วันศุกร์ ที่ 28 สิงหาคม 2569

Login
Login

รับเทรนด์ AI-ดาต้าเซนเตอร์! หัวเว่ยชี้ 'Smart Grid' ทางรอดพลังงานไทย

ความต้องการใช้ AI และดาต้าเซนเตอร์ ที่เติบโตอย่างก้าวกระโดดในไทย กำลังเพิ่มแรงกดดันต่อระบบไฟฟ้า ทำให้ “สมาร์ตกริด” (Smart Grid) เข้ามามีบทบาทสำคัญในการบริหารจัดการพลังงาน รองรับโครงสร้างพลังงานที่ซับซ้อนขึ้นในอนาคต

วิลเลี่ยม จาง รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ ประเทศไทย จำกัด กล่าวภายในงาน KT Dialogue หัวข้อ “New Horizon: Energy Transition: Smart Grid พลิกโฉมโครงข่ายพลังงานหมุนเวียนแห่งอนาคต” จัดโดย “กรุงเทพธุรกิจ” ว่า การพัฒนา Smart Grid ในอนาคตไม่ควรมองเพียงระบบโครงข่ายไฟฟ้า แต่ควรมองถึง Energy Internet สำหรับทั้งประเทศ

ทิศทางสำคัญของการเปลี่ยนผ่าน Smart Grid ประกอบด้วย 2 เรื่อง ได้แก่ การเปิดกว้าง (Openness) และ การนำ AI เข้ามาใช้งาน (AI Enablement)

ปัจจุบันอุปกรณ์ IoT จำนวนมากถูกเชื่อมต่อเข้ากับโครงข่ายไฟฟ้ามากขึ้น ขณะเดียวกันรูปแบบการผลิต และส่งผ่านพลังงานก็เปลี่ยนไป จากเดิมที่ไฟฟ้าถูกผลิต และส่งในทิศทางเดียว ปัจจุบันมีการส่งพลังงานกลับเข้าสู่โครงข่าย เช่น บ้านเรือนที่ติดตั้งโซลาร์ รวมถึงระบบกักเก็บพลังงาน และเครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า

ทำให้โครงข่ายต้องรองรับการส่งผ่านพลังงานแบบ สองทิศทาง ทั้งจากต้นทางลงสู่ผู้ใช้ และจากผู้ใช้หรือแหล่งผลิตขนาดเล็กกลับเข้าสู่โครงข่าย

รับเทรนด์ AI-ดาต้าเซนเตอร์! หัวเว่ยชี้ 'Smart Grid' ทางรอดพลังงานไทย

AI จากการเชื่อมต่อ สู่การบริหารความเสี่ยง

วิลเลี่ยม กล่าวว่า การพัฒนา Smart Grid มี 2 ขั้นตอนสำคัญคือ ทำให้อุปกรณ์ทุกตัวสามารถเชื่อมต่อเข้ากับเครือข่าย และนำ AI เข้ามาเพิ่มความสามารถให้กับเครือข่าย

ในอดีตอุปกรณ์ต่างๆ อาจแค่เชื่อมต่อกัน แต่สเต็ปถัดไปคือ การทำให้เครือข่ายสามารถบริหารจัดการ คาดการณ์ และประเมินความเสี่ยงด้วย AI

เหตุผลสำคัญมาจากความซับซ้อนของโครงข่ายที่เพิ่มขึ้น โดย AI จะเข้ามาช่วยบริหารจัดการระบบอุปกรณ์ สายส่ง หม้อแปลง และองค์ประกอบต่างๆ ของเครือข่าย รวมถึงการคาดการณ์ และแจ้งเตือนล่วงหน้า

ในส่วนขององค์ประกอบทางเทคโนโลยี วิลเลี่ยม กล่าวถึง HPLC, ECU และ IoT โดย HPLC ทำหน้าที่เกี่ยวข้องกับการส่งผ่านข้อมูลผ่านสายไฟ เพื่อรวบรวมข้อมูลจากอุปกรณ์ต่างๆ ไปยังสถานี และโครงข่าย

ส่วน ECU (Edge Computing Unit) ทำหน้าที่ตรวจสอบอุปกรณ์ รองรับการคาดการณ์ด้วย AI และการแจ้งเตือนล่วงหน้า เพื่อช่วยควบคุมอุปกรณ์ในระบบ ขณะที่โครงข่ายทำหน้าที่เชื่อมต่อสัญญาณ และหน่วยประมวลผลเข้าด้วยกัน

รับเทรนด์ AI-ดาต้าเซนเตอร์! หัวเว่ยชี้ 'Smart Grid' ทางรอดพลังงานไทย

'AI-ดาต้าเซนเตอร์' เปลี่ยนโจทย์พลังงาน

สำหรับการวัดประสิทธิภาพของโครงข่ายหัวเว่ยระบุถึง 4 ตัวชี้วัด ได้แก่ อัตราการอ่านค่ามิเตอร์ภายใน 1 นาที, การคำนวณหม้อแปลง และโครงข่ายภายใน 1 นาที, การตรวจสอบอุปกรณ์ภายใน 1 นาที และการตรวจจับความผิดพลาดพร้อมรายงานและควบคุมอุปกรณ์ในระดับวินาที

ตัวชี้วัดดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มความสามารถในการรับรู้สถานะของโครงข่าย และช่วยให้ระบบมีความยืดหยุ่นมากขึ้น โดยเฉพาะเมื่อโครงข่ายมีความซับซ้อน และมีอุปกรณ์จำนวนมากเชื่อมต่อเข้าด้วยกัน

สำหรับประเทศไทย ผู้บริหารหัวเว่ยมองว่า Smart Grid มีความสำคัญมากขึ้นจากความต้องการใช้พลังงานที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะการขยายตัวของ AI และดาต้าเซนเตอร์ในไทย

เมื่อความต้องการใช้ AI และดาต้าเซนเตอร์เติบโตอย่างก้าวกระโดดในประเทศไทย ‘Smart Grid’ จะเข้ามามีบทบาทสำคัญในการบริหารจัดการพลังงาน

การเพิ่มขึ้นของการใช้พลังงานทำให้การบริหารจัดการโครงข่ายต้องรองรับความต้องการที่ซับซ้อนขึ้น ขณะที่การใช้ Smart Grid จะช่วยสนับสนุนการบริหารการใช้พลังงาน ลดต้นทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน และช่วยรักษาเสถียรภาพของระบบ

เขายังกล่าวถึงประโยชน์ที่เกิดขึ้นในระดับประชาชน ทั้งการเข้าถึงระบบส่งจ่ายไฟฟ้าที่มีประสิทธิภาพ การลดค่าไฟฟ้า และการเพิ่มรายได้จากการผลิตพลังงานแสงอาทิตย์

โครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะในอนาคตจะสร้างประโยชน์ทั้งต่อภาคธุรกิจ และชุมชน ช่วยให้ประชาชนเข้าถึงการส่งจ่ายไฟฟ้าที่มีประสิทธิภาพ เพิ่มรายได้ และสร้างระบบไฟฟ้าที่มีความน่าเชื่อถือ

'Smart Grid' กับความมั่นคงทางพลังงาน

อีกประเด็นที่ถูกเน้นคือ Energy Sovereignty หรือความมั่นคงทางพลังงาน รวมถึงเสถียรภาพ และความยืดหยุ่นของระบบไฟฟ้า ซึ่งเป็นโจทย์สำคัญท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของระบบพลังงานทั่วโลก

วิลเลี่ยม ระบุว่า ทิศทางของระบบพลังงานในอนาคตจะมุ่งไปสู่การใช้พลังงานสีเขียวมากขึ้น ขณะที่ตลาด และภาคธุรกิจก็เป็นอีกส่วนสำคัญของการเปลี่ยนผ่าน

สำหรับภาคธุรกิจ การมีโครงข่ายที่รองรับความต้องการใช้พลังงานจาก AI และดาต้าเซนเตอร์จะเป็นองค์ประกอบสำคัญต่อการขยายตัวของเทคโนโลยี ขณะที่ในระดับประเทศ Smart Grid จะมีบทบาทต่อความมั่นคง เสถียรภาพ และความน่าเชื่อถือของระบบไฟฟ้า

โดยภาพรวม การพัฒนา Smart Grid จึงอยู่บนแนวทางของ โครงข่ายแบบเปิด (Open Standard) การใช้ AI และการเชื่อมต่ออุปกรณ์ผ่าน IoT เพื่อให้ระบบสามารถรับรู้ ประมวลผล คาดการณ์ และควบคุมการทำงานได้รวดเร็วขึ้น รองรับโครงสร้างพลังงานที่กำลังเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม

 

 

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์