วันเสาร์ ที่ 22 สิงหาคม 2569

Login
Login

อยากอ่านไหม? เปิดสัญญาฉบับแก้ไข ‘TH-AI Passport’ เปลี่ยนอะไรบ้าง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 18 ส.ค.69 สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.) ได้ลงนามสัญญาแก้ไขเพิ่มเติมสัญญาจ้างโครงการยกระดับทักษะด้านดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์เพื่อคนไทย (TH-AI Passport) กับ กิจการค้าร่วม ทีเอช 

โดยมีสาระสำคัญเป็นการปรับรูปแบบการจ่ายค่าบริการ Generative AI จากเดิมที่กำหนดจ่ายแบบเหมาจ่าย 5 งวด งวดละ 20% ของมูลค่าสัญญา มาเป็นการคิดค่าบริการตามจำนวนผู้ใช้งานจริงในระดับที่สัญญาเรียกว่า "ผู้ใช้งานระดับสร้างสรรค์สิ่งใหม่" พร้อมแก้รายละเอียดด้านเทคนิค กำหนดความสามารถรองรับผู้ใช้งานพร้อมกันสูงสุด 5 ล้านคน และเปลี่ยนโมเดล AI บางรายการจาก Typhoon 2.5 เป็น OpenThai 2.0 Legal

สัญญาแก้ไขเพิ่มเติมดังกล่าวลงนามโดย นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.) ในฐานะผู้ว่าจ้าง กับกิจการค้าร่วม ทีเอช ซึ่งประกอบด้วย บริษัท ฮิวแมน อินเทลลิเจนท์ จำกัด และ บริษัท เทิร์นคีย์ คอมมูนิเคชั่น เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ TKC ในฐานะผู้รับจ้าง โดยเป็นการแก้ไขจากสัญญาหลักเลขที่ 19/2569 ซึ่งลงนามเมื่อวันที่ 7 เม.ย.69

อยากอ่านไหม? เปิดสัญญาฉบับแก้ไข ‘TH-AI Passport’ เปลี่ยนอะไรบ้าง

อยากอ่านไหม? เปิดสัญญาฉบับแก้ไข ‘TH-AI Passport’ เปลี่ยนอะไรบ้าง

เอกสารระบุเหตุผลสำคัญของการแก้สัญญาว่า โครงสร้างการจ่ายเงินตามสัญญาเดิมเป็นการแบ่งจ่าย 5 งวด งวดละ 20% ของมูลค่างานทั้งหมดในลักษณะเหมาจ่าย ซึ่งไม่สามารถสะท้อนปริมาณค่าใช้จ่ายจากการใช้ Generative AI ที่เกิดขึ้นจริงได้ ดังนั้น จึงปรับวิธีคิดค่าบริการตามจำนวนผู้ใช้งานจริงระดับสร้างสรรค์สิ่งใหม่ในแต่ละเดือน เพื่อให้ผู้ว่าจ้างชำระค่าบริการ Generative AI ตามจำนวนผู้ใช้งานจริงเท่านั้น โดยเอกสารระบุว่าแนวทางใหม่นี้ให้ประโยชน์และความคุ้มค่ากว่ารูปแบบเดิม

ขณะเดียวกัน สัญญายังกำหนดให้ระบบสามารถรองรับการเข้าใช้งานพร้อมกันได้สูงสุด 5,000,000 คนภายในชั่วโมงเดียวกัน หรือ concurrent รวมถึงระบุว่า ผู้ให้บริการ Generative AI บางรายการจะไม่มีการปรับปรุงโมเดลให้เป็นปัจจุบัน จึงจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงโมเดลคู่สัญญาบางรายการด้วย

สำหรับกรอบการให้บริการ มีการแก้ TOR ให้แพลตฟอร์ม Generative AI ต้องเริ่มให้ประชาชนลงทะเบียนภายใน 30 วัน และเริ่มให้บริการ Generative AI ภายใน 30 วัน นับถัดจากวันลงนามสัญญาแก้ไขเพิ่มเติม พร้อมกำหนดให้แพลตฟอร์มต้องผ่านการทดสอบด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ก่อนเริ่มให้บริการ นอกจากนี้ ยังยกเลิกรายละเอียดสิ่งที่ต้องส่งมอบใน TOR เดิม และให้ใช้รายละเอียดตามภาคผนวกฉบับใหม่แทน

อยากอ่านไหม? เปิดสัญญาฉบับแก้ไข ‘TH-AI Passport’ เปลี่ยนอะไรบ้าง

อยากอ่านไหม? เปิดสัญญาฉบับแก้ไข ‘TH-AI Passport’ เปลี่ยนอะไรบ้าง

อยากอ่านไหม? เปิดสัญญาฉบับแก้ไข ‘TH-AI Passport’ เปลี่ยนอะไรบ้าง

อีกประเด็นสำคัญคือการเปลี่ยนโมเดล AI โดยมีการแก้รายละเอียดในเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หรือ e-bidding และข้อเสนอด้านเทคนิคหลายจุด จากรายการ Typhoon 2.5 เป็น OpenThai 2.0 Legal รวมทั้งเปลี่ยนรายการตัวอย่างโมเดลในตารางสรุปความสามารถในการรองรับ AI Model และนำรายละเอียดของ OpenThai 2.0 Legal มาจัดทำเป็นภาคผนวกของสัญญาแก้ไขเพิ่มเติมโดยเฉพาะ

อย่างไรก็ตาม การแก้สัญญาครั้งนี้ ไม่ได้เพิ่มวงเงินรวมของโครงการ โดยยังคงค่าจ้างทั้งสัญญาที่ 1,621,000,000 บาท ซึ่งรวมภาษีมูลค่าเพิ่มจำนวน 106,046,728.97 บาท ตลอดจนภาษีอากรและค่าใช้จ่ายอื่นทั้งหมดแล้ว แต่เปลี่ยนรายละเอียดการแบ่งจ่ายใหม่จากโครงสร้างเดิมที่จ่ายงวดละ 20% มาเป็นการแยกค่าดำเนินงานกับค่าบริการ Generative AI ตามแต่ละช่วงของโครงการ

ทั้งนี้ งวดที่ 1 กำหนดจ่าย 27,858,972 บาท เมื่อผู้รับจ้างดำเนินงานและส่งมอบงานงวดแรกให้แล้วเสร็จภายใน 30 วันนับถัดจากวันลงนามสัญญาแก้ไขเพิ่มเติม และผู้ว่าจ้างตรวจรับงานครบถ้วน โดยงวดแรกยังไม่มีส่วนของค่าบริการ Generative AI

งวดที่ 2 กำหนดค่าดำเนินงาน 27,858,972 บาท และค่าบริการ Generative AI 123,474,640 บาท รวมสูงสุด 151,333,612 บาท สำหรับงานที่ต้องส่งมอบภายใน 60 วัน

งวดที่ 3 กำหนดค่าดำเนินงาน 27,858,972 บาท และค่าบริการ Generative AI 493,902,000 บาท รวมสูงสุด 521,760,972 บาท สำหรับงานที่ต้องส่งมอบภายใน 180 วัน

งวดที่ 4 กำหนดค่าดำเนินงาน 27,858,972 บาท และค่าบริการ Generative AI 370,426,500 บาท รวมสูงสุด 398,285,472 บาท โดยต้องส่งมอบงานภายใน 270 วัน

งวดที่ 5 กำหนดค่าดำเนินงาน 27,858,972 บาท และค่าบริการ Generative AI 493,902,000 บาท รวมสูงสุด 521,760,972 บาท เมื่อดำเนินงานทั้งหมดเสร็จสิ้นและส่งมอบงานงวดสุดท้ายภายใน 450 วันนับถัดจากวันลงนามสัญญาแก้ไขเพิ่มเติม

ดังนั้น เมื่อรวมทั้ง 5 งวดแล้วจึงเท่ากับวงเงินสัญญา 1,621 ล้านบาทพอดี

อย่างไรก็ดี ตัวเลขค่าบริการ Generative AI ในงวดที่ 2-5 ไม่ได้หมายความว่ารัฐจะต้องจ่ายเต็มจำนวนทุกกรณี เพราะสัญญากำหนดว่า หากจำนวนผู้ใช้งานระดับสร้างสรรค์สิ่งใหม่ไม่ถึง 5 ล้านคน ผู้ว่าจ้างจะชำระตามจำนวนผู้ใช้งานจริงที่มีการใช้งานอย่างน้อย 1 ครั้งต่อเดือน ในอัตรา 24.6951 บาทต่อคนต่อเดือน ซึ่งถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญจากระบบเหมาจ่ายตามสัญญาเดิม

พร้อมกันนี้ สัญญายังให้คำนิยามว่า ค่าใช้บริการ Generative AI หมายถึงค่าบริการรายเดือนของระบบ Generative AI ตามสัญญา ส่วนผู้ใช้งานระดับสร้างสรรค์สิ่งใหม่ หมายถึงผู้ใช้บริการแพลตฟอร์ม Generative AI ที่เข้าเรียนในระบบและมีคะแนนสะสมในแต่ละเดือนตามหลักเกณฑ์ที่ผู้ว่าจ้างกำหนด ซึ่งหมายความว่าการนับจำนวนเพื่อจ่ายค่าบริการจะไม่ได้อิงเพียงจำนวนผู้สมัครหรือจำนวนบัญชีทั้งหมด แต่ผูกกับพฤติกรรมการใช้งานและเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในระบบ

ในส่วนการจ่ายเงินให้กิจการค้าร่วม สัญญากำหนดให้โอนเงินในสัดส่วน 51% ให้บริษัท เทิร์นคีย์ คอมมูนิเคชั่น เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) และ 49% ให้บริษัท ฮิวแมน อินเทลลิเจนท์ จำกัด โดยผู้รับจ้างเป็นผู้รับภาระค่าธรรมเนียมหรือค่าบริการอื่นที่เกี่ยวข้องกับการโอนเงิน รวมถึงค่าใช้จ่ายที่ธนาคารเรียกเก็บ

นอกจากนี้ สัญญาแก้ไขเพิ่มเติมยังกำหนดให้ภาคผนวก 1 เรื่องสิ่งที่ต้องส่งมอบ จำนวน 4 หน้า และภาคผนวก 2 Catalog ผลิตภัณฑ์ OpenThai 2.0 Legal จำนวน 6 หน้า เป็นส่วนหนึ่งของสัญญา โดยหากข้อความในเอกสารแนบท้ายขัดหรือแย้งกับสัญญาแก้ไขเพิ่มเติม ให้ยึดข้อความในสัญญาแก้ไขเพิ่มเติมเป็นหลัก ส่วนกรณีเอกสารแนบท้ายขัดแย้งกันเอง ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติตามคำวินิจฉัยของผู้ว่าจ้าง ซึ่งถือเป็นที่สุด และไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าจ้าง ค่าเสียหาย หรือค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมจากผู้ว่าจ้าง

ขณะเดียวกัน หากข้อความในสัญญาหลักขัดหรือแย้งกับสัญญาแก้ไขเพิ่มเติม ให้ใช้ข้อความในสัญญาแก้ไขเพิ่มเติมบังคับ ส่วนเงื่อนไขของสัญญาหลักที่ไม่ได้ถูกแก้ไขยังคงมีผลตามเดิม และให้ถือสัญญาแก้ไขเพิ่มเติมเป็นส่วนหนึ่งของสัญญาหลัก โดยผู้รับจ้างไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมจากผู้ว่าจ้างอันเกิดจากการทำสัญญาแก้ไขเพิ่มเติมครั้งนี้

สำหรับการลงนามในสัญญา นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ ลงนามในนาม สดช. ขณะที่ นางสาวฐิติรย์ จันทพันธ์ ลงนามในฐานะผู้รับมอบอำนาจจากผู้มีอำนาจลงนามผูกพันกิจการค้าร่วม ทีเอช โดยเอกสารระบุว่าสัญญาแก้ไขเพิ่มเติมจัดทำขึ้น 2 ฉบับ มีข้อความถูกต้องตรงกัน และคู่สัญญาได้อ่านและเข้าใจรายละเอียดก่อนลงนามไว้เป็นหลักฐาน