วันจันทร์ ที่ 24 สิงหาคม 2569

Login
Login

จีนเปิดเวที World Humanoid Robot Games ทดสอบฮิวแมนนอยด์กว่า 2,000 ตัว

กรุงปักกิ่งของจีนกลายเป็นสนามแข่งขันของหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์มากกว่า 2,000 ตัว ในการแข่งขันหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์โลก หรือ World Humanoid Robot Games ครั้งที่ 2 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 22-26 สิงหาคม 2569 ที่สนามกีฬาไอซ์ ริบบอน สถานที่เดียวกับที่เคยใช้จัดการแข่งขันสเก็ตความเร็วในโอลิมปิกฤดูหนาวปักกิ่งเมื่อปี 2565

ตามการรายงานของสื่อจีน ปีนี้มีหุ่นยนต์เข้าร่วมทั้งสิ้น 2,056 ตัว จาก 666 ทีม ใน 16 ประเทศ รวมถึงเยอรมนี ญี่ปุ่น สหรัฐ และบราซิล ลงแข่งขันรวม 51 รายการ คิดเป็น 1,301 แมตช์ ครอบคลุมตั้งแต่การวิ่ง ฟุตบอล เทเบิลเทนนิส มวย ยกน้ำหนัก ชักเย่อ และไท้เก๊ก ไปจนถึงการแข่งขันที่จำลองงานในโรงงาน คลังสินค้า ร้านอาหาร โรงแรม บ้าน และสถานการณ์ฉุกเฉิน

ด้วยขอบเขตที่กว้างขนาดนี้ การแข่งขันจึงไม่ได้ทดสอบเพียงว่าหุ่นยนต์วิ่งได้เร็วหรือออกแรงได้มากแค่ไหน แต่ยังทดสอบความสามารถในการทำงานที่ใกล้เคียงกับสิ่งที่มนุษย์ทำอยู่ในชีวิตประจำวัน ตั้งแต่การหยิบจับสิ่งของ การประกอบชิ้นส่วน การขนย้ายวัสดุ ไปจนถึงการชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าและการรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉิน

ข้อมูลจากบริษัทหัวเว่ย เทคโนโลยีส์ (Huawei Technologies) ซึ่งเป็นพันธมิตรด้านเทคโนโลยีของการแข่งขัน ระบุว่า มากกว่า 40% ของรายการแข่งขันทั้งหมดกำหนดให้หุ่นยนต์ต้องทำงานแบบอัตโนมัติเต็มรูปแบบ นั่นหมายความว่า หุ่นยนต์ต้องรับข้อมูลจากสภาพแวดล้อม นำไปประมวลผล ตัดสินใจ และลงมือทำเอง โดยไม่มีมนุษย์คอยควบคุมทุกขั้นตอน

จีนเปิดเวที World Humanoid Robot Games ทดสอบฮิวแมนนอยด์กว่า 2,000 ตัว

สำหรับพิธีเปิดงาน หุ่นยนต์จำนวนมากเดินขบวนเข้าสู่สนามพร้อมกันอย่างเป็นระเบียบ ขณะที่หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ 36 ตัว ซึ่งติดตั้งมือกลแบบห้านิ้ว ร่วมเล่นเครื่องดนตรีไปพร้อมกับนักดนตรีที่เป็นมนุษย์ เพื่อแสดงให้เห็นความสามารถในการควบคุมนิ้วมือและการหยิบจับอย่างละเอียด 

หุ่นยนต์วิ่ง 100 เมตร เร็วกว่าสถิติโลกของมนุษย์

หนึ่งในเหตุการณ์ที่ได้รับความสนใจมากที่สุดตั้งแต่วันเปิดการแข่งขัน คือการที่ฮิวแมนนอยด์สามารถวิ่งโดยทำเวลา 100 เมตรได้เร็วกว่าสถิติโลกของมนุษย์ เทียนกง อัลตรา (Tiangong Ultra) ซึ่งพัฒนาโดยศูนย์นวัตกรรมหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์แห่งปักกิ่ง ทำเวลาได้ 9.39 วินาที เร็วกว่าสถิติโลก 100 เมตรของ ยูเซน โบลต์ (Usain Bolt) นักวิ่งชาวจาเมกา ซึ่งทำไว้ 9.58 วินาทีในปี 2552

หุ่นยนต์ไลท์นิง (Lightning) ของ ออนเนอร์ (Honor) บริษัทเทคโนโลยีจากจีน ก็ทำเวลาได้ต่ำกว่า 10 วินาที โดยทำได้ 9.47 วินาทีในการแข่งขันหลัก

ขณะที่ก่อนหน้านี้หุ่นยนต์รุ่นเดียวกันทำเวลาในการทดลองได้ 9.32 วินาที ด้วยความเร็วสูงสุด 14.5 เมตรต่อวินาที ตัวเลขเหล่านี้แตกต่างจากการแข่งขันเมื่อปี 2568 อย่างมาก เพราะหุ่นยนต์ผู้ชนะในรายการ 100 เมตรครั้งนั้นยังใช้เวลามากกว่า 20 วินาที

อย่างไรก็ตาม เมื่อหุ่นยนต์วิ่งเร็วขึ้น การหยุดก็กลายเป็นอีกปัญหาที่เห็นได้ชัด หลังเข้าเส้นชัย หุ่นยนต์บางตัวชะลอความเร็วไม่ทันและพุ่งชนแผ่นรองรับแรงกระแทกที่ผู้จัดงานวางไว้ห่างจากเส้นชัยหลายเมตร ขณะที่บางตัวล้มลงหลังวิ่งจบและต้องให้เจ้าหน้าที่นำออกจากสนาม

เหตุการณ์เหล่านี้สะท้อนว่า การเพิ่มความเร็วในการเคลื่อนไหวเป็นเรื่องหนึ่ง แต่การควบคุมร่างกายให้แม่นยำในทุกจังหวะ โดยเฉพาะเมื่อต้องเร่งและหยุดอย่างรวดเร็ว ยังเป็นอีกโจทย์สำคัญของการพัฒนาหุ่นยนต์

จีนเปิดเวที World Humanoid Robot Games ทดสอบฮิวแมนนอยด์กว่า 2,000 ตัว

ในระยะ 400 เมตร หุ่นยนต์รุ่นเดียวกับที่ทำผลงานเด่นในรายการ 100 เมตรทำเวลาได้ 39.7 วินาที เร็วกว่าสถิติโลก 400 เมตรของ เวย์ด ฟาน นีเคิร์ก (Wayde van Niekerk) นักวิ่งชาวแอฟริกาใต้ ซึ่งทำไว้ 43.03 วินาที

ส่วนการแข่งขัน 400 เมตรสำหรับหุ่นยนต์ขนาดใหญ่ เทียนกง อัลตรา คว้าชัยชนะด้วยเวลา 38.15 วินาที ตามด้วยอันดับ 2 และ 3 ที่ทำเวลา 39.45 และ 39.66 วินาทีตามลำดับ นั่นหมายความว่า หุ่นยนต์ทั้งสามตัวที่ขึ้นโพเดียมทำเวลาได้ต่ำกว่า 40 วินาทีทั้งหมด ขณะที่ปีก่อนผู้ชนะรายการเดียวกันยังต้องใช้เวลาถึง 88.03 วินาที

ในการกระโดดสูงแบบยืน หุ่นยนต์จากบริษัท เอ็กซ์-ฮิวแมนนอยด์ (X-Humanoid) ทำความสูงได้ 2.88 เมตร สูงกว่าสถิติโลกของมนุษย์ที่ 2.45 เมตร ซึ่งทำโดย ฮาเวียร์ โซโตมาเยอร์ (Javier Sotomayor) นักกีฬาชาวคิวบาในปี 2536 และสูงกว่าผลงานดีที่สุดของหุ่นยนต์ในรายการเดียวกันเมื่อปี 2568 ซึ่งอยู่ที่ 0.95 เมตรอย่างมาก

ความเปลี่ยนแปลงภายในเวลาเพียงหนึ่งปีทำให้เห็นว่าความสามารถด้านการเคลื่อนไหวของหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์พัฒนาอย่างรวดเร็ว แต่การแข่งขันไม่ได้มีเป้าหมายอยู่ที่การสร้างสถิติด้านกีฬาเพียงอย่างเดียว เพราะโจทย์ที่ผู้พัฒนาให้ความสำคัญมากขึ้นอยู่ที่ว่า หุ่นยนต์จะนำความสามารถเหล่านี้ไปใช้กับงานจริงได้อย่างไร

ซวี่ เฉียวเซิง (Xu Qiaosheng) นักลงทุนด้านหุ่นยนต์ที่เข้าชมการแข่งขัน กล่าวว่า “การแข่งขัน World Humanoid Robot Games ปีนี้เข้มข้นกว่าปีที่แล้วมาก หุ่นยนต์จึงต้องรับภาระมากขึ้น ทั้งในด้านการใช้พลังงานและการระบายความร้อน ซึ่งเป็นความท้าทายสำคัญต่อการพัฒนาหุ่นยนต์ และมีความสำคัญต่อการพัฒนาภาคอุตสาหกรรมของจีน” 

จากสนามกีฬาสู่งานโรงงานและคลังสินค้า

การแข่งขันทั้ง 51 รายการแบ่งออกเป็นการแข่งขันกีฬา 30 รายการ และการแข่งขันตามสถานการณ์อีก 21 รายการ รายการกีฬาครอบคลุมทั้งการวิ่ง ฟุตบอล เทเบิลเทนนิส ยกน้ำหนัก ชักเย่อ มวย ไท้เก๊ก และ “พิตช์พอต” (pitch-pot) หรือการโยนลูกศรลงภาชนะคอแคบ ซึ่งดัดแปลงมาจากกีฬาพื้นบ้านของจีน 

ส่วนการแข่งขันตามสถานการณ์นั้นจำลองงานที่ใกล้เคียงกับการใช้งานจริงมากขึ้น ทั้งในโรงงาน ร้านอาหาร โรงแรม บ้าน และระบบโลจิสติกส์ รวมถึงการชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า การรับมือเหตุฉุกเฉิน การประกอบชิ้นส่วน และการขนย้ายวัสดุ

รายการเหล่านี้ทำให้โจทย์ของหุ่นยนต์เปลี่ยนจากการแสดงความสามารถทางกายภาพ มาเป็นการทำงานให้สำเร็จตามเป้าหมาย เพราะในโลกจริง สิ่งของไม่ได้อยู่ในตำแหน่งเดิมเสมอไป กล่องอาจวางไม่ตรงจุด สายเคเบิลอาจเอียง หรือวัตถุอาจขยับจากตำแหน่งที่ระบบคาดไว้ หุ่นยนต์จึงต้องมองเห็นความเปลี่ยนแปลงและปรับการทำงานด้วยตัวเอง

การต่อสายเคเบิลเป็นตัวอย่างที่เห็นภาพชัดที่สุด สำหรับมนุษย์ การเสียบสายเข้าช่องที่ถูกต้องอาจเป็นงานธรรมดา แต่สำหรับหุ่นยนต์ งานดังกล่าวต้องใช้ความสามารถหลายด้านพร้อมกัน ตั้งแต่การมองเห็นสายและช่องเสียบ การระบุตำแหน่ง การขยับมือให้ตรงจุด ไปจนถึงการควบคุมแรงให้เหมาะสม หากสายอยู่ในมุมที่ไม่ตรงกับที่ระบบคาดไว้ หุ่นยนต์ต้องตรวจจับความผิดพลาดและปรับการเคลื่อนไหวใหม่ด้วยตัวเอง

โจทย์ลักษณะนี้จึงเป็นการทดสอบทั้งการมองเห็น การจัดตำแหน่งของร่างกายและมือ รวมถึงการควบคุมแรง ซึ่งล้วนเป็นทักษะสำคัญหากหุ่นยนต์จะเข้าไปทำงานในโรงงานหรือคลังสินค้าจริง

ยู เชา (Yu Chao) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัทลูมอส โรโบติกส์ (Lumos Robotics) กล่าวว่า การแข่งขันครั้งนี้ช่วยพัฒนาฮาร์ดแวร์และเปิดพื้นที่ให้บริษัทต่างๆ ได้แสดงเทคโนโลยีของตัวเอง แต่คุณค่าในระยะยาวจะอยู่ที่ความสามารถในการแก้ปัญหาในโลกจริง

ส่วน ฮัว หรง (Hua Rong) ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาดของบริษัทหุ่นยนต์ซีโรธ (Zeroth) กล่าวว่า การแข่งขันที่แท้จริงจะเกิดขึ้นหลังจากผลิตภัณฑ์ถูกขายออกไปแล้ว สิ่งสำคัญคือหุ่นยนต์จะสามารถแก้ปัญหาให้กับผู้ใช้งานได้จริงหรือไม่ เพราะความสามารถที่แสดงให้เห็นในการแข่งขันเป็นเพียงส่วนหนึ่งของการพัฒนาเท่านั้น แต่เมื่อหุ่นยนต์ถูกนำไปใช้งานจริง สิ่งที่ต้องพิสูจน์คือมันสามารถตอบโจทย์ของผู้ใช้งานและทำงานได้ตามที่คาดหวังหรือไม่

จีนเปิดเวที World Humanoid Robot Games ทดสอบฮิวแมนนอยด์กว่า 2,000 ตัว

เทนนิสทดสอบการมองเห็นและการตอบสนอง

อีกหนึ่งการแข่งขันที่แสดงให้เห็นความซับซ้อนของการทำงานของหุ่นยนต์คือ เทนนิส บริษัทกัลบอต (Galbot) สตาร์ตอัปด้านหุ่นยนต์จากปักกิ่ง จัดการแข่งขันเทนนิสระหว่างฮิวแมนนอยด์กับมนุษย์ ทั้งประเภทเดี่ยวและคู่ โดยหุ่นยนต์ต้องติดตามลูกเทนนิส คาดการณ์ว่าลูกจะตกตรงไหน เคลื่อนตัวไปยังตำแหน่งนั้น และตีลูกกลับให้ได้ภายในเวลาเพียงไม่กี่วินาที

ระหว่างการสาธิต หุ่นยนต์ตัวหนึ่งเสียการทรงตัวและล้มลงขณะวิ่งไล่ลูก ก่อนจะพลิกตัวและดันตัวเองกลับขึ้นมายืน แล้วกลับไปเล่นต่อ

เหตุการณ์นี้แสดงให้เห็นทั้งความสามารถและข้อจำกัดของระบบไปพร้อมกัน เพราะแม้หุ่นยนต์จะสามารถรับรู้ลูกบอลและพยายามเคลื่อนตัวไปหาได้ แต่เมื่อสถานการณ์เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การรักษาสมดุลและควบคุมร่างกายก็ยังเป็นโจทย์ที่ต้องพัฒนาต่อไป

ในฟุตบอลก็เกิดเหตุการณ์ในลักษณะคล้ายกัน หุ่นยนต์บางตัวล้มเอง หรือชนเพื่อนร่วมทีมจนล้มไปด้วย ขณะที่หุ่นยนต์ที่ล้มระหว่างการแข่งขันวิ่งและไม่สามารถกลับมาแข่งขันต่อได้ ก็ต้องให้เจ้าหน้าที่นำตัวออกจากสนามด้วยเปลหามหรือรถเข็น

ข้อผิดพลาดเล็กๆ เหล่านี้มีความสำคัญ เพราะการทำงานในโรงงานหรือสถานที่จริงไม่ได้เกิดขึ้นภายใต้สภาพแวดล้อมที่ควบคุมได้ทั้งหมด หุ่นยนต์ต้องรับมือกับสิ่งที่ไม่เป็นไปตามแผน และต้องสามารถกลับมาทำงานต่อได้โดยไม่ต้องรอให้มนุษย์เข้าไปช่วยแก้ไขทุกครั้ง

ยิ่งหุ่นยนต์ทำงานเอง เครือข่ายก็ยิ่งสำคัญ

การแข่งขันปีนี้ยังสะท้อนการเปลี่ยนผ่านจากหุ่นยนต์ที่มนุษย์ควบคุม ไปสู่ระบบที่สามารถรับรู้ข้อมูลและตัดสินใจทำงานเองได้มากขึ้นเรื่อยๆ

หยาง ลี่ฝาน (Yang Lifan) รองผู้จัดการทั่วไปของบริษัทไชน่า ยูนิคอม (China Unicom) สาขาปักกิ่ง กล่าวว่า เมื่อปีที่แล้วหุ่นยนต์จำนวนมากยังถูกควบคุมจากระยะไกล ทำให้ความต้องการใช้เครือข่ายยังไม่มากนัก แต่การแข่งขันปีนี้มีหุ่นยนต์ที่ทำงานอัตโนมัติมากขึ้น จึงต้องพึ่งพาเครือข่ายมากกว่าเดิม

หุ่นยนต์จำนวนมากในปีนี้ติดตั้งโมดูล 5G-Advanced เพื่อส่งข้อมูลจากเซนเซอร์บนตัวหุ่นยนต์ไปยังระบบประมวลผล และรับคำสั่งกลับมาแบบต่อเนื่อง โดยเฉพาะในการแข่งขันกลางแจ้งที่ต้องอาศัยเครือข่ายครอบคลุมตลอดเส้นทาง หยางกล่าวว่า 

“ตอนนี้เครือข่ายกลายเป็นส่วนที่ขาดไม่ได้ และความสำคัญของมันจะเพิ่มขึ้นต่อไป”

การทำงานลักษณะนี้เกี่ยวข้องกับแนวคิดที่เรียกว่า Embodied Intelligence หรือปัญญาประดิษฐ์ที่ทำงานผ่านร่างกายจริง หุ่นยนต์ต้องรับรู้สิ่งที่อยู่รอบตัว นำข้อมูลไปประมวลผลและตัดสินใจ ก่อนควบคุมร่างกายให้ทำตามคำสั่งนั้น ซึ่งแตกต่างจากระบบเอไอที่เพียงสร้างคำตอบขึ้นมาบนหน้าจอ เพราะในกรณีนี้เอไอต้องเชื่อมโยงการรับรู้เข้ากับการเคลื่อนไหวของเครื่องจักรจริงให้ได้

แบตเตอรี่ยังเป็นข้อจำกัดสำคัญ

นอกจากความสามารถของเอไอและเครือข่ายแล้ว อีกข้อจำกัดสำคัญของหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์คือเรื่องพลังงาน

เดวิด หลี่ (David Li) ผู้บริหารของบริษัทหัวเว่ย เทคโนโลยีส์ กล่าวว่า “มอเตอร์ที่ใช้ควบคุมการเคลื่อนไหวของหุ่นยนต์ใช้พลังงานมากอยู่แล้ว หากการประมวลผลเอไอถูกนำมาไว้บนตัวหุ่นยนต์ด้วย การใช้พลังงานจากแบตเตอรี่ก็จะเพิ่มขึ้นไปอีก” 

ด้วยเหตุนี้ ผู้ผลิตหุ่นยนต์ขั้นสูงบางรายจึงเลือกย้ายการประมวลผลเอไอบางส่วนไปไว้บนระบบคลาวด์แทน เพื่อให้แบตเตอรี่บนตัวหุ่นยนต์สามารถใช้กับการเคลื่อนไหวได้เป็นหลัก แต่แนวทางนี้ก็ทำให้เครือข่ายมีความสำคัญมากขึ้นตามไปด้วยเช่นกัน

ดังนั้น เรื่องแบตเตอรี่ เครือข่าย และการระบายความร้อน จึงเชื่อมโยงกันโดยตรงกับความสามารถของหุ่นยนต์ในการทำงานต่อเนื่อง โดยเฉพาะเมื่อการแข่งขันไม่ได้ต้องการให้หุ่นยนต์เคลื่อนไหวเพียงไม่กี่วินาทีเท่านั้น แต่ต้องทำงานหลายขั้นตอนติดต่อกันไปเรื่อยๆ

สนามที่รวมบริษัท มหาวิทยาลัย และนักพัฒนารุ่นใหม่

เซิ่ง หมิง (Sheng Ming) หัวหน้าทีมจากมหาวิทยาลัยฉงชิ่ง กล่าวว่า ทีมของเขาต้องการสำรวจการนำเอไอไปใช้ในงานเฉพาะด้าน และผสานเอไอเข้ากับฮาร์ดแวร์เพื่อสร้างมูลค่าจากการใช้งานจริง 

“เราอาจยังอายุน้อย แต่เทคโนโลยีของเราแข็งแรง โดยส่วนตัวแล้วผมต้องการสำรวจการประยุกต์ใช้เอไอในแนวดิ่ง และหวังว่าจะผสานเอไอกับฮาร์ดแวร์เพื่อสร้างมูลค่าเชิงปฏิบัติและเชิงพาณิชย์ให้มากขึ้น” 

ด้านอู๋ ไต้จวิน (Wu Daijun) หัวหน้าทีมนักศึกษาจากสตูดิโอหุ่นยนต์ PAIX มหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีปักกิ่ง กล่าวว่า ทีมของเขาเป็นทีมที่มุ่งเน้นการสร้างสตาร์ตอัพ และกำลังพัฒนาหุ่นยนต์สำหรับงานทางทะเลโดยเฉพาะ

การแข่งขันจึงเป็นทั้งสนามทดสอบความสามารถของหุ่นยนต์ และเป็นพื้นที่ให้ผู้พัฒนาได้มองเห็นว่าชิ้นส่วนหรือระบบใดจำเป็นต้องพัฒนาต่อ ไม่ว่าจะเป็นเซนเซอร์ สายเคเบิล โครงสร้าง มอเตอร์ ระบบควบคุม ไปจนถึงตัวเอไอเอง

จีนเปิดเวที World Humanoid Robot Games ทดสอบฮิวแมนนอยด์กว่า 2,000 ตัว

จีนทดสอบหุ่นยนต์ระดับอุตสาหกรรม ท่ามกลางแรงกดดันจากสหรัฐ

การแข่งขันหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์โลกครั้งที่ 2 นี้จัดขึ้นในสัปดาห์เดียวกับการประชุมหุ่นยนต์โลก 2569 หรือ World Robot Conference 2026 ที่กรุงปักกิ่งเช่นกัน ซึ่งมีบริษัทต่างๆ นำผลิตภัณฑ์หุ่นยนต์ประมาณ 3,000 รายการมาจัดแสดง ทำให้กรุงปักกิ่งกลายเป็นพื้นที่ที่บริษัท นักวิจัย และทีมพัฒนาหุ่นยนต์จากหลายประเทศนำเทคโนโลยีมาแสดงและทดสอบในช่วงเวลาเดียวกัน

จีนเป็นผู้ผลิตหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์รายใหญ่ที่สุดของโลก ขณะที่สหรัฐเพิ่มการตรวจสอบหุ่นยนต์จากจีนด้วยเหตุผลด้านความมั่นคง โดยคณะกรรมการกลางกำกับดูแลกิจการสื่อสารของสหรัฐ (FCC) ประกาศห้ามนำเข้าหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์รุ่นใหม่ที่ผลิตในต่างประเทศ โดยอ้างเหตุผลด้านความมั่นคงแห่งชาติ ซึ่งเป็นมาตรการที่มุ่งเป้าไปที่จีนโดยตรง 

ขณะเดียวกัน กระทรวงกลาโหมสหรัฐก็เพิ่มบริษัทยูนิตรี (Unitree) หนึ่งในผู้ผลิตหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์รายสำคัญของจีน เข้าไปในบัญชีรายชื่อบริษัทที่ถูกมองว่ามีความเชื่อมโยงกับกองทัพจีน ด้านรัฐบาลจีนได้ออกมาโต้แย้งข้อกล่าวหาดังกล่าวแล้วเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม การแข่งขันครั้งนี้ไม่ได้หมายความว่าหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์พร้อมเข้ามาทำงานแทนมนุษย์ในวงกว้างแล้ว ผู้เชี่ยวชาญในวงการระบุว่า หุ่นยนต์ส่วนใหญ่ในปัจจุบันยังถูกใช้เพื่อการสาธิต การแสดง และการวิจัยเป็นหลัก ขณะที่การนำไปใช้งานจริงในวงกว้างยังต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่ง

สิ่งที่การแข่งขันหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์โลกครั้งที่ 2 นี้แสดงให้เห็น จึงไม่ใช่เพียงสถิติว่าหุ่นยนต์วิ่งเร็วหรือกระโดดได้สูงแค่ไหนเท่านั้น แต่เป็นการทดสอบความสามารถหลายด้านพร้อมกัน ตั้งแต่การเคลื่อนไหว การทรงตัว การมองเห็น การควบคุมแรง การตัดสินใจ การใช้มือ ไปจนถึงการทำงานต่อเนื่องภายใต้ข้อจำกัดด้านแบตเตอรี่และเครือข่าย

จากสนามวิ่ง 100 เมตรไปจนถึงการต่อสายเคเบิล จากสนามฟุตบอลไปจนถึงงานคลังสินค้า การแข่งขันครั้งนี้กำลังขยับคำถามเกี่ยวกับหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ไปอีกขั้น จากเดิมที่ถามว่า “หุ่นยนต์ทำอะไรได้บ้าง” ไปสู่คำถามว่า “หุ่นยนต์ทำงานนั้นให้สำเร็จได้จริงหรือไม่”

อ้างอิง: Reuters The Guardian SCMP AP News และ Xinhua