วันจันทร์ ที่ 27 กรกฎาคม 2569

Login
Login

TIME มอง ‘หวัง ซิงซิง’ ซีอีโอ Unitree Robotics ผู้ผลักดันหุ่นยนต์จากโลกไซไฟสู่โลกจริง

นิตยสาร TIME ขึ้นปก ‘หวัง ซิงซิง’ (Wang Xingxing) ผู้ก่อตั้ง Unitree Robotics พร้อม GD01 หุ่นยนต์ที่มนุษย์เข้าไปควบคุมได้ โดยเล่าถึงเส้นทางจากการพัฒนาหุ่นยนต์สี่ขาสู่ฮิวแมนนอยด์ และหุ่นยนต์ขนาดใหญ่ ท่ามกลางการแข่งขันพัฒนาเอไอที่สามารถรับรู้และทำงานในโลกจริง

นิตยสารไทม์ (TIME) นำเสนอเรื่องราวของ หวัง ซิงซิง (Wang Xingxing) ผู้ก่อตั้ง Unitree Robotics บริษัทหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์จากเมืองหางโจว ประเทศจีน พร้อมขึ้นปกฉบับล่าสุด ภายใต้หัวข้อ “The Big Robot Moment” โดยเล่าถึงเส้นทางของผู้ประกอบการวัย 30 กว่าปีรายนี้ ตั้งแต่ความสนใจในหุ่นยนต์ตั้งแต่วัยเด็ก ไปจนถึงการพัฒนา GD01 หุ่นยนต์จักรกลขนาดใหญ่ที่สามารถรองรับมนุษย์เข้าไปควบคุมภายในตัวได้

การขึ้นปกครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากผู้ประกอบการจีนคนก่อนหน้า คือ โรบิน หลี่ (Robin Li) ผู้ก่อตั้ง Baidu บริษัทเสิร์ชเอนจินและเทคโนโลยีเอไอของจีน เมื่อปี 2561 โดยครั้งนั้นสะท้อนบทบาทของบริษัทอินเทอร์เน็ตจีนในการแข่งขันด้านเทคโนโลยี ขณะที่การเลือกหวังในครั้งนี้ สะท้อนความสนใจที่กำลังเคลื่อนเข้าสู่เทคโนโลยีอีกยุคหนึ่ง นั่นคือ หุ่นยนต์ที่นำเอไอออกจากโลกดิจิทัลมาอยู่ในโลกกายภาพ

ไทม์ระบุว่า หวังเริ่มสนใจการสร้างหุ่นยนต์ขนาดใหญ่หลังเดินทางกลับจากการแข่งขันศิลปะการต่อสู้แบบผสม โดยเขาเล่าว่า เดิมทีคิดจะสร้างหุ่นยนต์ขนาดใหญ่สำหรับการแข่งขันชกมวย ก่อนตั้งคำถามว่า หากทำให้มีขนาดใหญ่ขึ้นอีก และสามารถให้มนุษย์เข้าไปนั่งควบคุมภายในได้จะเป็นอย่างไร

แนวคิดดังกล่าวนำไปสู่การพัฒนา GD01 หุ่นยนต์ที่สามารถผลิตในเชิงอุตสาหกรรมและเปลี่ยนรูปแบบการเคลื่อนที่ได้ โดยมีความสูงประมาณ 9 ฟุต หรือเกือบ 2.7 เมตร น้ำหนักราวครึ่งตัน สามารถรองรับผู้ควบคุมภายในห้องนักบินที่ติดตั้งอยู่บริเวณลำตัว และเปลี่ยนการเดินระหว่างสองขากับสี่ขาได้ 

หวังเปิดเผยว่า นอกจากแรงบันดาลใจจากศิลปะการต่อสู้แล้ว การออกแบบยังได้รับอิทธิพลบางส่วนจากหุ่นยนต์ในภาพยนตร์ “อวตาร” ของเจมส์ คาเมรอน

จากจุดเริ่มต้นดังกล่าว ไทม์เล่าย้อนเส้นทางของหวัง ซึ่งเกิดที่เมืองหนิงโป เมืองชายฝั่งทางตะวันออกของจีน และก่อตั้ง Unitree ในปี 2559 ขณะอายุ 26 ปี บริษัทเริ่มต้นจากการพัฒนาหุ่นยนต์สี่ขา ก่อนขยายไปสู่หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ และพัฒนา GD01 ซึ่งเป็นหุ่นยนต์ที่มีมนุษย์ควบคุมภายใน

อย่างไรก็ตาม ไทม์ตั้งข้อสังเกตว่า แม้ GD01 จะเป็นหุ่นยนต์ที่มีขนาดใหญ่และสะดุดตา แต่หุ่นยนต์ที่มีขนาดเล็กกว่าอย่าง G1 ซึ่งเป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์หลักของบริษัทอาจมีบทบาทมากกว่าในเชิงการใช้งาน หากอุตสาหกรรมหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ขยายตัวในอนาคต

โดยไทม์ยังมองอีกว่า เทคโนโลยีหุ่นยนต์กำลังกลายเป็นอีกหนึ่งพื้นที่สำคัญของการแข่งขันด้านเทคโนโลยี โดยเป็นการนำเอไอออกจากโลกดิจิทัลมาอยู่ในร่างกายที่สามารถมองเห็น ได้ยิน เดิน และมีปฏิสัมพันธ์กับสภาพแวดล้อมจริง 

TIME มอง ‘หวัง ซิงซิง’ ซีอีโอ Unitree Robotics ผู้ผลักดันหุ่นยนต์จากโลกไซไฟสู่โลกจริง

หุ่นยนต์ GD01

Morgan Stanley คาดการณ์ว่า จำนวนหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ทั่วโลกอาจเพิ่มขึ้นเป็น 13 ล้านตัวภายในปี 2578 และแตะ 1,000 ล้านตัวในปี 2593 โดยมูลค่าอุตสาหกรรมอาจสูงถึง 5 ล้านล้านดอลลาร์ หากเทคโนโลยีพัฒนาไปถึงจุดที่หุ่นยนต์สามารถทำงานหลากหลายรูปแบบได้อย่างมีประสิทธิภาพ

แต่ปัจจุบันอุตสาหกรรมยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น หุ่นยนต์จำนวนมากยังถูกใช้เพื่อการวิจัยและพัฒนา มากกว่าการทำงานจริงในภาคอุตสาหกรรม ยอดขายหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ของ Unitree ส่วนใหญ่ยังไปยังมหาวิทยาลัย สถาบันวิจัย และนักพัฒนา ขณะที่สัดส่วนที่นำไปใช้ในภาคอุตสาหกรรมโดยตรงยังมีไม่มาก

โจทย์สำคัญจึงไม่ใช่เพียงการสร้างหุ่นยนต์ให้เดิน วิ่ง หรือทำท่าทางคล้ายมนุษย์ได้ แต่คือการทำให้หุ่นยนต์สามารถเข้าใจโลกจริงและปรับตัวกับสถานการณ์ที่ไม่เคยพบมาก่อน

อย่างไรก็ตาม การแข่งขันในตลาดไม่ได้จำกัดอยู่ที่จีน โดย Tesla ในสหรัฐพัฒนาหุ่นยนต์ Optimus และตั้งเป้าหมายการผลิตในระดับหลายล้านตัวต่อปี ขณะที่ Figure ส่งหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์รุ่นล่าสุดไปยังโรงงาน BMW ในสหรัฐ และ Agility มีการนำหุ่นยนต์ไปใช้งานกับบริษัทหลายแห่ง

สำหรับ Unitree ไทม์ระบุว่า บริษัทมีปริมาณการส่งมอบหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์สูงที่สุดในตลาด โดยส่งมอบมากกว่า 5,500 ตัวในปี 2568 คิดเป็นมากกว่าหนึ่งในสี่ของตลาดโลกที่ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น นอกจากนี้ Nvidia ยังประกาศในเดือนมิถุนายนว่า ชิป Jetson Thor จะถูกนำมาใช้กับหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ H2 ของ Unitree สำหรับจำหน่ายให้สถาบันวิจัยทั่วโลก

ความท้าทายของหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์อยู่ที่ความสามารถในการทำงานในสภาพแวดล้อมที่ไม่คุ้นเคย หวังประเมินว่า อุตสาหกรรมอาจอยู่ห่างจาก “ChatGPT Moment” ของหุ่นยนต์ประมาณ 2-10 ปี ซึ่งหมายถึงจุดที่หุ่นยนต์สามารถเข้าใจคำสั่งด้วยเสียงและนำไปปฏิบัติได้ในสภาพแวดล้อมที่ไม่คุ้นเคยส่วนใหญ่ โดยไม่ต้องเขียนโปรแกรมกำกับทุกขั้นตอน

ปัญหานี้เป็นความท้าทายเฉพาะของเอไอที่มีร่างกาย เพราะต่างจากโมเดลภาษาที่สามารถเรียนรู้จากข้อมูลจำนวนมหาศาลบนอินเทอร์เน็ต หุ่นยนต์ต้องเรียนรู้จากข้อมูลที่เกิดขึ้นในโลกจริง เช่น การหยิบจับสิ่งของ การเดินในพื้นที่ต่างระดับ หรือการทำงานร่วมกับมนุษย์ ซึ่งการเก็บข้อมูลลักษณะนี้ใช้ต้นทุนและเวลา

ดังนั้น การแข่งขันในอุตสาหกรรมหุ่นยนต์ยุคต่อไปอาจไม่ได้อยู่ที่ตัวหุ่นยนต์เพียงอย่างเดียว แต่เป็นการแข่งขันเพื่อสร้าง “สมอง” ให้หุ่นยนต์ หรือโมเดลที่เชื่อมโยงการมองเห็น ภาษา และการลงมือปฏิบัติให้ทำงานร่วมกันได้อย่างแม่นยำ

หวังเชื่อว่า หากเทคโนโลยีผ่านจุดเปลี่ยนดังกล่าวได้ หุ่นยนต์อาจค่อยๆ เข้ามารับงานที่มนุษย์ไม่ต้องการทำ งานที่อันตราย หรือภารกิจที่ต้องทำซ้ำเป็นเวลานาน ขณะที่เขาคาดการณ์ว่าในอีก 10 ปีข้างหน้า ครัวเรือนอาจมีหุ่นยนต์ขนาดเล็กที่ช่วยทำงานบ้าน ทำอาหาร หรือดูแลผู้ป่วยเบื้องต้น 

เขายืนยันว่า การเปลี่ยนผ่านจะเกิดขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป หากหุ่นยนต์ทำงานในบางอุตสาหกรรมได้ไม่ดี หรือผู้คนไม่ยอมรับการใช้งาน ก็สามารถเปลี่ยนไปใช้ในพื้นที่อื่นได้

ไทม์ยังเล่าถึงบุคลิกของหวังว่า แตกต่างจากภาพจำของผู้ก่อตั้งบริษัทเทคโนโลยีจำนวนมาก เขาเป็นคนรูปร่างเล็ก สวมแว่น และไม่ได้แสดงออกด้วยความมั่นใจหรือความหวือหวา แต่พูดถึงเทคโนโลยีหุ่นยนต์ด้วยความเชื่อมั่นอย่างต่อเนื่อง

อ้างอิง: TIME