วันจันทร์ ที่ 24 สิงหาคม 2569

Login
Login

‘ไชยชนก’ สั่งชะลอ พ.ร.บ.แพลตฟอร์ม รื้อสูตรค่า GP ลุ้นทันเข้าสภา ก.ย.69

นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยถึงความคืบหน้าการจัดทำร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) เศรษฐกิจแพลตฟอร์มดิจิทัล พ.ศ. ... ว่า ได้ให้นโยบายให้ชะลอ และปรับแนวทางของร่างกฎหมายที่เดิมอ้างอิงจากกฎหมายสหภาพยุโรป (อียู) โดยให้เหตุผลว่าแนวทางของอียูมีความเข้มงวดเกินไปสำหรับบริบทของไทย จึงต้องหาจุดที่เหมาะสม ขณะที่การดำเนินงานยังคงเดินหน้าต่อ และต้องหารือร่วมกับหลายหน่วยงาน รวมถึงกระทรวงการคลัง และกระทรวงพาณิชย์

กฎหมายแพลตฟอร์มเราก็กำลังทำอยู่ ไม่ได้หยุด ตอนแรกเราอ้างอิงมาจากกฎหมายของอียู แต่ผมให้นโยบายไปว่าขอชะลอ และปรับ เพราะมันเข้มเกินไป เราก็ต้องหาจุดที่มันพอดีสำหรับไทย

ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้กระทรวงดีอีเคยตั้งเป้าผลักดันร่าง พ.ร.บ.เศรษฐกิจแพลตฟอร์มดิจิทัล โดยเมื่อพิจารณาร่างแล้วเสร็จ จะส่งต่อให้คณะกรรมการกฤษฎีกาพิจารณา ก่อนเข้าสู่วาระการพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) และนำเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรในสมัยประชุม ซึ่งในขณะนั้นคาดว่าจะเป็นช่วงประมาณเดือนก.ย.2569 

สำหรับแนวทางกำกับแพลตฟอร์ม นายไชยชนก กล่าวว่า กระทรวงอยู่ระหว่างศึกษาหลายทางเลือก โดยประเด็นค่าธรรมเนียมไม่ควรพิจารณาเฉพาะ ค่า GP แต่ต้องมองถึง Total Take Rate หรืออัตราการหักรายได้รวม เนื่องจากหากลดค่า GP แพลตฟอร์มยังสามารถเพิ่มค่าธรรมเนียมประเภทอื่นได้ พร้อมศึกษาตัวอย่างจากต่างประเทศ เช่น ONDC (Open Network for Digital Commerce) ของอินเดีย และแนวทางของจีนที่มีการออกกฎหมาย และจัดตั้งหน่วยงานขึ้นมากำกับดูแลแพลตฟอร์ม

อีกแนวทางที่อยู่ระหว่างการศึกษาคือ การสร้างแพลตฟอร์มกลางเพื่อรวบรวม Marketplace ที่สมัครใจเข้าร่วมให้อยู่ภายใต้กฎเกณฑ์ร่วมกัน โดยอาจมีสิทธิประโยชน์จากภาครัฐเป็นแรงจูงใจ หากระบบสามารถรวบรวมผู้ประกอบการหรือแพลตฟอร์มได้อย่างมีประสิทธิภาพ ก็จะเป็นอีกทางเลือกในการเพิ่มอำนาจต่อรอง นอกเหนือจากการปรับกฎหมาย และการขอความร่วมมือจากแพลตฟอร์ม

เขาเสริมว่า ถ้าหากมันมีประสิทธิภาพ แล้วรวมตัว รวมศูนย์กลุ่มผู้ประกอบการหรือแพลตฟอร์มเด็กดี มาอยู่ด้วยกัน อย่างน้อยมันก็เป็นทางเลือกที่จะทำให้เรามีอำนาจการต่อรอง ขอความร่วมมือในอีกรูปแบบหนึ่งได้บ้าง เพราะฉะนั้นกำลังทำทุกทางอยู่

ส่วนแนวคิดการจัดตั้งหน่วยงานเฉพาะเพื่อกำกับดูแลแพลตฟอร์มดิจิทัล นายไชยชนก กล่าวว่า ยังเป็นหนึ่งในแนวทางที่อยู่ระหว่างศึกษา โดยนำโมเดลที่จีนประกาศออกมาประกอบการพิจารณา ขณะเดียวกัน แนวคิดเดิมของร่างกฎหมายไทยก่อนที่จะถูกชะลอไว้ก็มีแนวคิดเรื่องการตั้งคณะทำงานอยู่แล้ว แต่ไม่ได้มีระดับความเข้มงวดเท่ากับแนวทางของจีน ทั้งนี้ การศึกษาการตั้งหน่วยงานกำกับไม่จำเป็นต้องตัดทางเลือกอื่นออก และสามารถดำเนินการควบคู่กันได้

สำหรับการหารือกับนายแอนโธนี ตัน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท แกร็บ โฮลดิ้งส์ จำกัด (ประเทศสิงคโปร์) นายไชยชนก กล่าวว่า แกร็บ ไม่ได้เรียกร้องให้รัฐบาลผ่อนปรนกฎเกณฑ์ โดยการหารือส่วนใหญ่เป็นการอัปเดตผลการดำเนินงาน และความร่วมมือที่ผ่านมา รวมถึงการช่วยเหลือ และสร้างโอกาสให้กับผู้ขับขี่ และผู้ประกอบการ

โดยแกร็บในฐานะแพลตฟอร์ม Ride Sharing มีบทบาทสำคัญด้านการส่งอาหาร และการให้บริการรถสาธารณะ ช่วยสร้างรายได้ และขยายโอกาสทางธุรกิจให้แก่ร้านอาหารทั่วประเทศ และผู้ให้บริการรถสาธารณะ ขณะที่แกร็บแจ้งว่าในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา มีธุรกรรมจากโครงการไทยช่วยไทย ผ่านแพลตฟอร์มประมาณ 10 ล้านธุรกรรม

นอกจากนี้ ยังนำเสนอการนำ AI เข้ามาช่วยร้านค้า และไรเดอร์ ทั้งด้านการตลาด การจัดการบัญชีการเงิน และการบริหารวัตถุดิบ โดยนายไชยชนก แสดงความสนใจเรื่องการแชร์เทคโนโลยี แต่ต้องการดูรายละเอียด และการทำงานจริงเพิ่มเติมก่อน ขณะเดียวกันแกร็บยังแสดงความประสงค์เข้าร่วมโครงการไทยเที่ยวไทย โดยเสนอแนวคิดให้ไรเดอร์มีส่วนร่วมในมาตรการส่วนลดด้านการเดินทาง ซึ่งรัฐบาลอยู่ระหว่างพิจารณาความเป็นไปได้ของโครงสร้างระบบ การตรวจสอบ และการระบุตัวตน

ส่วนค่า GP นายไชยชนก กล่าวว่า ไม่ได้เป็นหัวข้อที่หารือกับแกร็บ เนื่องจากประเด็นนี้มีการหารือกับแพลตฟอร์มในอีกวงหนึ่งอยู่แล้ว ขณะที่ การพิจารณาเรื่องค่าธรรมเนียม หรือกฎเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับแพลตฟอร์มจะหารือในภาพรวม ไม่แยกเป็นรายบริษัท เพื่อไม่ให้เกิดความได้เปรียบหรือเสียเปรียบระหว่างผู้ประกอบการ

ด้านการหารือกับ TikTok นายไชยชนก กล่าวว่า มีการแลกเปลี่ยนเรื่องความร่วมมือในการรับมือภัยจากสแกมเมอร์ รวมถึงระบบ AI สำหรับตรวจสอบเนื้อหา และกระบวนการ KYC โดย TikTok เชิญฝ่ายไทยไปดูระบบที่สิงคโปร์ หลังนายไชยชนกตั้งข้อสังเกตถึงการยืนยันตัวตนของผู้เปิดบัญชีที่ไม่ได้เป็นร้านค้า และการใช้ AI ตรวจสอบบัญชีต่างๆ ขณะที่เจ้าตัวระบุว่า หากไม่สามารถเดินทางไปได้ อาจส่งทีมงานไปศึกษาระบบแทน

 

 

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์