วันเสาร์ ที่ 15 สิงหาคม 2569

Login
Login

ดีเดย์กฎหมายใหม่มีผลวันนี้ “คืนเงินเหยื่อ” ไม่ต้องรอศาล

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (12 ส.ค. 2569) ถือเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญในการยกระดับการปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ของไทย เมื่อกฎกระทรวงที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี จะมีผลบังคับใช้ เปิดทางให้การจัดการเงินที่ถูกหลอกลวงและการเยียวยาผู้เสียหายเดินหน้าได้รวดเร็วขึ้น โดยหนึ่งในมาตรการสำคัญคือการเปิดช่องให้ผู้เสียหายสามารถยื่นคำร้องขอคืนเงินผ่านระบบของสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือ ปปง. ได้ โดยไม่ต้องรอคำสั่งศาลในขั้นตอนที่กฎหมายกำหนด

มาตรการดังกล่าวเป็นหนึ่งในโจทย์เร่งด่วนที่ นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ผลักดันให้เกิดขึ้น หลังปัญหา สแกมเมอร์ และ การหลอกลวงออนไลน์ ยังสร้างความเสียหายให้ประชาชนจำนวนมาก ขณะที่กระบวนการติดตามเงินและคืนเงินให้ผู้เสียหายในอดีตต้องผ่านหลายขั้นตอนและใช้เวลา

นายไชยชนก กล่าวว่า ภายหลังวันที่ 12 สิงหาคม ซึ่งกฎกระทรวงมีผลบังคับใช้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเร่งจัดทำหลักเกณฑ์และระบบปฏิบัติให้สามารถรองรับการคืนเงินแก่ผู้เสียหายได้ทันที โดยมี ปปง. เป็นหน่วยงานหลักในการดำเนินการ และทำงานร่วมกับกระทรวงดีอี สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) สมาคมธนาคารไทย ผู้ให้บริการ e-Money สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และสมาคมผู้ประกอบการสินทรัพย์ดิจิทัลไทย

เปลี่ยนเกม “คืนเงิน” ไม่ต้องรอศาล

หัวใจสำคัญของกฎใหม่อยู่ที่การลดระยะเวลาระหว่างวันที่ประชาชนถูกหลอกกับวันที่สามารถเข้าสู่กระบวนการขอคืนเงินได้ โดยผู้เสียหายจะสามารถยื่นคำร้องผ่านระบบของ ปปง. เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบเส้นทางเงินและดำเนินการตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด

แนวทางดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นใน คดีหลอกลวงออนไลน์ และ คืนเงินเหยื่อจากแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ซึ่งความเร็วในการติดตามเงินถือเป็นปัจจัยสำคัญ เพราะเงินที่ถูกหลอกอาจถูกโอนผ่านบัญชีจำนวนมากภายในเวลาเพียงไม่กี่นาที หากปล่อยให้เวลาผ่านไป เงินอาจถูกกระจายออกไปยังหลายบัญชีหรือถูกนำออกจากระบบจนติดตามได้ยากขึ้น

ดังนั้น การเปิดช่องให้กระบวนการคืนเงินดำเนินการได้โดยไม่ต้องรอคำสั่งศาลในขั้นตอนที่กฎหมายรองรับ จึงเป็นการเปลี่ยนจากแนวทางที่เน้น “ติดตามและดำเนินคดี” ไปพร้อมกับการเพิ่มน้ำหนักให้กับ “การเยียวยาผู้เสียหาย” ให้เกิดขึ้นเร็วที่สุด

รัฐบาลกำหนดให้การวางรายละเอียดเชิงปฏิบัติเป็นมาตรการเร่งด่วนภายใน 90 วัน โดยตั้งเป้าให้ระบบและหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องมีความชัดเจนภายในเดือนกันยายน 2569

“บัญชีม้า” ถูกเชื่อมข้อมูลข้ามธนาคาร

ทั้งนี้ การคืนเงินจะทำงานควบคู่กับมาตรการสกัดบัญชีม้า เพราะหัวใจของการคืนเงินให้เร็วขึ้นคือการต้องรู้ว่าเงินของผู้เสียหายถูกโอนไปที่ใด และบัญชีใดเกี่ยวข้องกับเส้นทางเงิน

นายไชยชนก ระบุว่า กระทรวงดีอี ธปท. ปปง. และสมาคมธนาคารไทย กำลังยกระดับการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างธนาคารผ่าน Central Fraud Registry (CFR) เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลเส้นทางการเงินและรายชื่อบุคคลที่มีความเสี่ยง

นอกจากนี้ยังมีการนำข้อมูลจากระบบตรวจจับพฤติกรรมบัญชีธนาคารที่ผิดปกติ ข้อมูลของ ปปง. และข้อมูลจากศูนย์ AOC 1441 มาประกอบกัน เพื่อให้หน่วยงานสามารถมองเห็นเส้นทางเงินได้กว้างขึ้น

เป้าหมายคือ เมื่อพบว่าบุคคลใดมีความเกี่ยวข้องกับเส้นทางการเงินทุจริตในธนาคารหนึ่ง ข้อมูลดังกล่าวจะสามารถนำไปตรวจสอบบัญชีอื่นของบุคคลเดียวกันในธนาคารอื่นได้ ไม่เปิดช่องให้มิจฉาชีพย้ายเงินหรือย้ายบัญชีเพื่อหลบเลี่ยงการตรวจสอบ

มาตรการดังกล่าวจะครอบคลุมธุรกรรมผ่าน Mobile Banking, ATM และช่องทางออนไลน์ พร้อมแนวทางจัดการบัญชีที่มีความเสี่ยงสูง เพื่อกักกันเงินไว้ก่อนที่จะถูกโอนต่อ

เร่ง “กักเงิน” ก่อนหลุดออกจากระบบ

แนวคิดสำคัญของระบบใหม่จึงไม่ได้รอให้เกิดความเสียหายแล้วค่อยติดตาม แต่ต้องพยายามหยุดเส้นทางเงินให้เร็วที่สุด

หากระบบตรวจพบพฤติกรรมผิดปกติหรือเส้นทางการเงินที่เชื่อมโยงกับการทุจริต จะสามารถนำข้อมูลไปสู่การระงับบัญชีและธุรกรรมที่เกี่ยวข้อง เพื่อไม่ให้เงินของผู้เสียหายถูกโอนต่อไปยังบัญชีอื่นหลายทอด

เมื่อเงินถูกกักไว้ได้เร็ว โอกาสในการติดตามและนำกลับคืนสู่ผู้เสียหายก็จะเพิ่มขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายของกฎกระทรวงใหม่ที่ต้องการลดขั้นตอนและระยะเวลาในการเยียวยาประชาชน

อย่างไรก็ตาม การใช้ระบบตรวจจับและระงับบัญชีแบบเข้มข้นย่อมมีความเสี่ยงที่ประชาชนสุจริตอาจได้รับผลกระทบ หากบัญชีถูกเชื่อมโยงกับธุรกรรมต้องสงสัยโดยไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำผิด

นายไชยชนก ระบุว่า หากประชาชนถูกระงับบัญชีโดยไม่ได้ตั้งใจ สามารถติดต่อสายด่วน AOC 1441 กด 2 เพื่อยืนยันตัวตน จากนั้นธนาคารจะตรวจสอบและดำเนินการปลดล็อกบัญชีตามกระบวนการ

สกัด “สแกมเมอร์” ใช้เด็กเปิดบัญชี

นอกจาก บัญชีม้าในกลุ่มบุคคลทั่วไป รัฐบาลยังจับตาพฤติกรรมของสแกมเมอร์ที่หันมาใช้เด็กและเยาวชนเป็นช่องทางเปิดบัญชีธนาคารมากขึ้น

โดยธปท. อยู่ระหว่างจัดทำหลักเกณฑ์จำกัดวงเงินโอนหรือชำระเงินต่อวันผ่านบัญชีธนาคารและ e-Money สำหรับเยาวชนอายุ 12-18 ปี โดยพิจารณากำหนดวงเงินตามช่วงอายุประมาณ 3,000-10,000 บาทต่อวัน คาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จภายในเดือนตุลาคม 2569

มาตรการนี้จะเป็นอีกแนวทางในการลดความเสี่ยงจากการนำบัญชีของเยาวชนไปใช้เป็นช่องทางรับโอนเงินจากเหยื่อ ก่อนส่งต่อไปยังบัญชีอื่น

การที่กฎกระทรวง มีผลบังคับใช้ในวันที่ 12 สิงหาคม จึงไม่ได้เป็นเพียงการเพิ่มอำนาจในการจัดการบัญชีม้า แต่เป็นการวางกลไกใหม่ให้รัฐสามารถจัดการ เงินของเหยื่อได้รวดเร็วขึ้นด้วย