วันพฤหัสบดี ที่ 15 ตุลาคม 2569

Login
Login

สภาผู้บริโภคสู้ต่อ! ศาลเลื่อนเป็น 9 พ.ย.นี้ หลังแพลตฟอร์ม-ธนาคารขอขยายเวลายื่นคำให้การ

ศาลแพ่งเลื่อนนัดพร้อมคู่ความคดีที่สภาองค์กรของผู้บริโภค (สภาผู้บริโภค) และผู้เสียหายยื่นฟ้องแพลตฟอร์มออนไลน์ข้ามชาติและธนาคาร ออกไปเป็นวันที่ 9 พฤศจิกายน 2569 หลังจำเลยบางส่วนขอขยายเวลายื่นคำให้การ และยื่นอุทธรณ์ประเด็นว่าคดีดังกล่าวไม่ใช่คดีผู้บริโภค ขณะที่สภาผู้บริโภคยืนยันเดินหน้าสู้คดีเต็มที่ หวังผลักดันให้เกิดมาตรฐานการคุ้มครองผู้บริโภคในยุคดิจิทัล

KEY POINTS

  • ศาลแพ่งเลื่อนนัดพิจารณาคดีที่สภาผู้บริโภคฟ้องแพลตฟอร์มออนไลน์และธนาคาร กรณีปล่อยให้ผู้บริโภคถูกหลอกลงทุนออนไลน์ ไปเป็นวันที่ 9 พฤศจิกายน 2569
  • สาเหตุของการเลื่อนนัดมาจากจำเลยบางรายขอขยายระยะเวลาในการยื่นคำให้การ และบางส่วนได้ยื่นอุทธรณ์ประเด็นเขตอำนาจศาล โดยอ้างว่าคดีนี้ไม่ใช่คดีผู้บริโภค
  • สภาผู้บริโภคยืนยันเดินหน้าสู้คดีต่อ โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อสร้างบรรทัดฐานให้ผู้ให้บริการยกระดับมาตรการป้องกันการหลอกลวงออนไลน์ ไม่ใช่แค่การเยียวยาผู้เสียหาย
  • ข้อเรียกร้องของสภาผู้บริโภคคือให้แพลตฟอร์มมีมาตรการเชิงรุก เช่น คัดกรองโฆษณาหลอกลวง, ใช้ AI ตรวจจับมิจฉาชีพ และเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบแอปพลิเคชัน
  • ศาลได้กำหนดให้จำเลยที่ยังไม่ยื่นคำให้การ ต้องยื่นภายในวันที่ 19 ตุลาคม 2569 ก่อนจะนัดพร้อมคู่ความอีกครั้งในเดือนพฤศจิกายน

เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2569 ที่ศาลแพ่ง ถนนรัชดาภิเษก ศาลนัดพร้อมคู่ความในคดีที่สภาผู้บริโภค และผู้เสียหายร่วมกันฟ้องแพลตฟอร์มออนไลน์และสถาบันการเงิน ฐานละเมิดสิทธิผู้บริโภค รวมถึงฟ้องธนาคารในฐานผิดสัญญาบริการ ผิดสัญญาฝากทรัพย์ และละเมิดสิทธิผู้บริโภค จากกรณีผู้เสียหายถูกหลอกลงทุนผ่านช่องทางออนไลน์

น.ส.สารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการสภาผู้บริโภค กล่าวว่า ศาลมีคำสั่งเลื่อนนัด เนื่องจากจำเลยบางรายขอขยายเวลายื่นคำให้การ และใช้สิทธิตามกฎหมายอุทธรณ์ประเด็นเขตอำนาจว่า คดีนี้ไม่ใช่คดีผู้บริโภค ซึ่งสภาผู้บริโภคพร้อมดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรม

อย่างไรก็ตาม เป้าหมายของการฟ้องร้องไม่ได้มีเพียงการเยียวยาผู้เสียหาย 10 รายแรก แต่ต้องการให้แพลตฟอร์มออนไลน์และผู้ให้บริการที่เกี่ยวข้องยกระดับมาตรการป้องกันการหลอกลวงออนไลน์ เพื่อไม่ให้ผู้บริโภครายอื่นตกเป็นเหยื่อซ้ำ

สภาผู้บริโภคเห็นว่า ผู้ให้บริการควรมีมาตรการเชิงรุกมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการคัดกรองและบล็อกโฆษณาหลอกลวง การนำเทคโนโลยี AI มาตรวจจับข้อความหรือการชักชวนลงทุนที่เข้าข่ายหลอกลวง รวมถึงการเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบแอปพลิเคชันบน App Store และ Play Store เพื่อป้องกันแอปปลอมที่ใช้หลอกประชาชน

น.ส.สารี เปิดเผยอีกว่า ศาลยังได้แนะนำให้ผู้ฟ้องศึกษาคำพิพากษาและแนวทางการดำเนินคดีลักษณะเดียวกันในต่างประเทศ เพื่อประกอบการพิจารณาคดี ซึ่งสภาผู้บริโภคจะรวบรวมข้อมูลส่งต่อศาลตามคำแนะนำ พร้อมยืนยันว่าแม้จำเลยจะเป็นบริษัทขนาดใหญ่ แต่ยังมั่นใจในพยานหลักฐานที่มีอยู่

ด้าน น.ส.บุญยืน ศิริธรรม ประธานสภาองค์กรของผู้บริโภค กล่าวว่า การฟ้องร้องครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อสร้างบรรทัดฐานในการคุ้มครองสิทธิผู้บริโภค ไม่ใช่เพื่อสร้างกระแสหรือชื่อเสียง พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า ปัจจุบันประชาชนไม่สามารถแยกแยะได้ว่าโฆษณาหรือข้อความบนแพลตฟอร์มใดเป็นข้อมูลจริงหรือเป็นมิจฉาชีพ ทำให้ผู้บริโภคเผชิญความเสี่ยงสูง และแพลตฟอร์มไม่ควรปล่อยให้ปัญหาดังกล่าวเกิดขึ้นต่อไป

เราจะเดินหน้าคดีนี้อย่างเต็มที่ ไม่มีถอย เพราะต้องการให้เกิดความรับผิดชอบของผู้ให้บริการและสร้างหลักประกันด้านความปลอดภัยให้ผู้บริโภคในระยะยาว

ขณะที่ น.ส.นันณภัชสรณ์ เตชะปัญญาพิพัฒน์ ทนายความผู้รับผิดชอบคดี ระบุว่า วันนี้จำเลยบางส่วนยังไม่ได้ยื่นคำให้การ บางรายยื่นคำร้องขอเลื่อน และบางรายไม่มาศาลตามนัด ส่งผลให้ศาลกำหนดนัดพร้อมครั้งใหม่ในวันที่ 9 พฤศจิกายน 2569 ส่วนจำเลยที่ยังไม่ยื่นคำให้การ ศาลกำหนดเส้นตายให้ยื่นภายในวันที่ 19 ตุลาคม 2569 ก่อนเข้าสู่การพิจารณาคดีในลำดับถัดไป