ทำไมไทยถึงเป็นท็อปช้อยส์ Data Center อาเซียน? เจาะลึกความพร้อม EEC พลังงานสะอาด และการสร้าง Ecosystem กับคุณบุศรินทร์ ประดิษฐยนต์ Country Head, STT GDC
KEY POINTS
- สิงคโปร์ และมาเลเซีย เริ่มเผชิญข้อจำกัดด้านพื้นที่ และพลังงาน ทำให้นักลงทุนมองหาทางเลือกใหม่ซึ่ง "ไทย" กลายเป็นจุดหมายที่น่าสนใจ
- ความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานที่รัฐบาลได้วางรากฐานไว้ใน EEC ซึ่งสามารถรองรับธุรกิจ Data Center ได้ทันที
- มีทำเลที่ตั้งเชิงยุทธศาสตร์เป็นศูนย์กลางของภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง ทำให้สามารถเชื่อมต่อเครือข่ายไปยังประเทศเพื่อนบ้านได้อย่างไร้รอยต่อ
- มีแรงดึงดูดจากการสนับสนุน และมอบสิทธิประโยชน์จากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ให้กับนักลงทุนต่างชาติ
เมื่อสิงคโปร์ และมาเลเซียเริ่มเผชิญข้อจำกัดด้านพื้นที่ และพลังงาน “ประเทศไทย” จึงก้าวขึ้นมาเป็นคำตอบใหม่ที่ร้อนแรงที่สุดในสมรภูมิ Data Center ของอาเซียน แต่ไทยพร้อมแค่ไหนที่จะคว้าโอกาสจากการลงทุน ท่ามกลางความท้าทายเรื่องของพลังงาน ทักษะแรงงาน และการต่อยอดจากอุตสาหกรรมนี้
"บุศรินทร์ ประดิษฐยนต์" Country Head บริษัท เอสที เทเลมีเดีย โกลบอล ดาต้าเซ็นเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด หรือ STT GDC เล่าว่าการเปลี่ยนผ่านของยุทธศาสตร์ Data Center ที่กำลังหลั่งไหลมาที่ “อาเซียน” เริ่มต้นจากสิงคโปร์ แต่ด้วยข้อจำกัดทางด้านพื้นที่ และปริมาณไฟฟ้า ทำให้การลงทุนเริ่มขยายตัวออกไปยังประเทศมาเลเซียในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา จนกระทั่งปัจจุบัน "ประเทศไทย" ได้กลายเป็นจุดหมายใหม่ที่ “ร้อนแรง” ในสายตานักลงทุน
สิ่งที่ทำให้ไทยมีความพร้อมคือ การที่รัฐบาลได้ปูรากฐานโครงสร้างพื้นฐานไว้ในเขตเศรษฐกิจพิเศษ (EEC) แม้เดิมทีจะตั้งใจทำเพื่อรองรับอุตสาหกรรมการผลิต แต่โครงสร้างเหล่านั้นกลับกลายเป็นฐานรากชั้นดีที่พร้อมรองรับธุรกิจ Data Center ในเบื้องต้นได้ทันที
'ศูนย์กลางลุ่มน้ำโขง' และความพร้อมด้านทรัพยากร
นอกจากโครงสร้างพื้นฐานแล้ว “จุดแข็ง” ที่สำคัญมากของไทยคือ "Strategic Location" หรือทำเลที่ตั้งเชิงยุทธศาสตร์ที่อยู่ตรงกลางของภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง (Greater Mekong Subregion) ทำให้สามารถเชื่อมต่อโครงข่ายไปยังกัมพูชา เวียดนาม ลาว จีน และเมียนมา ได้อย่างไร้รอยต่อ
รวมทั้งหากเทียบกับสิงคโปร์หรือมาเลเซีย ประเทศไทยมีขนาดใหญ่กว่ามาก ทำให้เรามีความได้เปรียบด้านทรัพยากรพื้นฐานที่จำเป็นอย่าง "น้ำ" และ "ไฟฟ้า" ผนวกกับการสนับสนุนสิทธิประโยชน์จากทาง BOI ทำให้ประเทศไทยยิ่งมีแรงดึงดูดต่อนักลงทุนต่างชาติมากขึ้นไปอีก
Data Center ไม่ใช่แค่ 'งานก่อสร้าง' แต่คือ การสร้าง Ecosystem
เม็ดเงินลงทุนที่ไหลเข้ามาจำนวนมหาศาลนั้นเป็นเรื่องดี แต่คำถามสำคัญคือ เราจะทำให้มัน "ยั่งยืน" ได้อย่างไร?
บุศรินทร์เน้นย้ำว่า การสร้าง Data Center แบ่งเป็น 2 เฟสหลัก เฟสแรกคือ "ช่วงก่อสร้าง" ซึ่งผู้รับเหมาในประเทศ จะได้ประโยชน์ไปเต็มๆ แต่ชีวิตของ Data Center ไม่ได้จบแค่ตอนตึกเสร็จ เฟสที่สองคือ "การปฏิบัติการ" ทำอย่างไรให้ระบบรันไปได้ 24 ชั่วโมงโดยไม่หยุดพัก ซึ่งหัวใจสำคัญคือ "บุคลากร"
ในมุมมองของคุณบุศรินทร์ คนไทยมีความเก่ง และมีความสามารถในการเรียนรู้สูง รวมถึงมีทักษะทางดิจิทัลที่ดีเยี่ยม แต่สิ่งที่คนไทยอาจจะยังมีน้อยกว่าชาติอื่นคือ "โอกาสในการสัมผัสกับ Use Case ยากๆ"
ดังนั้น การเข้ามาของบริษัทเทคโนโลยีต่างชาติ จะช่วยเติมเต็มในจุดนี้ ผ่านการถ่ายทอดเทคโนโลยีใหม่ๆ และแบ่งปันประสบการณ์การแก้ปัญหาในระดับโลก ซึ่งจะช่วยยกระดับทักษะของคนไทยได้อย่างก้าวกระโดด
‘พลังงานสะอาด’ กุญแจสำคัญแห่งอนาคต
อีกหนึ่งเทรนด์ที่ผู้ให้บริการ Data Center ต้องคิดถึงตลอดเวลาคือ เรื่อง "ความยั่งยืน" ปัจจุบันผู้ให้บริการ Data Center ทั้งในไทย และอาเซียนกำลังมองหาโอกาสในการใช้พลังงานสะอาดเพื่อขับเคลื่อนธุรกิจ
สิ่งที่ภาคเอกชนกำลังเฝ้ารอคือ นโยบายจากภาครัฐเรื่อง "Direct PPA" ที่จะอนุญาตให้ซื้อขายไฟฟ้าพลังงานสะอาดได้โดยตรง แม้ปัจจุบันลูกค้าอาจจะยังมองเรื่องนี้เป็นเพียง "ตัวเลือก" แต่ในอนาคตอันใกล้ มันจะกลายเป็น "ข้อบังคับ" ที่บิ๊กเทคระดับโลกจะนำมาเป็นเงื่อนไขในการเลือกใช้บริการ ดังนั้นภาครัฐ และเอกชนจึงต้องร่วมมือกันออกแบบนโยบายที่ตอบโจทย์ความต้องการนี้ให้เกิดขึ้นจริง
Data Center ‘รากฐาน’ เศรษฐกิจดิจิทัล
ท้ายที่สุด บุศรินทร์ได้ฝากมุมมองที่น่าสนใจว่า Data Center เป็นเพียง "Foundation หรือรากฐานแรก" ของธุรกิจดิจิทัลเท่านั้น มันทำหน้าที่เป็นเพียง "ห้อง" ที่เอาข้อมูลมารัน แต่ระบบนิเวศนี้จะสมบูรณ์ได้ ต้องอาศัย "Application Layer" หรือกลุ่มนักพัฒนา ที่จะนำข้อมูลเหล่านั้นไปบริหารจัดการ และสร้างสรรค์เป็นนวัตกรรมใหม่ๆ
ดังนั้น Data Center จึงไม่ใช่จุดสิ้นสุดของการลงทุน แต่เป็น "จุดเริ่มต้นของ Value Chain" ที่จะนำพาประเทศไทยก้าวไปสู่เศรษฐกิจดิจิทัลที่เติบโตและยั่งยืนในอนาคต
บุศรินทร์ก็ได้ขยายให้เห็นภาพบริษัทของ STT GDC หนึ่งในยักษ์ใหญ่ด้าน Data Center ระดับโลก หรือ บริษัท เอสที เทเลมีเดีย โกลบอล ดาต้าเซ็นเตอร์ เป็นผู้ให้บริการ Data Center ระดับโกลบอลที่ปัจจุบันมีศูนย์ข้อมูลมากกว่า 100 แห่งใน 12 ตลาดทั่วโลก
ขณะนี้ในยุโรปเปิดให้บริการภายใต้แบรนด์ VIRTUS Data Centres ในอังกฤษ, เยอรมนี, อิตาลี และในเอเชีย 9 ประเทศภายใต้แบรนด์ STT GDC ซึ่งรวมถึงไทยด้วย หากนับรวมปริมาณกำลังไฟฟ้าที่ให้บริการลูกค้าทั้งหมดจะสูงถึง 2.3 กิกะวัตต์ ซึ่งถือเป็นสเกลที่ใหญ่ และรองรับความต้องการระดับโลกได้อย่างเต็มที่
พิสูจน์อักษร....สุรีย์ ศิลาวงษ์





