การประชุม บอร์ด กสทช. วันที่ 5-6 สิงหาคมนี้ ถูกจับตาอย่างใกล้ชิดว่าจะสามารถเดินหน้าพิจารณาวาระได้หรือไม่ หลังการประชุมครั้งก่อนต้องยุติลงจากปมข้อพิพาทสถานะของ ศ.นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ขณะที่สำนักงาน กสทช. ยืนยันเดินหน้าประชุมตามกำหนด เนื่องจากมีวาระเร่งด่วนถึง 98 เรื่อง โดย 33 เรื่องมีกรอบเวลาตามกฎหมาย หากประชุมไม่ได้อีกครั้ง อาจกระทบต่อการกำกับดูแลกิจการโทรคมนาคม วิทยุกระจายเสียง และโทรทัศน์ในหลายด้าน
การประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (บอร์ด กสทช.) ครั้งที่ 23/2569 ระหว่างวันที่ 5-6 สิงหาคม 2569 ถูกจับตาอย่างใกล้ชิดว่าจะสามารถดำเนินการได้ตามปกติหรือไม่ หรือจะต้องเผชิญภาวะ “บอร์ดล่ม” อีกครั้ง
หลังการประชุมเมื่อวันที่ 27 กรกฎาคมที่ผ่านมา ต้องยุติลงเพียงประมาณ 30 นาที เมื่อกรรมการ 3 คนปฏิเสธเข้าร่วมประชุม เนื่องจากไม่ยอมรับการทำหน้าที่ของ ศ.คลินิก นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธาน กสทช.
ความขัดแย้งดังกล่าวเกิดขึ้นภายหลังคณะกรรมการสรรหา กสทช. มีมติว่า ศ.นพ.สรณ เป็นผู้ขาดคุณสมบัติในการดำรงตำแหน่ง และได้แจ้งผลการพิจารณาไปยังกรรมการ กสทช. แล้ว ทำให้เกิดข้อถกเถียงว่าประธาน กสทช. ยังสามารถปฏิบัติหน้าที่และเป็นผู้เปิดประชุมได้หรือไม่
แม้จะมีข้อโต้แย้งดังกล่าว แต่ศ.นพ.สรณยังยืนยันว่าตนยังปฏิบัติหน้าที่ได้ตามกฎหมาย เนื่องจากยังไม่มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้พ้นจากตำแหน่ง หรือมีคำสั่งใดที่ทำให้สิ้นสุดการดำรงตำแหน่ง ขณะที่สำนักงาน กสทช. ก็ยังถือว่าประธาน กสทช. มีอำนาจหน้าที่ครบถ้วนตามกฎหมาย
อย่างไรก็ตาม กรรมการกสทช. 3 คน ได้แก่
- นางสาวพิรงรอง รามสูต
- นายศุภัช ศุภชลาศัย
- พล.อ.ท.ธนพันธุ์ หร่ายเจริญ
ลงความเห็นว่าการร่วมประชุมภายใต้ประธานที่มีข้อสงสัยเรื่องคุณสมบัติ อาจทำให้มติทั้งหมดถูกโต้แย้งหรือเพิกถอนได้ในอนาคต จึงตัดสินใจเดินออกจากห้องประชุม ส่งผลให้การประชุมไม่สามารถดำเนินต่อได้
เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้การประชุมเมื่อวันที่ 27 กรกฎาคมต้องเลื่อนออกไป พร้อมทิ้งวาระค้างจำนวนมาก และกลายเป็นแรงกดดันต่อการประชุมวันที่ 5-6 สิงหาคม ว่าจะสามารถเดินหน้าพิจารณาเรื่องต่าง ๆ ได้หรือไม่
นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รองเลขาธิการ รักษาการแทนเลขาธิการ กสทช. ในฐานะเลขานุการ กสทช. ยืนยันว่า การนัดประชุมครั้งนี้เป็นไปโดยชอบด้วยกฎหมาย มีการแจ้งกำหนดการล่วงหน้าตามขั้นตอน และสำนักงานยังมีหน้าที่ต้องจัดประชุมเพื่อให้คณะกรรมการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายต่อไป
ทั้งนี้ การประชุมรอบดังกล่าวมีวาระเสนอเข้าสู่การพิจารณารวม 98 เรื่อง โดยเป็นวาระเร่งด่วนที่มีกรอบเวลาดำเนินการตามกฎหมายถึง 33 เรื่อง หากไม่สามารถพิจารณาได้ อาจส่งผลกระทบต่อการกำกับดูแลหลายด้าน
วาระเร่งด่วนที่รอการพิจารณา ประกอบด้วย การพิจารณาข้อร้องเรียนด้านโทรศัพท์เคลื่อนที่ รายการโทรทัศน์ และการเอาเปรียบผู้บริโภค 8 เรื่อง การจัดสรรและโอนเลขหมาย รวมถึงการยกเว้นค่าบริการเลขหมายสั้น 4 หลัก 7 เรื่อง การขยายระยะเวลาการใช้สิทธิวงโคจรดาวเทียมและเรื่องที่เกี่ยวข้อง 3 เรื่อง การอนุญาตและยกเลิกใบอนุญาตกิจการโทรทัศน์
เขา เสริมอีกว่า ยังรวมถึงการเปลี่ยนแปลงผังรายการ 5 เรื่อง การขอความเห็นชอบเรียกเก็บค่าบริการล่วงหน้าสำหรับบริการ SMS 3 เรื่อง และการขอสร้างท่อร้อยสายสื่อสาร รวมถึงการเห็นชอบสัญญาการใช้และเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมอีก 7 เรื่อง
ด้วยจำนวนวาระที่ค้างสะสมและหลายเรื่องมีกรอบเวลาดำเนินการตามกฎหมาย การประชุมวันที่ 5-6 สิงหาคมจึงเป็นอีกบททดสอบสำคัญของบอร์ด กสทช. ว่าจะสามารถหาทางออกจากความขัดแย้งเรื่องสถานะประธานและเดินหน้าปฏิบัติภารกิจขององค์กรได้หรือไม่ หรือจะเกิดภาวะ “บอร์ดล่ม” ซ้ำเป็นครั้งที่สอง ส่งผลให้การตัดสินใจในประเด็นสำคัญด้านกิจการโทรคมนาคม วิทยุกระจายเสียง และโทรทัศน์ ต้องเลื่อนออกไปอีกครั้ง



