขั้นต่ำ” หรือ Minimum Rate นั้น กระทรวงดีอีและ ETDA ทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อพัฒนาหลักเกณฑ์ที่สะท้อนต้นทุนการทำงานจริงของผู้ทำงานบนแพลตฟอร์มดิจิทัล โดยสูตรดังกล่าวไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อสั่งการหรือกำหนดราคาให้แพลตฟอร์มรายใดรายหนึ่ง แต่เป็นการพัฒนามาตรฐานกลาง หรือ Cost Floor เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการพัฒนากลไกคุ้มครองแรงงานแพลตฟอร์มในอนาคต
สิ่งที่เรากำลังทำไม่ใช่การกำหนดว่าทุกแพลตฟอร์มต้องจ่ายในราคาเท่ากัน แต่เป็นการหามาตรฐานว่า ต้นทุนขั้นต่ำที่เป็นธรรมต่อผู้ทำงานบนแพลตฟอร์มดิจิทัลควรประกอบด้วยอะไรบ้าง เพื่อให้มีหลักเกณฑ์กลางที่ทุกฝ่ายสามารถใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงได้
สูตรเริ่มชัด ทุกฝ่ายเห็นตรงกันหลักการ
ความคืบหน้าสำคัญจากการหารือครั้งนี้ คือ ผู้แทนกลุ่มไรเดอร์และแพลตฟอร์มเห็นตรงกันในหลักการเกี่ยวกับองค์ประกอบของสูตรคำนวณค่าตอบแทนขั้นต่ำ โดยควรครอบคลุมทั้งค่าตอบแทนตามเวลาที่ใช้ทำงาน ต้นทุนยานพาหนะตามระยะทางและประเภทพาหนะ รวมถึงค่าตอบแทนเพิ่มเติมสำหรับงานที่มีภาระเฉพาะ
แม้โครงสร้างของสูตรจะเริ่มมีความชัดเจนมากขึ้น แต่ขั้นตอนต่อไปยังต้องรวบรวมข้อมูลตัวเลขเพื่อนำมาใช้คำนวณในแต่ละองค์ประกอบให้ได้อย่างเหมาะสม โดยข้อมูลบางส่วนสามารถอ้างอิงจากหน่วยงานภาครัฐ เช่น กระทรวงแรงงานและกระทรวงคมนาคม ขณะที่ข้อมูลเกี่ยวกับต้นทุนและรูปแบบการทำงานจริงยังจำเป็นต้องรับฟังจากแพลตฟอร์มและกลุ่มไรเดอร์ที่มีรูปแบบการทำงานแตกต่างกัน เพื่อให้ได้ข้อมูลที่เป็นกลาง ครอบคลุม และสะท้อนสภาพตลาดมากที่สุด
ประเด็นดังกล่าวถือเป็นขั้นตอนสำคัญ เพราะการกำหนด Cost Floor จำเป็นต้องอาศัยข้อมูลต้นทุนที่ใกล้เคียงกับสภาพการทำงานจริง ไม่ว่าจะเป็นเวลาที่ไรเดอร์ใช้ในการรับและส่งงาน ระยะทาง ประเภทยานพาหนะ ต้นทุนเชื้อเพลิงหรือพลังงาน ตลอดจนภาระและลักษณะของงานแต่ละประเภท ข้อมูลเหล่านี้จะถูกนำมาประกอบการพัฒนาสูตรให้สามารถสะท้อนต้นทุนของผู้ทำงานได้อย่างเหมาะสม
รมว.ดีอี กล่าวเพิ่มเติมว่า ผลการศึกษาสูตรคำนวณค่าตอบแทนขั้นต่ำจะเป็นข้อมูลสำคัญสำหรับสนับสนุนการพัฒนากฎหมายคุ้มครองแรงงานแพลตฟอร์ม ภายใต้ร่างกฎหมายส่งเสริมและคุ้มครองแรงงานอิสระ ซึ่งได้ผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎีกาในวาระที่ 3 แล้ว
จากการหารือเบื้องต้นกับ ETDA มีแนวคิดที่จะแยกประเด็นแรงงานแพลตฟอร์มออกมาพัฒนาเป็นกฎหมายเฉพาะ เนื่องจากมีรูปแบบการทำงาน ต้นทุน และความสัมพันธ์ระหว่างผู้ทำงานบนแพลตฟอร์มดิจิทัลกับแพลตฟอร์มแตกต่างจากแรงงานอิสระประเภทอื่น
ดังนั้น สูตร Minimum Rate ที่อยู่ระหว่างการศึกษาจึงจะเป็นข้อมูลสนับสนุนสำคัญในการกำหนดมาตรการคุ้มครองที่เหมาะสมกับแรงงานกลุ่มนี้ ซึ่งที่ผ่านมาอาจยังไม่มีกฎหมายรองรับอย่างครอบคลุม โดยการจัดทำหลักเกณฑ์ดังกล่าวจะต้องพิจารณาให้สอดคล้องกับรูปแบบการทำงานของแพลตฟอร์มที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง
ลาลามูฟขยับแล้ว 3 ประเด็น
นอกจากเรื่องสูตรค่าตอบแทนขั้นต่ำแล้ว อีกส่วนสำคัญของการหารือคือการเปิดพื้นที่ให้กลุ่มไรเดอร์และแพลตฟอร์มได้แลกเปลี่ยนข้อเท็จจริงและหารือแนวทางแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นจากการทำงานจริง โดยดีอีและ ETDA ทำหน้าที่เป็นเวทีกลางในการประสานทั้งสองฝ่าย
นับจากการหารือครั้งก่อนจนถึงการประชุมครั้งนี้ เอกชนได้ดำเนินการตามข้อเสนอของกลุ่มไรเดอร์แล้ว 3 ประเด็น ได้แก่ การลดระยะเวลาระงับบัญชีกรณียกเลิกงาน จากเดิม 3 วัน เหลือ 1 วัน การเพิ่มช่องทางร้องเรียนและอุทธรณ์ ด้วยการจัดตั้งศูนย์บริการหรือ Hub เพื่อให้ไรเดอร์สามารถเข้าถึงการรับเรื่องและยื่นอุทธรณ์ได้สะดวกขึ้น รวมถึงการปรับรัศมีการมองเห็นงาน โดยเปิดให้ไรเดอร์เลือกพื้นที่รับงานได้ 2 ระดับ คือ รัศมี 5 กิโลเมตร หรือ 10 กิโลเมตร เป็นต้น
ความคืบหน้าทั้ง 3 ประเด็นสะท้อนว่าการหารือระหว่างภาครัฐ ไรเดอร์ และแพลตฟอร์มเริ่มนำไปสู่การปรับเปลี่ยนรูปแบบการให้บริการในบางเรื่องแล้ว จากเดิมที่ข้อเรียกร้องอยู่ในระดับการหารือ ไปสู่การปรับกระบวนการทำงานของแพลตฟอร์มในประเด็นที่สามารถดำเนินการได้
อย่างไรก็ตาม ยังมีข้อเสนออีกหลายประเด็นที่อยู่ระหว่างการพิจารณา โดยเฉพาะข้อเรียกร้องของกลุ่มไรเดอร์ที่ต้องการให้กำหนดค่ารอบขั้นต่ำไว้ที่ 10 บาทต่อกิโลเมตร ซึ่งลาลามูฟยังไม่ได้ปรับอัตราตามข้อเรียกร้อง และอยู่ระหว่างศึกษาในรายละเอียดเพิ่มเติม
ประเด็นค่ารอบขั้นต่ำจึงยังเป็นหนึ่งในโจทย์สำคัญที่ต้องหาข้อสรุปร่วมกัน เนื่องจากฝั่งไรเดอร์มองจากต้นทุนและรายได้ที่ได้รับจากการทำงาน ขณะที่แพลตฟอร์มต้องพิจารณาต้นทุนการดำเนินธุรกิจและโครงสร้างการให้บริการของตนเอง
รมว.ดีอี ระบุว่า การเรียกร้องดังกล่าวเป็นสิทธิของไรเดอร์ ขณะที่แพลตฟอร์มก็มีสิทธิพิจารณาตามต้นทุนและรูปแบบการประกอบธุรกิจ โดยกระทรวงดีอีพร้อมทำหน้าที่เป็นเวทีกลางให้ทั้งสองฝ่ายหารือและแลกเปลี่ยนข้อมูล เพื่อหาจุดสมดุลร่วมกัน
จากภาพรวมการหารือในครั้งนี้ จึงเห็นได้ว่าประเด็นค่าตอบแทนไรเดอร์กำลังขยับจากการหารือในระดับข้อเรียกร้อง ไปสู่การจัดทำ “หลักเกณฑ์กลาง” ที่มีข้อมูลต้นทุนรองรับ ขณะเดียวกันบางข้อเสนอได้เริ่มเห็นการปรับเปลี่ยนในทางปฏิบัติแล้ว ส่วนประเด็นค่ารอบขั้นต่ำ 10 บาทต่อกิโลเมตรยังอยู่ระหว่างการพิจารณา
ขั้นตอนต่อไปจึงอยู่ที่การเก็บข้อมูลต้นทุนจากทุกฝ่ายให้ครอบคลุมมากขึ้น ก่อนนำมาประกอบการพัฒนาสูตร Minimum Rate และใช้เป็นฐานข้อมูลสำหรับการออกแบบมาตรการคุ้มครองแรงงานแพลตฟอร์มในระยะต่อไป




