‘ไชยชนก’นั่งไม่ติด สั่งสกมช. ส่งทีม ThaiCERT ร่วมกรมการขนส่งทางบก ตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีข้อมูลทะเบียนรถที่เผยแพร่บนสื่อออนไลน์ เตือนปชช. เผยแพร่ข้อมูลผิดกฎหมายมีโทษหนักทั้งจำทั้งปรับตามม.14 พรบ.คอมพ์ฯ
นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือ รมว.ดีอีในฐานะประธานคณะกรรมการกำกับดูแลด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ (กกม.) ได้สั่งการให้สำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) มอบหมายทีม ThaiCERT ลงพื้นทีปฏิบัติงานร่วมกับ กรมการขนส่งทางบก เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีมีการเผยแพร่ข้อมูลทะเบียนรถและข้อมูลส่วนบุคคลผ่านสื่อสังคมออนไลน์ รวมถึงกรณีที่มีการกล่าวอ้างว่ามีเว็บไซต์สามารถค้นหาข้อมูลจากหมายเลขทะเบียนรถได้
ทั้งนี้ กรมการขนส่งทางบก ซึ่งเป็นหน่วยงานเจ้าของระบบ และ ThaiCERT ซึ่งเป็นหน่วยงานผู้เชี่ยวชาญด้านการรับมือเหตุการณ์ความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ของประเทศ กำลังรวบรวมข้อมูล ตรวจสอบข้อเท็จจริง วิเคราะห์หลักฐานทางเทคนิค และพิสูจน์แหล่งที่มาของข้อมูลอย่างเป็นระบบ ตลอดจนประเมินขอบเขตและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น โดยยึดหลักความถูกต้อง โปร่งใส และอาศัยพยานหลักฐานทาง นิติวิทยาศาสตร์ดิจิทัล (Digital Forensics) เป็นสำคัญ
ปัจจุบันอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริง จึงยังไม่สามารถสรุปสาเหตุหรือแหล่งที่มาของข้อมูลได้
โดย สกมช. และ กรมการขนส่งทางบก จะดำเนินการร่วมกันอย่างเต็มที่ เพื่อให้สามารถสรุปข้อเท็จจริงได้อย่างรอบด้าน พร้อมให้ข้อเสนอแนะและมาตรการป้องกันและยกระดับความมั่นคงปลอดภัยของระบบอย่างเหมาะสม เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในการคุ้มครองข้อมูลของประชาชน และลดความเสี่ยงจากภัยคุกคามทางไซเบอร์ในอนาคต
ขณะที่ นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดีอี เปิดเผยว่า ในส่วนของการเผยแพร่ข้อมูลส่วนบุคคล ข้อมูลผิดกฎหมาย ซึ่งเป็นช่องทางให้ “สแกมเมอร์” นำไปใช้เพื่อการก่ออาชญากรรมออนไลน์ โดยให้ดำเนินการเฝ้าระวังและป้องกันการเผยแพร่ข้อมูลที่ผิดกฎหมาย พร้อมกับดำเนินการตามกฎหมายในทันทีหากพบการกระทำความผิด
ดังนั้นจากการที่มีการเผยแพร่ข้อมูลส่วนบุคคลในสื่อสังคมออนไลน์ โดยไม่ได้รับอนุญาตนั้น กระทรวงดีอี มอบหมายให้ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) ตรวจสอบข้อเท็จจริงของการเผยแพร่ข้อมูลดังกล่าว ร่วมกับ สกมช.
พร้อมกันนี้กระทรวงดีอี ได้พิจารณาแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน กองบังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.สอท.) เพื่อดำเนินการตาม พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ ด้วยแล้ว
กระทรวงดีอี ขอเตือนประชาชนว่าการเผยแพร่ข้อมูลผิดกฎหมายบนสื่อสังคมออนไลน์ เข้าข่ายมีความผิดตามพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 14
นอกจากนี้ การนำเข้าข้อมูลข้อมูลที่บิดเบือนหรือเป็นเท็จ การนำเข้าข้อมูลที่กระทบความมั่นคงปลอดภัยของประเทศ เศรษฐกิจ หรือทำให้ประชาชนตื่นตระหนก ฯลฯ โดยมีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ



