คณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (บอร์ดดีอี) เดินหน้าปรับทิศทางนโยบายดิจิทัลของประเทศให้สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี โดยเร่งทบทวนและปรับปรุงแผนพัฒนาดิจิทัลระดับชาติ รับเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ AI พร้อมทดลองใช้แนวทางธรรมาภิบาลปัญญาประดิษฐ์ (AI Governance) ในหน่วยงานภาครัฐ ทบทวนหลักเกณฑ์การรับรองเมืองอัจฉริยะ (สมาร์ตซิตี้) และผลักดันนโยบายคลาวด์แห่งชาติ โดยย้ำทุกหน่วยงานต้องกำหนดตัวชี้วัดและติดตามผลอย่างเป็นระบบ เพื่อให้นโยบายเกิดผลในทางปฏิบัติจริง
เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2569 นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (บอร์ดดีอี)
โดยคณะกรรมการได้ร่วมติดตามและพิจารณาความคืบหน้าการขับเคลื่อนนโยบายดิจิทัลสำคัญของประเทศ ครอบคลุมตั้งแต่การปรับปรุงแผนดิจิทัล การพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ เมืองอัจฉริยะ นโยบายคลาวด์แห่งชาติ ระบบงานภาครัฐ ไปจนถึงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลเพื่อรองรับเทคโนโลยีในอนาคต
รื้อแผนดิจิทัลเดิม ตั้ง KPI วัดผลได้จริง
ที่ประชุมรับทราบความคืบหน้าการทบทวนและปรับปรุงนโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยการพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม โดยมอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.) ประเมินผลการดำเนินงานตามแผนเดิมอย่างเป็นระบบ
พร้อมรายงานสถานะการบรรลุตัวชี้วัด กำหนดตัวชี้วัดใหม่ที่สามารถติดตามและประเมินผลได้จริง รวมทั้งวางรอบการทบทวนแผนให้มีความยืดหยุ่นและสอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยี
อีกด้าน ที่ประชุมยังติดตามการดำเนินงานของไทยตามข้อเสนอแนะขององค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา หรือ OECD เพื่อประกอบกระบวนการเข้าเป็นสมาชิก OECD ควบคู่กับการเข้าร่วม Global Partnership on Artificial Intelligence หรือ GPAI ซึ่งจะเปิดโอกาสให้ประเทศไทยเข้าถึงองค์ความรู้ ผู้เชี่ยวชาญ และเครือข่ายความร่วมมือด้าน AI ระหว่างประเทศมากขึ้น
ทดลอง AI Governance ในหน่วยงานรัฐ
สำหรับแนวทางการประยุกต์ใช้ AI อย่างมีธรรมาภิบาลสำหรับผู้บริหารองค์กร ที่ประชุมเห็นควรให้นำไปทดลองใช้กับส่วนราชการ องค์การมหาชน และรัฐวิสาหกิจในสังกัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมก่อน
เป้าหมายสำคัญคือเพื่อให้ภาครัฐได้เห็นปัญหา ข้อจำกัด และผลกระทบจากการนำ AI ไปใช้ในการปฏิบัติงานจริง ก่อนนำข้อมูลมาปรับปรุงแนวทางและขยายผลในวงกว้าง โดยจะมีการจัดทำหน่วยงานต้นแบบและประเมินผลอย่างเป็นระบบ
ทั้งนี้ แนวทางดังกล่าวต้องสามารถปรับตัวให้ทันกับเทคโนโลยี AI ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว สอดคล้องกับบริบทและภารกิจที่แตกต่างกันของแต่ละหน่วยงาน และครอบคลุมการประยุกต์ใช้ AI ในภาคการศึกษาด้วย
ทบทวนเกณฑ์ ‘Smart City’ วัดผลจากประโยชน์ประชาชน
ที่ประชุมยังเห็นชอบให้คณะอนุกรรมการขับเคลื่อนการพัฒนาเมืองอัจฉริยะทบทวนหลักเกณฑ์และแนวทางการรับรองเมืองอัจฉริยะให้สอดคล้องกับบริบทปัจจุบัน
การพิจารณาเมืองอัจฉริยะจะต้องไม่ได้มุ่งเพียงการมีเทคโนโลยีหรือระบบดิจิทัลใหม่ ๆ แต่ต้องให้ความสำคัญกับประโยชน์ที่ประชาชนได้รับ ผลสัมฤทธิ์ของบริการที่เกิดขึ้นจริง ตลอดจนระบบติดตามและประเมินผลที่ชัดเจน
นอกจากนี้ ยังต้องพิจารณาสิทธิประโยชน์และมาตรการส่งเสริมที่เหมาะสม เพื่อให้การพัฒนาเมืองอัจฉริยะสามารถขยายผลและสร้างประโยชน์ต่อพื้นที่ได้อย่างเป็นรูปธรรม
ดัน ‘National Cloud’ เน้นคุ้มค่า-ข้อมูลปลอดภัย
อีกหนึ่งวาระสำคัญคือการขับเคลื่อนนโยบายคลาวด์แห่งชาติ โดยที่ประชุมมอบหมายให้คณะกรรมการโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลพิจารณารายละเอียดในประเด็นต่าง ๆ อย่างรอบด้าน
สาระสำคัญครอบคลุมเรื่องความคุ้มค่า การลดงบประมาณและระยะเวลาในการจัดหาระบบ มาตรฐานของผู้ให้บริการ การจัดระดับชั้นและการคุ้มครองข้อมูล รวมถึงการออกแบบกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างที่มีความโปร่งใสและเปิดโอกาสให้ผู้ให้บริการหลายรายสามารถเข้ามาแข่งขันและให้บริการได้
ขณะเดียวกัน ภาครัฐต้องเตรียมความพร้อมทั้งระบบสนับสนุนและบุคลากร เพื่อให้หน่วยงานของรัฐสามารถเปลี่ยนผ่านไปสู่การใช้บริการคลาวด์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ที่ประชุมยังรับทราบความคืบหน้าระบบงานเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ภาครัฐ โครงการ ASEAN Digital Hub รวมถึงผลการศึกษาเทคโนโลยี 5G Advanced เพื่อเตรียมความพร้อมสู่ยุค 6G
สำหรับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมในระยะต่อไป ที่ประชุมเน้นการใช้ประโยชน์จากโครงข่าย 5G ที่มีอยู่ให้เต็มศักยภาพ ควบคู่กับการเตรียมความพร้อมด้านคลื่นความถี่ และการประเมินผลกระทบต่อผู้ใช้คลื่นรายเดิม
พร้อมกันนี้ ยังให้ความสำคัญกับการสร้างความเชื่อมั่นด้านความมั่นคงปลอดภัย การดูแล และการจัดเก็บข้อมูลของระบบงานภาครัฐ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อการยกระดับบริการดิจิทัลของประเทศ
ทั้งนี้ บอร์ดดีอีได้ย้ำให้ทุกหน่วยงานกำหนดตัวชี้วัดและติดตามผลการดำเนินงานอย่างเป็นระบบ เพื่อให้การขับเคลื่อนนโยบายดิจิทัลไม่หยุดอยู่เพียงแผนงานหรือการประกาศนโยบาย แต่สามารถนำไปปฏิบัติได้จริง และสร้างประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรมต่อประชาชน ภาคธุรกิจ และภาครัฐ



