วันพฤหัสบดี ที่ 17 กันยายน 2569

Login
Login

ผ่า '3 เทรนด์' เทคโนโลยีรัฐปี 2570 เร่งยกเครื่อง AI–ไซเบอร์–บริการดิจิทัล

การ์ทเนอร์ เจาะลึก 3 เทรนด์เทคโนโลยีสำคัญที่จะเข้ามาดิสรัปต์และเปลี่ยนโฉมหน่วยงานภาครัฐ จากการทดลองใช้ AI สู่ยุค Agentic AI ที่ต้องเร่งปรับโครงสร้างการทำงาน ยกระดับความมั่นคงไซเบอร์รับมือภัยคุกคามยุคควอนตัม และรีเซ็ตการให้บริการดิจิทัลโดยมี "คน" เป็นหัวใจสำคัญของการทรานส์ฟอร์ม

KEY POINTS

  • การ์ทเนอร์ชี้ 3 เทรนด์เทคโนโลยีรัฐปี 2570 เร่งปรับองค์กรรับ Agentic AI ยกระดับไซเบอร์ และรีเซ็ตบริการดิจิทัล
  • Agentic AI ขยับจากช่วงทดลองสู่การใช้งานระดับองค์กร
  • ภาครัฐต้องปรับทั้งโครงสร้าง กระบวนการทำงาน การกำกับดูแล และทักษะบุคลากร
  • การ์ทเนอร์แนะเร่งเพิ่มทักษะ AI ปรับกำลังคน และเพิ่มความคล่องตัวองค์กร

การเปลี่ยนผ่านของเทคโนโลยี AI ภัยคุกคามไซเบอร์ และทักษะดิจิทัล กำลังทำให้หน่วยงานภาครัฐต้องทบทวนทั้งวิธีบริหารองค์กรและรูปแบบการให้บริการ

โดยเฉพาะเมื่อการใช้เทคโนโลยีไม่ได้จบเพียงการนำระบบใหม่เข้ามา แต่เกี่ยวข้องกับคน กระบวนการ และการกำกับดูแลทั้งองค์กร

การ์ทเนอร์ เผย 3 เทรนด์เทคโนโลยีสำคัญสำหรับหน่วยงานภาครัฐในปี 2570 ได้แก่ การบริหารผลกระทบจาก Agentic AI การปรับแนวทางความมั่นคงไซเบอร์ให้รับมือภัยคุกคามที่เปลี่ยนแปลง และการปรับรูปแบบการให้บริการเทคโนโลยีภาครัฐ

แนวโน้มดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางแรงกดดันให้หน่วยงานรัฐปรับปรุงการดำเนินงานให้ทันสมัย เสริมความมั่นคงทางไซเบอร์ และกำกับดูแลการใช้ AI ในระดับองค์กร ขณะเดียวกันยังต้องรับมือกับความคาดหวังของประชาชนที่เพิ่มขึ้น รวมถึงความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์

AI เขย่าโครงสร้างองค์กร

ดีน ลาเชก้า รองประธานนักวิเคราะห์ การ์ทเนอร์ กล่าวว่า ผู้บริหารซีไอโอของหน่วยงานภาครัฐกำลังทำงานภายใต้ภาวะดิสรัปชันที่รุนแรง โดย AI เข้ามาเปลี่ยนรูปแบบการส่งมอบบริการ ขณะที่ภัยคุกคามไซเบอร์มีความซับซ้อนขึ้นจนแนวทางป้องกันแบบเดิมรับมือได้ยากขึ้น

ขณะเดียวกัน หน่วยงานต่าง ๆ ยังเผชิญแรงกดดันให้สร้างผลลัพธ์มากขึ้นภายใต้ทรัพยากรที่จำกัด ทำให้ความท้าทายไม่ได้อยู่เพียงการมองหาโอกาสจากเทคโนโลยี แต่รวมถึงการสร้างองค์กรที่สามารถปรับตัวได้รวดเร็วเพื่อใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีดังกล่าว

ลาเชก้าแนะนำให้ผู้บริหารเทคโนโลยีภาครัฐร่วมกันประเมินว่าเทรนด์เหล่านี้จะส่งผลต่อการลงทุน การพัฒนาโมเดลการดำเนินงาน และกลยุทธ์การส่งมอบบริการทั้งในปัจจุบันและอนาคตอย่างไร

ผ่า '3 เทรนด์' เทคโนโลยีรัฐปี 2570 เร่งยกเครื่อง AI–ไซเบอร์–บริการดิจิทัล

1. บริหารผลกระทบจาก Agentic AI

เมื่อภาครัฐกำลังก้าวจากช่วงทดลองใช้ AI ไปสู่การนำมาใช้ในระดับองค์กร AI agents จึงเข้ามามีบทบาทต่อการเปลี่ยนแปลงกระบวนการทำงาน

โดย Agentic AI สามารถสนับสนุนการปฏิบัติงานของภาครัฐ ยกระดับประสบการณ์ประชาชน เร่งการพัฒนาซอฟต์แวร์ และช่วยทำให้กระบวนการตัดสินใจในงานประจำเป็นระบบอัตโนมัติมากขึ้น

การพูดถึง AI จำเป็นต้องขยับจากการติดตั้งระบบไปสู่การปรับโครงสร้างองค์กร โดยความสำเร็จของ Agentic AI ขึ้นอยู่กับการกำกับดูแลที่ทันสมัย ความพร้อมของบุคลากร และความสามารถในการออกแบบกระบวนการทำงานใหม่

ขณะเดียวกัน หน่วยงานรัฐต้องวางโครงสร้างพื้นฐานที่มีความยืดหยุ่นและสามารถปรับเปลี่ยนได้ เพื่อรองรับการพัฒนานวัตกรรมในอนาคต

การ์ทเนอร์ระบุว่า หน่วยงานภาครัฐหลายแห่งเริ่มวางโครงสร้างการกำกับดูแล การระบุอัตลักษณ์ดิจิทัล และโมเดลการทำงานเพื่อรองรับการเพิ่มขึ้นของ AI agents

นอกจากนี้ ภาครัฐควรจัดทำแผนงาน AI ที่มุ่งเน้นผลลัพธ์ พร้อมกำหนดตัวชี้วัดที่ชัดเจนสำหรับประเมินผลจากการลงทุนใน AI

2. ไซเบอร์ซีเคียวริตี้ต้องปรับตัวต่อเนื่อง

ความก้าวหน้าของ AI ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ และการเข้ามาของ Quantum Computing กำลังเปลี่ยนภูมิทัศน์ด้านความมั่นคงไซเบอร์ ทำให้หน่วยงานภาครัฐต้องปรับจากแนวทางที่เน้นการตรวจรับตามรอบหรือทำเพื่อให้ผ่านเกณฑ์ Compliance-driven ไปสู่กลยุทธ์ไซเบอร์เชิงรุกที่สามารถปรับเปลี่ยนได้ต่อเนื่อง

ทั้งนี้ ความมั่นคงไซเบอร์ไม่สามารถเป็นฟังก์ชันที่อยู่นิ่งได้ เนื่องจาก AI กำลังทำให้ช่วงเวลาตั้งแต่การค้นพบช่องโหว่จนถึงการถูกโจมตีสั้นลง ขณะที่เทคโนโลยีควอนตัมกำลังเปลี่ยนมาตรฐานการปกป้องข้อมูลที่มีความละเอียดอ่อน

การ์ทเนอร์ระบุว่า ภาครัฐจำเป็นต้องยกระดับการปกป้องข้อมูลเชิงยุทธศาสตร์ โดยมี 3 ปัจจัยสำคัญ ได้แก่ ความยืดหยุ่น (Resilience) ระบบอัตโนมัติ (Automation) และความคล่องตัวในการปรับเปลี่ยนการเข้ารหัส (Crypto agility) ซึ่งควรเป็นองค์ประกอบหลักของกลยุทธ์ความมั่นคงทางไซเบอร์

การ์ทเนอร์แนะนำให้หน่วยงานรัฐปรับกระบวนการด้านความปลอดภัยให้เป็นระบบอัตโนมัติในส่วนที่สามารถทำได้ เพิ่มทัศนวิสัยและการมองเห็นในห่วงโซ่อุปทานดิจิทัล รวมถึงจัดทำแผนความพร้อมด้านวิทยาการการเข้ารหัสในยุคหลังควอนตัม (Post-Quantum Cryptography)

พร้อมกันนี้ ต้องยกระดับการกำกับดูแลด้านอธิปไตยข้อมูล (Data Sovereignty) และความเสี่ยงที่มาจากบุคคลที่สาม

3. รีเซ็ตการให้บริการเทคโนโลยีภาครัฐ

เทคโนโลยีขั้นสูง ประกอบกับบุคลากรที่มีความเข้าใจด้านดิจิทัลและความต้องการทักษะใหม่ กำลังทำให้ภาครัฐต้องทบทวนวิธีการให้บริการด้านเทคโนโลยี

องค์กรในอนาคตจะขับเคลื่อนด้วยบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญด้านดิจิทัลและ AI ส่งผลให้การส่งมอบบริการต้องอาศัยโมเดลการดำเนินงานและโครงสร้างการกำกับดูแลที่ยืดหยุ่น และเปิดรับนวัตกรรมทั่วทั้งองค์กร โดยยังคงต้องมีความโปร่งใสและตรวจสอบได้

ลาเชก้ากล่าวว่า เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือหรือตัวจุดประกาย แต่การทรานส์ฟอร์มขึ้นอยู่กับคน โดยหน่วยงานไอทีภาครัฐที่รักษาความได้เปรียบไว้ได้ จำเป็นต้องลงทุนในศักยภาพบุคลากร ออกแบบกระบวนการทำงานใหม่ และสร้างรูปแบบการดำเนินงานด้านเทคโนโลยีที่สามารถปรับเปลี่ยนและพัฒนาได้รวดเร็วตามการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี

ผลสำรวจของการ์ทเนอร์จากผู้บริหารซีไอโอและผู้นำไอทีในองค์กรภาครัฐจำนวน 1,219 คน เมื่อเดือนม.ค. 2569 พบว่า 78% ของผู้ตอบแบบสอบถามมีแผนลงทุนพัฒนาบุคลากรเพื่อขับเคลื่อนโครงการด้านเทคโนโลยีสำคัญ

การ์ทเนอร์แนะนำให้หน่วยงานภาครัฐให้ความสำคัญกับการพัฒนาความเข้าใจด้าน AI การปรับกำลังคนให้ทันสมัย และเพิ่มความคล่องตัวขององค์กร เพื่อรองรับความต้องการด้านบริการที่เพิ่มขึ้น ควบคู่กับการยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงาน