ETDA เปิดเวที Craft Idea ครั้งที่ 6 รอบ Final Pitching ดัน AI ยกระดับสินค้า-บริการชุมชน ‘มีสุขฟาร์ม’ จ.ระยอง คว้าแชมป์จากแผนธุรกิจผลิตภัณฑ์กฤษณา ใช้ AI ตั้งแต่วิเคราะห์ลูกค้า สร้างคอนเทนต์ ไปจนถึง Chatbot ปิดการขาย รับเงินรางวัล 1 แสนบาท พร้อมต่อยอดสู่ตลาดออนไลน์
สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ.) หรือ ETDA กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา และเครือข่าย จัดการแข่งขัน Craft Idea ครั้งที่ 6 ภายใต้แนวคิด “AI EMPOWERS CHANGE, TRANSFORM TOGETHER – ยกระดับธุรกิจ พลิกชีวิต ‘ชุมชน’ ด้วย AI” รอบ Final Pitching จาก 12 ชุมชนทั่วประเทศ
ผลการแข่งขัน ทีมมีสุขฟาร์ม จ.ระยอง คว้ารางวัลชนะเลิศจากแผนธุรกิจ “วิสาหกิจชุมชนกลุ่มเกษตรผลิตไม้กฤษณา” โดยนำ AI มาช่วยวิเคราะห์ฐานข้อมูลและพฤติกรรมลูกค้า เพื่อกำหนดกลุ่มเป้าหมายและวางแผนการตลาดได้ตรงจุด พร้อมต่อยอดผลิตภัณฑ์ น้ำมันนวดกฤษณาสูตรเย็น และน้ำหอมกฤษณาอโรมาพกพา รับโล่รางวัลและเงินรางวัล 100,000 บาท รวมถึงโอกาสพัฒนาแผนธุรกิจและผลิตภัณฑ์สู่การใช้งานจริง
นายมีธรรม ณ ระนอง รองผู้อำนวยการ ETDA กล่าวว่า การเปลี่ยนแปลงของโลกและพฤติกรรมผู้บริโภคทำให้ทุกภาคส่วนต้องปรับตัว โดยเฉพาะธุรกิจชุมชนที่ต้องเชื่อมช่องทางออฟไลน์และออนไลน์ เพื่อรักษาฐานลูกค้าเดิมและเข้าถึงตลาดใหม่ ขณะที่ เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ AI เข้ามามีบทบาทตั้งแต่การวิเคราะห์ข้อมูลลูกค้า ออกแบบผลิตภัณฑ์ สร้างคอนเทนต์ วางแผนประชาสัมพันธ์ ไปจนถึงกลยุทธ์การขาย
การเสริมทักษะดิจิทัลให้ผู้ประกอบการชุมชนจึงเป็นหัวใจสำคัญในการนำภูมิปัญญา อัตลักษณ์ และของดีในพื้นที่มาต่อยอดเป็นสินค้าและบริการที่มีจุดขาย สามารถแข่งขันและเติบโตได้ในยุค Digital Transformation
ETDA จึงเดินหน้าโครงการ ETDA Local Digital Coach (ELDC) เพื่อพัฒนากำลังคนและเพิ่มศักยภาพชุมชนทั่วประเทศ ทั้งด้านดิจิทัล อีคอมเมิร์ซ การตลาดออนไลน์ และการใช้เทคโนโลยีอย่างสร้างสรรค์ ปลอดภัย และรู้เท่าทัน โดยที่ผ่านมาได้พัฒนากำลังคนด้านดิจิทัลแล้วกว่า 5,000 ราย และทำงานร่วมกับชุมชนมากกว่า 700 แห่งทั่วประเทศ
สำหรับ Craft Idea ครั้งที่ 6 เปิดโอกาสให้ชุมชนเป็นผู้พัฒนาแนวคิดและนำเสนอแผนธุรกิจด้วยตัวเอง โดยใช้สินค้า บริการ ภูมิปัญญา และอัตลักษณ์ของแต่ละพื้นที่เป็นโจทย์จริง ก่อนนำ AI การตลาดดิจิทัล และความรู้ด้านการวางแผนธุรกิจมาประยุกต์ใช้
ปีนี้มีชุมชนสนใจเข้าร่วมกว่า 119 ชุมชน โดยทุกชุมชนได้เรียนรู้การใช้ AI ผ่านหลักสูตร “AI to Action” 4 หลักสูตร ได้แก่ “รู้ใจลูกค้า” สำหรับวิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภค “คอนเทนต์เด็ด ใช้ AI ช่วยคิด” สำหรับสร้างคอนเทนต์การตลาด “ขายให้ปัง ใช้ AI นำทาง” สำหรับวางกลยุทธ์การขาย และ “โตยั่งยืน ใช้ AI ต่อยอด” สำหรับพัฒนาธุรกิจในระยะยาว
จากนั้นคัดเลือก 100 ชุมชนเข้าสู่ Business Pitching ก่อนเหลือ 50 ชุมชนสู่การแข่งขันระดับภูมิภาค (Local Business Pitching) โดยมีผู้เชี่ยวชาญช่วยให้คำแนะนำและปรับแผนธุรกิจ จนเหลือ 12 ชุมชนเข้าสู่รอบ Final Pitching
จุดเด่นของทีมมีสุขฟาร์ม คือการนำ AI มาใช้ มากกว่าการสร้างภาพสินค้า แต่เชื่อมโยงตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ตั้งแต่การวิเคราะห์ Persona และ Pain Point ค้นหากลุ่มลูกค้าเป้าหมาย สร้าง Content Pillar เขียน Caption, Script และ Ads สร้างภาพและวิดีโอ ตลอดจนพัฒนา Chatbot เพื่อแนะนำสินค้าและช่วยปิดการขาย ทำให้สามารถเปลี่ยนฐานข้อมูลเป็นกลยุทธ์การตลาดและยอดขายได้อย่างเป็นระบบ
ส่วน รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ ทีมบ้านปางแดงใน จ.เชียงใหม่ จากแผนธุรกิจ “ชุมชนบ้านปางแดงใน” รับเงินรางวัล 50,000 บาท ขณะที่ รองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ ทีมว้าว! mushroom จ.พัทลุง จากแผนธุรกิจ “วิสาหกิจชุมชนเกษตรพัฒนาบ้านตะโหมด” รับเงินรางวัล 30,000 บาท และอีก 9 ชุมชนได้รับรางวัลชมเชย ชุมชนละ 5,000 บาท รวมเงินรางวัลทั้งสิ้น 225,000 บาท
นอกจากการแข่งขัน Business Pitching แล้ว ETDA ยังสนับสนุนการตลาดออนไลน์ โดยคัดเลือก 50 ชุมชน รวม 100 ผลิตภัณฑ์ มาพัฒนาเป็นร้านค้าต้นแบบ ให้คำปรึกษาด้านข้อมูลสินค้า การสร้างคอนเทนต์ และนำสินค้าขึ้นจำหน่ายบนแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ พร้อมประชาสัมพันธ์ผ่าน Facebook, Social Commerce, e-Marketplace และช่องทางออนไลน์ เพื่อเพิ่มการมองเห็น ขยายฐานลูกค้า และสร้างยอดขาย
นายมีธรรม กล่าวว่า Craft Idea 6 ไม่ได้มุ่งเพียงเพิ่มยอดขายระยะสั้น แต่ต้องการเชื่อม AI เข้ากับภูมิปัญญา อัตลักษณ์ และจุดแข็งของแต่ละพื้นที่ พร้อมสร้างทักษะดิจิทัลและพัฒนาแผนธุรกิจ เพื่อให้ผู้ประกอบการชุมชนสามารถปรับตัวและแข่งขันในเศรษฐกิจดิจิทัลได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน
สำหรับปี 2569 ETDA เดินหน้าขยายผลโครงการ ELDC ผ่านความร่วมมือกับหน่วยงานส่วนกลางและภูมิภาค เพื่อเพิ่มศักยภาพผู้ประกอบการในการใช้เทคโนโลยีสร้างรายได้ เพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ และสนับสนุนการยกระดับขีดความสามารถด้านดิจิทัลของประเทศไทย หรือ World Digital Competitiveness Ranking (WDCR)
ขณะที่ปี 2570 เตรียมขยายการยกระดับเศรษฐกิจวิสาหกิจชุมชนเพิ่มอีก 120 ชุมชน พร้อมขยายความร่วมมือกับภาครัฐ เอกชน สถาบันการศึกษา และหน่วยงานในพื้นที่ เพื่อให้ชุมชนใช้ AI และเทคโนโลยีดิจิทัลพัฒนาสินค้า สร้างรายได้ ขยายตลาด และรักษาอัตลักษณ์ท้องถิ่น ควบคู่กับการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัลไทยอย่างยั่งยืน



