วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ดีอีสั่งเร่ง ‘รีเซ็ต’ ล็อกอิน 221 ล้านบัญชี ชง ครม. ยกระดับ MFA สกัดข้อมูลประชาชนรั่ว

“ไชยชนก” เรียกทุกกระทรวง–300 กว่ากรม ทำคลีนซิ่งระบบ หลังพบล็อกอินที่เกี่ยวข้องกับไทยรั่วไหลกว่า 221 ล้านรายการ ย้ำต้องเร่งเปลี่ยนรหัสผ่านเพื่อซื้อเวลา สกมช. พร้อมชง ครม. 11 ส.ค. บังคับใช้ MFA ให้มีผลทันที

KEY POINTS

  • กระทรวงดีอีเปิดเผยข้อมูลล็อกอินที่เกี่ยวข้องกับประเทศไทยรั่วไหลกว่า 221 ล้านบัญชี ซึ่งกระทบทั้งภาครัฐและเอกชน
  • สั่งการเร่งด่วนให้มีการ "รีเซ็ต" ข้อมูลล็อกอินที่ได้รับผลกระทบทั่วประเทศ เพื่อเป็นมาตรการระยะสั้นในการซื้อเวลาและสกัดความเสียหาย
  • เตรียมเสนอมาตรการยกระดับความปลอดภัยเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันที่ 11 ส.ค. เพื่อแก้ปัญหาในระยะยาว
  • มาตรการสำคัญคือการผลักดันให้หน่วยงานรัฐเปลี่ยนจากการใช้รหัสผ่านชั้นเดียว มาเป็นการยืนยันตัวตนหลายปัจจัย (Multi-Factor Authentication - MFA)

นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมหารือและแถลงข่าวเรื่อง “การยกระดับมาตรการหน่วยงานรัฐ เพื่อคุ้มครองข้อมูลประชาชน” ว่า รัฐบาลเดินหน้าจัดการปัญหาข้อมูลรั่วไหลแบบเร่งด่วน โดยเตรียมนำมาตรการระยะสั้นเสนอต่อ คณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 11 ส.ค. 2569 ควบคู่กับการวางแผนแก้ปัญหาระยะยาวทั้งระบบ

นายไชยชนก กล่าวว่า ก่อนหน้านี้กระทรวงดีอีได้รวบรวมข้อมูลเพื่อประเมินสถานการณ์การรั่วไหลของข้อมูล ทั้งในเชิงโครงสร้าง แหล่งที่มา และช่องโหว่ของระบบ ทำให้ปัจจุบันมีฐานข้อมูลที่สามารถใช้ประเมินภาพรวมได้ชัดเจนขึ้น โดยพบว่า ทั่วโลกมีข้อมูลล็อกอินที่รั่วไหลประมาณ 56,000 ล้านรายการ ขณะที่ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับประเทศไทยอยู่ที่ประมาณ 221 ล้านรายการ

สำหรับฝั่งภาครัฐ พบว่ามีระบบประมาณ 30,000 รายการ ที่เกี่ยวข้องกับล็อกอินซึ่งมีการรั่วไหล ขณะที่ภาคเอกชนพบระบบที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลรั่วไหลมากกว่า 35,000 รายการ สะท้อนว่าปัญหานี้ไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะหน่วยงานรัฐ แต่เป็นปัญหาที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน

ดีอีสั่งเร่ง ‘รีเซ็ต’ ล็อกอิน 221 ล้านบัญชี ชง ครม. ยกระดับ MFA สกัดข้อมูลประชาชนรั่ว

เร่ง “รีเซ็ต” ล็อกอินทั่วประเทศ ซื้อเวลาสกัดความเสียหาย

รมว.ดีอี กล่าวว่า มาตรการที่ต้องทำทันทีคือการ รีเซ็ตหรือเปลี่ยนข้อมูลล็อกอิน ที่อาจได้รับผลกระทบ เพื่อทำให้ข้อมูลที่รั่วไหลไปแล้วไม่สามารถนำกลับมาใช้งานได้อีก โดยมองว่าเป็นมาตรการระยะสั้นที่ช่วย “ซื้อเวลา” ระหว่างที่ภาครัฐเร่งจัดการปัญหาเชิงระบบ

นอกจากนี้ ที่ต้องทำคลีนซิ่งระบบทั้งหมด เพราะการรีเซ็ตล็อกอินไม่ใช่คำตอบระยะยาว แต่เป็นมาตรการเร่งด่วนเพื่อจำกัดความเสียหาย ขณะที่หน่วยงานที่มีระบบและข้อมูลสำคัญต้องเร่งยกระดับความปลอดภัยไปพร้อมกัน

จากนั้นจะเรียกหน่วยงานรัฐทุกกระทรวงและกรมที่เกี่ยวข้องเข้ามาหารือร่วมกัน โดยให้หน่วยงานที่มีหน้าที่รับผิดชอบระบบและผู้เชี่ยวชาญด้านเทคนิคเข้ามาประเมินระบบทั้งหมด จัดทำแผน และกำหนดแนวทางแก้ไขในระยะยาว

เรื่องนี้ต้องขับเคลื่อนกันทั้งประเทศ เพราะข้อมูลที่หลุดไม่ได้มีเฉพาะภาครัฐ ภาคเอกชนก็หลุดจำนวนมาก ดังนั้นสิ่งที่ต้องรณรงค์ร่วมกันคือให้ทุกคนรีเซ็ตก่อน เพื่อซื้อเวลา และทุกหน่วยงานที่มีระบบหรือข้อมูลสำคัญต้องเร่งอัปเกรดไปพร้อมกัน

ดีอีสั่งเร่ง ‘รีเซ็ต’ ล็อกอิน 221 ล้านบัญชี ชง ครม. ยกระดับ MFA สกัดข้อมูลประชาชนรั่ว

ชง ครม. บังคับใช้ MFA แทนรหัสผ่านชั้นเดียว

ทั้งนี้ หนึ่งในมาตรการสำคัญที่จะเสนอ ครม. คือการยกระดับระบบยืนยันตัวตนของหน่วยงานรัฐ โดยเฉพาะระบบสำคัญ ให้เปลี่ยนจากการใช้เพียง Username + Password ไปสู่การยืนยันตัวตนหลายปัจจัย หรือ Multi-Factor Authentication (MFA)

พล.อ.ต.อมร ชมเชย เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) กล่าวว่า การใช้รหัสผ่านเพียงชั้นเดียวไม่เพียงพออีกต่อไป โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่ข้อมูลบัญชีผู้ใช้รั่วไหลจำนวนมาก ประกอบกับผู้โจมตีสามารถใช้ระบบอัตโนมัติและ AI ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการโจมตี

เขา เสริมว่า มาตรการที่จะเสนอ ครม. วันที่ 11 ส.ค. คือให้ระบบสำคัญของภาครัฐใช้การยืนยันตัวตนอย่างน้อย 2 ชั้น เช่น การใช้ THAID หรือ OTP ร่วมกับรหัสผ่าน เพื่อเพิ่มด่านป้องกันไม่ให้แฮกเกอร์นำข้อมูลล็อกอินที่หลุดไปแล้วมาเข้าสู่ระบบได้โดยตรง

ดีอีสั่งเร่ง ‘รีเซ็ต’ ล็อกอิน 221 ล้านบัญชี ชง ครม. ยกระดับ MFA สกัดข้อมูลประชาชนรั่ว

จาก “แก้ล็อกอิน” สู่แผนใหญ่ ปิดช่องข้อมูลรั่วทั้งระบบ

นายไชยชนก กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้ยังได้รับข้อมูลและข้อเสนอเพิ่มเติมจากภาคประชาชน ทั้งแหล่งข้อมูล ช่องทางการรั่วไหล กระบวนการที่ผู้ไม่หวังดีอาจนำข้อมูลไปใช้ ตลอดจนแนวทางความร่วมมือที่ภาครัฐต้องเพิ่มเติม

อย่างไรก็ตาม รายละเอียดบางส่วนไม่สามารถเปิดเผยได้ เนื่องจากเกี่ยวข้องกับแนวทางการสืบสวนและการรักษาความปลอดภัยของระบบ

สำหรับขั้นตอนต่อไป หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะนำข้อเสนอทั้งหมดไปทำการบ้านเพิ่มเติม โดยเฉพาะมาตรการระยะสั้นที่สามารถนำเสนอ ครม. ได้ในวันที่ 11 ส.ค. ก่อนเดินหน้าสู่การประชุมร่วมของหน่วยงานรัฐ เพื่อจัดทำแผนยกระดับความปลอดภัยในระยะยาวต่อไป