สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.) ภายใต้สังกัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยถึงความคืบหน้าการลงทะเบียนรับสิทธิ์ เข้าร่วมโครงการ TH-AI Passport (ทีเอช-เอไอ พาสปอร์ต) ล่วงหน้า ล่าสุด เมื่อวันที่ 20 ส.ค. 2569 เวลา 17.00 น. ยอดลงทะเบียนอยู่ที่ 1,033,635 ราย
ทำให้ยังเหลือสิทธิ์อีกเกือบ 4 ล้านสิทธิ์ โดยประชาชนที่มีอายุ 15 ปี ขึ้นไป สามารถลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ de.aipass.net เพื่อสมัคร ยืนยันตัวตน และสร้างบัญชีสำหรับเข้าใช้งาน AiPASS ซึ่งเป็นแพลตฟอร์ม AI ภายใต้โครงการ ก่อนเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการในวันที่ 31 ส.ค. 2569
สำหรับโครงการดังกล่าว สดช.ยืนยันว่า ดำเนินงานด้วยระบบชำระค่าบริการตามจำนวนผู้ใช้งานจริง หรือ Pay Per Active User โดยภาครัฐจะชำระค่าบริการเฉพาะผู้ใช้งานระดับ Innovator ที่มีการใช้งานจริงตามเงื่อนไขของโครงการ ในอัตรา 24.70 บาท ต่อคน ต่อเดือน เพื่อให้การเบิกจ่ายงบประมาณสอดคล้องกับการใช้งานและประโยชน์ที่ประชาชนได้รับอย่างสูงสุด
ตั้งเป้ารองรับประชาชนสูงสุด 5 ล้านคน ครอบคลุมนักเรียน นักศึกษา บุคลากรภาครัฐ ประชาชนทั่วไป และผู้ประกอบการ โดยมุ่งเปิดโอกาสให้ผู้เริ่มต้นและผู้ที่ยังไม่มีประสบการณ์ด้าน AI สามารถเข้าถึงเครื่องมือ ทดลองใช้งาน และพัฒนาทักษะได้อย่างเป็นลำดับ แม้ไม่มีพื้นฐานด้านเทคโนโลยีมาก่อน
ด้านนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ย้ำว่า ประเด็นความปลอดภัยของข้อมูลนั้น การใช้งาน เอไอ ภายใต้โครงการยังอาจมีการประมวลผลข้อมูลในต่างประเทศเช่นเดียวกับบริการ AI ทั่วไป แต่เงื่อนไขตามสัญญากำหนดว่า ผู้ให้บริการไม่สามารถนำข้อมูลไปจัดเก็บ หรือนำไปประมวลผลต่อยอดเพื่อใช้กับโมเดลได้
ต้องการให้มีผู้เข้าใช้งานครบตามเพดาน 5 ล้านสิทธิ์ พร้อมเชิญชวนให้ประชาชนเข้ามาทดลองใช้โครงการ เนื่องจากต้องการให้สิทธิ์ที่จัดเตรียมไว้ถูกนำไปใช้งานจริงมากที่สุด
โดยเป้าหมายของ TH-AI Passport นายไชยชนก กล่าวว่า ต้องการให้ประชาชนสามารถเข้าถึง AI ในรูปแบบโปรได้หลากหลาย โดยเฉพาะผู้ที่มีข้อจำกัดด้านงบประมาณ รวมถึงเปิดโอกาสให้ประชาชนได้ทดลองใช้ AI หลายรูปแบบ เพื่อค้นหาเครื่องมือที่เหมาะกับตัวเอง และอาจนำไปต่อยอดสร้างรายได้ในอนาคต



