เมื่อวันที่ 19 ส.ค.69 นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยถึงการเปิดลงทะเบียนล่วงหน้าโครงการ TH-AI Passport วันแรกว่า ล่าสุดเมื่อเวลาประมาณ 13.30 น.มียอดลงทะเบียนทะลุ 307,425 รายแล้ว ขณะที่ระบบยืนยันตัวตนผ่าน ThaID มีอาการสะดุดบางช่วง หลังมีประชาชนเข้ามาลงทะเบียนพร้อมกันจำนวนมาก
อย่างไรก็ตาม ช่องทางแอปทางรัฐยังสามารถใช้งานได้ตามปกติ จึงแนะนำให้ประชาชนที่พบปัญหากับ ThalD เปลี่ยนไปลงทะเบียนผ่านแอปทางรัฐระหว่างที่ทีมงานตรวจสอบสาเหตุ โดยนายไชยชนก กล่าวว่า ระบบ TH-AI Passport เองสามารถรองรับปริมาณผู้ลงทะเบียนได้ ขณะที่ปัญหาที่เกิดขึ้นกำลังตรวจสอบว่าเกี่ยวข้องกับการเชื่อมต่อผ่าน ThaID หรือไม่
สำหรับผู้ที่ลงทะเบียนสำเร็จ จะสามารถเข้าใช้บริการ TH-AI Passport ผ่านเว็บไซต์ โดยโครงการยังคงกำหนดเริ่มให้บริการวันที่ 31 ส.ค.69 ส่วนงานเปิดตัวอย่างเป็นทางการวันที่ 28 ส.ค.69 ยังเป็นไปตามกำหนดเดิม ภายในงานจะมีกิจกรรมรณรงค์และตัวแทนภาคเอกชนร่วมให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการใช้งาน
ส่วนข้อสงสัยกรณีเว็บไซต์ TH-AI Passport ใช้โดเมน .net แทนโดเมนของหน่วยงานรัฐ นายไชยชนก กล่าวว่า การใช้โดเมนดังกล่าวเป็นไปตาม TOR และสัญญาของโครงการ หลังตรวจสอบแล้วจึงยังไม่มีความจำเป็นต้องเปลี่ยน แม้ทีมงานจะมีการเตรียมแนวทางรองรับไว้ก็ตาม
ขณะที่ประเด็นความปลอดภัยของข้อมูล นายไชยชนก อธิบายว่า การใช้งาน AI ภายใต้โครงการยังอาจมีการประมวลผลข้อมูลในต่างประเทศเช่นเดียวกับบริการ AI ทั่วไป แต่เงื่อนไขตามสัญญากำหนดว่า ผู้ให้บริการไม่สามารถนำข้อมูลไปจัดเก็บ หรือนำไปประมวลผลต่อยอดเพื่อใช้กับโมเดลได้
ตามเงื่อนไขของโครงการ ข้อมูลอาจถูกนำไปประมวลผลในต่างประเทศเช่นเดียวกับการใช้ AI ทั่วไป แต่ผู้ให้บริการไม่สามารถนำข้อมูลไปจัดเก็บ หรือนำไปใช้ประมวลผลต่อยอดกับโมเดลได้
สำหรับข้อมูลส่วนบุคคลที่ใช้ในกระบวนการยืนยันตัวตน นายไชยชนก กล่าวว่า การเข้าระบบดำเนินการผ่านระบบของหน่วยงานรัฐ ซึ่งมีมาตรการและมาตรฐานด้านความปลอดภัยของข้อมูลอยู่แล้ว พร้อมระบุว่าเรื่องดังกล่าวเป็นประเด็นที่ภาครัฐให้ความสำคัญเป็นพิเศษ
ด้านเป้าหมายของ TH-AI Passport นายไชยชนก กล่าวว่า ต้องการให้ประชาชนสามารถเข้าถึง AI ในรูปแบบโปรได้หลากหลาย โดยเฉพาะผู้ที่มีข้อจำกัดด้านงบประมาณ รวมถึงเปิดโอกาสให้ประชาชนได้ทดลองใช้ AI หลายรูปแบบ เพื่อค้นหาเครื่องมือที่เหมาะกับตัวเอง และอาจนำไปต่อยอดสร้างรายได้ในอนาคต
สำหรับจำนวนผู้ได้รับสิทธิ์ โครงการกำหนดเพดานไว้ที่ 5 ล้านราย หากมีผู้ลงทะเบียนเกินจำนวน ผู้ที่เกินจากเพดานจะถูกจัดไว้ในคิวรอ ขณะเดียวกัน หากผู้ได้รับสิทธิ์ไม่เข้าใช้งานเป็นระยะเวลาหนึ่ง จะมีการนำสิทธิ์ดังกล่าวออกและจัดสรรให้ผู้ที่อยู่ในคิวต่อไป
นายไชยชนก ยังระบุว่า ต้องการให้มีผู้เข้าใช้งานครบตามเพดาน 5 ล้านสิทธิ์ พร้อมเชิญชวนให้ประชาชนเข้ามาทดลองใช้โครงการ เนื่องจากต้องการให้สิทธิ์ที่จัดเตรียมไว้ถูกนำไปใช้งานจริงมากที่สุด
ส่วนกรณีฝ่ายค้านยังติดตามเอกสารและการชี้แจงเกี่ยวกับโครงการ TH-AI Passport นายไชยชนก กล่าวว่า ทีมงานจะทยอยส่งข้อมูลให้ต่อเนื่อง และที่ผ่านมาได้สั่งการให้ข้าราชการที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับแต่ละกระบวนการเข้าให้ข้อมูลตาม พ.ร.บ.อำนาจเรียก ขณะที่การจะเดินทางไปชี้แจงด้วยตัวเองนั้น จะพิจารณาจากภารกิจและประเด็นที่เห็นว่าสามารถให้ข้อมูลเพิ่มเติมจากเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบโดยตรงได้
นอกจากนี้ เมื่อถูกถามถึงกรณีอาจมีการร้องเรียนหรือตรวจสอบโครงการต่อสำนักคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นายไชยชนก กล่าวว่า ไม่กังวล และยืนยันว่ากระทรวงให้ความร่วมมือกับกระบวนการตรวจสอบมาโดยตลอด พร้อมยืนยันว่าการดำเนินโครงการเป็นไปตามกระบวนการทางกฎหมาย
เจตนาของโครงการนี้คือการสร้างประโยชน์ให้กับส่วนรวม แม้ TH-AI Passport อาจเป็นโครงการที่ไม่ถูกใจใครแต่ผมรับรองว่าถูกกฎหมาย ล่าสุดมีประชาชนลงทะเบียนแล้ว 307,425 ราย และเชื่อว่าจะครบตามเป้าที่ 5 ล้านรายต่อประชาชนที่เข้ามาใช้งาน



