TikTok เปิดผลสำรวจพฤติกรรมนักช้อปไทย พบ 94% ซื้อสินค้าในช่วง Mega Sales และ 2 ใน 3 กลับมาซื้อซ้ำหลายแคมเปญตลอดปี ขณะที่ 83% ใช้ TikTok ค้นหาสินค้า โดยเริ่มวางแผนซื้อเฉลี่ย 2.8 วันล่วงหน้า และเสิร์ชข้อมูลซ้ำ 2-3 ครั้งก่อนตัดสินใจซื้อ
KEY POINTS
- พฤติกรรมนักช้อปไทยบน TikTok เปลี่ยนจากการรอซื้อเฉพาะวันโปรโมชั่น เป็นการค้นหา เปรียบเทียบ และตัดสินใจซื้อตลอดทั้งปี
- การ "ค้นหา" และ "ค้นพบ" สินค้ามีบทบาทสำคัญอย่างยิ่ง 83% ของนักช้อปใช้ TikTok ในการเสิร์ชข้อมูลสินค้าหรือโปรโมชั่นซ้ำๆ ก่อนตัดสินใจซื้อ โดยเริ่มวางแผนเฉลี่ย 2.8 วันก่อนทำรายการ
- แม้การช้อปจะเกิดขึ้นตลอดปี แต่ช่วง Mega Sales ยังคงเป็นช่วงเวลาสำคัญที่นักช้อป 6 ใน 10 คน มียอดใช้จ่ายต่อครั้งสูงกว่าช่วงเวลาปกติ
- แบรนด์ต้องปรับกลยุทธ์โดยเริ่มทำการตลาดก่อนวันแคมเปญ และสื่อสารอย่างต่อเนื่องครอบคลุมทุกช่วงการตัดสินใจ
พฤติกรรมการช้อปของผู้บริโภคไทยบน TikTok กำลังเปลี่ยนจากการรอซื้อในวันโปรโมชั่น สู่การค้นหา เปรียบเทียบ และตัดสินใจซื้อตลอดทั้งปี
TikTok เผยข้อมูลพฤติกรรมนักช้อปไทย พบว่า 94% ของนักช้อปบนแพลตฟอร์มซื้อสินค้าในช่วง Mega Sales ขณะที่ 2 ใน 3 ระบุว่ากลับมาซื้อซ้ำในหลายแคมเปญตลอดทั้งปี ไม่ว่าจะเป็นแคมเปญ PayDay หรือ Brand Crazy Deal
แม้การช้อปจะเกิดขึ้นตลอดทั้งปี แต่ Mega Sales ยังเป็นช่วงที่มีมูลค่าการสั่งซื้อเฉลี่ย (AOV) สูงขึ้น โดย 6 ใน 10 นักช้อประบุว่า มียอดซื้อสินค้าต่อครั้งสูงกว่าช่วงการชอปปิงออนไลน์ทั่วไป
TikTok ระบุว่า การค้นหาและการค้นพบมีบทบาทต่อการตัดสินใจซื้อ โดยเฉพาะในช่วง Mega Sales ซึ่ง 83% ของนักช้อปใช้ TikTok เป็นแพลตฟอร์มในการเสิร์ช
ช่องทางที่มีบทบาทในการค้นพบสินค้า ได้แก่ TikTok Shop Tab, TikTok LIVE และวิดีโอสั้น นักช้อปมักเริ่มวางแผนการซื้อเฉลี่ย 2.8 วันก่อนทำรายการสั่งซื้อ และ 6 ใน 10 เสิร์ชข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าหรือโปรโมชั่นซ้ำ 2-3 ครั้งก่อนตัดสินใจซื้อ
ขณะที่ พฤติกรรมการค้นหาเกิดขึ้นตลอดวัน โดย 58% ค้นหาสินค้าช่วงเย็น 43% ช่วงกลางคืน และ 42% ช่วงกลางวัน
ข้อมูลของ TikTok ยังระบุว่า ในปี 2568 มีการเสิร์ชเพื่อชอปปิง 107 ล้านครั้ง และเพิ่มขึ้น 175% ในไตรมาส 4 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
หัวข้อที่ผู้บริโภคค้นหาหลักๆ แบ่งเป็น 3 กลุ่ม
- โปรโมชั่นและส่วนลด
- สิทธิประโยชน์เพิ่มเติม เช่น จัดส่งฟรี สินค้าจัดเซ็ต (Bundles) ของแถม และคูปอง
- สินค้าหรือความต้องการเฉพาะเจาะจง เช่น สินค้าขายดี สินค้าติดเทรนด์ และสินค้าตามเทศกาล
นายธัญวุฒิ วงษ์สุนทร ผู้จัดการทั่วไป TikTok for Business ประเทศไทย กล่าวว่า ผู้บริโภคไทยไม่ได้ชะลอการใช้จ่าย แต่มีความพิถีพิถันและตั้งใจมากขึ้นในการเลือกว่าจะซื้อสินค้าอะไร ที่ไหน และอย่างไร
4 กลยุทธ์รับมือพฤติกรรมนักช้อป
TikTok เสนอ 4 แนวทางสำหรับแบรนด์ในการวางแผนการตลาดช่วง Mega Sales โดยเน้นการทำตลาดต่อเนื่องตั้งแต่ก่อนเริ่มแคมเปญจนถึงช่วงพีค
1. เริ่มทำตลาดก่อนวันแคมเปญ
แบรนด์ควรเริ่มสร้างความต้องการซื้อก่อนวันเซลล์ และทำตลาดต่อเนื่องตลอดช่วงพีคของแคมเปญ จากสถิติพบว่าแบรนด์ที่เริ่มก่อนแคมเปญสามารถสร้างยอดขายรวม (GMV) เพิ่มขึ้น 2.8 เท่า ขณะที่แบรนด์ที่ทำกิจกรรมทางการตลาดตลอดช่วงพีคของแคมเปญสามารถสร้างยอดขายสูงกว่าช่วงปกติ 2.3 เท่า
2. ใช้โฆษณาครอบคลุมทุกช่วงของ Funnel
ตั้งแต่ Awareness, Consideration ไปจนถึง Conversion การใช้โฆษณาช่วยเข้าถึงผู้ชมใหม่และสร้างความตั้งใจซื้อล่วงหน้า
TikTok พบว่า แคมเปญที่ใช้ Consideration Ads ร่วมกับ GMV Max สามารถเพิ่มอัตราการคลิกสินค้าใส่ตะกร้า 1.2 เท่า เพิ่มยอดสั่งซื้อ 11.5 เท่า และเพิ่มมูลค่าการสั่งซื้อเฉลี่ย 7.2 เท่า เมื่อเทียบกับการใช้ GMV Max เพียงอย่างเดียว
3. ใช้คอนเทนต์ต่อเนื่องตลอดแคมเปญ
แบรนด์สามารถใช้วิดีโอสั้น คอนเทนต์จากครีเอเตอร์ คลิปรีวิวสินค้า และไลฟ์สตรีมตามธีมของแคมเปญ เพื่อเข้าถึงผู้บริโภคในแต่ละช่วงของการตัดสินใจซื้อ
รูปแบบ Video-to-LIVE สามารถเปลี่ยนการมีส่วนร่วมกับคอนเทนต์ไปสู่การขายแบบเรียลไทม์ และเพิ่มจำนวนการแสดงผลโฆษณาในไลฟ์สตรีมได้ 75% ขณะที่ 82% ของผู้ชมวิดีโอไม่เคยเข้าถึงผ่านไลฟ์สตรีมมาก่อน
4. เตรียมสินค้าและโครงสร้างแคมเปญให้พร้อม
นอกจากงบประมาณและเป้าหมาย ROI แล้ว แบรนด์ต้องเตรียมสต็อกสินค้า กำหนดสินค้าหลัก และวางโครงสร้างแคมเปญให้ครอบคลุมตลอดช่วงเทศกาล
อีกประเด็นที่ TikTok พบคือการจัดชุดสินค้า หรือ Bundling มีส่วนช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการขาย โดยแบรนด์ที่เน้นจำหน่ายสินค้าแบบเซ็ตมีอัตราการคลิกดูสินค้าเพิ่มขึ้น 61% และมูลค่าการสั่งซื้อเฉลี่ยต่อออเดอร์เพิ่มขึ้น 17% เมื่อเทียบกับแบรนด์ที่โปรโมตสินค้าแบบรายชิ้น
แต่ละหมวดสินค้าใช้เหตุผลซื้อแตกต่างกัน
TikTok ระบุว่า พฤติกรรมการตัดสินใจซื้อแตกต่างกันตามประเภทสินค้า ทำให้แบรนด์ต้องปรับคอนเทนต์และข้อเสนอให้สอดคล้องกับความต้องการของแต่ละกลุ่ม
- ความงามและของใช้ส่วนตัว นักช้อปให้ความสำคัญกับรีวิวจากผู้ใช้จริง คลิปสอนและสาธิตวิธีใช้ รวมถึงคอนเทนต์ที่แสดงผลลัพธ์ของสินค้า ขณะที่การจัดสินค้าเป็นชุดสามารถใช้เป็นอีกแนวทางในการนำเสนอสินค้า
- อาหารและเครื่องดื่ม การค้นพบสินค้าใหม่มักมาจากเมนูที่กำลังเป็นกระแส สูตรอาหาร การปักพิกัดร้าน และคอนเทนต์ตามเทศกาล โดยข้อเสนออย่างโค้ดส่งฟรี เซ็ตของขวัญ หรือสินค้ารุ่นลิมิเต็ด สามารถนำมาใช้ประกอบการขายได้
- แฟชั่นและไลฟ์สไตล์ ผู้บริโภคใช้ TikTok เพื่อติดตามเทรนด์ หาไอเดียการแต่งตัว และเลือกซื้อเสื้อผ้า
- ไอทีและอิเล็กทรอนิกส์ นักช้อปให้ความสำคัญกับการเปรียบเทียบสเปก การสาธิตการใช้งานจริง และรีวิวเชิงลึก เพื่อประเมินความคุ้มค่าและฟังก์ชันการใช้งาน
Wellness – แม่และเด็ก ขยายโอกาสการช้อป
TikTok ยังระบุว่า Wellness และ สินค้าแม่และเด็ก เป็นอีก 2 หมวดที่มีศักยภาพในการช้อปในไทย
ในกลุ่มสุขภาพและความงาม ความต้องการขยายจากอาหารเสริมไปสู่ประเด็นอย่างการดูแลชะลอวัยตามเทรนด์ Longevity การฟื้นฟูร่างกาย และการดูแลสุขภาพเชิงรุก โดยมีกระแสจากคอมมูนิตี้วิ่ง กีฬา Hyrox และการใช้สมาร์ตวอทช์ติดตามสุขภาพเข้ามาเกี่ยวข้อง ทำให้ผู้บริโภคมองหาข้อมูลและสินค้าที่ตอบโจทย์เป้าหมายสุขภาพเฉพาะบุคคล
สำหรับ สินค้าแม่และเด็ก เสียงบอกต่อจากคอมมูนิตี้พ่อแม่มีบทบาทต่อการตัดสินใจซื้อ โดยนักช้อปให้ความสำคัญกับคุณภาพสินค้า การเปรียบเทียบข้อมูล และความคุ้มค่าจากการซื้อสินค้าจำเป็นในปริมาณมาก
นักช้อป 4 ใน 5 ซื้อสินค้าข้ามหมวด
อีกพฤติกรรมที่พบคือ นักช้อปไม่ได้จำกัดการซื้ออยู่ในหมวดสินค้าเดียว โดย 4 ใน 5 ของนักช้อปช่วง Mega Sales เลือกซื้อสินค้าหลายหมวด และมียอดซื้อเฉลี่ยมากกว่า 3 หมวดต่อออเดอร์
TikTok ระบุว่า ระบบนิเวศของครีเอเตอร์และคอมมูนิตี้ที่เชื่อมโยงกัน ทำให้คอนเทนต์หนึ่งชิ้นสามารถนำผู้บริโภคไปสู่สินค้าหลายประเภทได้ ขณะที่การซื้อแบบ Cross-Category Bundling กลายเป็นอีกพฤติกรรมที่เกิดขึ้นในช่วง Mega Sales
ในภาพรวม ข้อมูลของ TikTok ชี้ให้เห็นว่าเส้นทางการซื้อของนักช้อปไทยเริ่มตั้งแต่การค้นหาและค้นพบสินค้า ก่อนเข้าสู่การพิจารณาและตัดสินใจซื้อ โดยช่วง Mega Sales ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงวันโปรโมชั่น แต่เชื่อมโยงกับพฤติกรรมการค้นหาที่เกิดขึ้นตลอดทั้งปี





