วันพฤหัสบดี ที่ 15 ตุลาคม 2569

Login
Login

EV ไทยถึงจุดเปลี่ยน หัวเว่ยชู 'Intelligence Transformation' ยกระดับอุตสาหกรรม

"หัวเว่ย” เผยอุตสาหกรรม EV ไทยกำลังเข้าสู่จุดเปลี่ยนระลอกใหม่ ชูแนวคิด Intelligence Transformation ข้ามผ่านยุคแบตเตอรี่สู่การแข่งขันด้าน AI, Smart Cockpit และ Autonomous Driving พร้อมแนะไทยเร่งปิดช่องว่างโครงสร้างพื้นฐาน ปูทางสู่ฮับยานยนต์อัจฉริยะระดับภูมิภาค

KEY POINTS

  • หัวเว่ยชี้ว่าอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ทั่วโลกกำลังเปลี่ยนผ่านสู่การแข่งขันด้าน "ความอัจฉริยะ" (Intelligence Transformation) ซึ่งเทคโนโลยีอย่างการขับขี่อัตโนมัติและห้องโดยสารอัจฉริยะจะกลายเป็นปัจจัยกำหนดทิศทางใหม่
  • ประเทศไทยมีศักยภาพในการเป็นฐานการผลิต EV ที่แข็งแกร่ง แต่ยังเผชิญกับช่องว่างและความท้าทายด้านการใช้งานระบบขับขี่อัตโนมัติ, การใช้ AI ในรถ และโครงสร้างพื้นฐานสถานีชาร์จที่ยังไม่เพียงพอ
  • แม้ไทยจะมีโครงสร้างพื้นฐาน 5G ที่ครอบคลุม แต่ระบบเชื่อมต่อและบูรณาการบริการดิจิทัลภายในรถยนต์ยังพัฒนาไม่ทัน ทำให้ศักยภาพของรถยนต์อัจฉริยะยังไม่ถูกใช้งานอย่างเต็มที่
  • หัวเว่ยเสนอให้เกิดความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในอุตสาหกรรม เพื่อผลักดันให้ไทยก้าวข้ามข้อจำกัดและยกระดับสู่การเป็นศูนย์กลางการผลิตและนวัตกรรมด้าน Intelligent EV ของภูมิภาค

อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้ากำลังเข้าสู่จุดเปลี่ยนครั้งใหม่ เมื่อการแข่งขันไม่ได้อยู่ที่การเปลี่ยนผ่านจากเครื่องยนต์สันดาปสู่พลังงานไฟฟ้าเพียงอย่างเดียว แต่กำลังขยับสู่การแข่งขันด้าน "ความอัจฉริยะ" ซึ่งจะเป็นปัจจัยกำหนดทิศทางของห่วงโซ่อุตสาหกรรมในระยะต่อไป

นายเดวิด หลี่ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวในงาน Intelligent EV Industry CXO Forum: Driving the Future of Intelligent Mobility ภายใต้หัวข้อ "Shaping the Global EV Landscape" ว่า อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ทั่วโลกกำลังเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่านครั้งใหม่ โดย "ความอัจฉริยะ" (Intelligence) ได้กลายเป็นทิศทางสำคัญของการพัฒนา หลังจากทศวรรษที่ผ่านมา อุตสาหกรรมได้เปลี่ยนผ่านจากรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปภายในสู่รถยนต์ไฟฟ้า

ปัจจุบันการแข่งขันกำลังขยับไปสู่ "Intelligence Transformation" โดยเทคโนโลยีอย่างการขับขี่อัตโนมัติ (Autonomous Driving) ห้องโดยสารอัจฉริยะ (Smart Cockpit) ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ภายในรถ และระบบความบันเทิง กำลังเข้ามานิยามประสบการณ์การเดินทางรูปแบบใหม่ ทำให้การเดินทางมีความปลอดภัย สะดวก และตอบโจทย์ผู้ใช้งานมากขึ้น

เขาระบุว่า เทคโนโลยีอัจฉริยะเหล่านี้เป็นปัจจัยสำคัญที่ดึงดูดผู้บริโภคให้หันมาใช้รถยนต์ไฟฟ้ามากขึ้น และเปิดโอกาสการเติบโตให้กับผู้เล่นตลอดทั้งห่วงโซ่คุณค่า

EV ไทยถึงจุดเปลี่ยน หัวเว่ยชู 'Intelligence Transformation' ยกระดับอุตสาหกรรม

ก้าวถัดไปของ EV ไม่ใช่แค่การเปลี่ยนมาใช้ไฟฟ้า แต่คือการก้าวสู่ยุคของเทคโนโลยีอัจฉริยะ

ไทยมีศักยภาพ แต่ยังมีช่องว่างสำคัญ

เดวิดกล่าวว่า ประเทศไทยเป็นหนึ่งใน 10 ประเทศผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ของโลก มีฐานการผลิตที่แข็งแกร่งและได้รับการสนับสนุนจากนโยบายภาครัฐ ส่งผลให้ตลาด EV เติบโตอย่างรวดเร็วในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตาม ยังมีช่องว่างหลายด้านที่เป็นข้อจำกัดต่อการยกระดับอุตสาหกรรมไปสู่ขั้นต่อไป ได้แก่ การขับขี่อัตโนมัติยังไม่แพร่หลายในประเทศไทย แม้ว่าทั่วโลกจะมีระยะทางการใช้งานระบบขับขี่อัตโนมัติสะสมแล้วมากกว่า 2 พันล้านกิโลเมตร และในจีนมีการใช้งานจริงในชีวิตประจำวันอย่างแพร่หลาย โดยผู้ใช้เดินทางด้วยระบบดังกล่าวเฉลี่ยมากกว่า 1,200 กิโลเมตรต่อวัน

ขณะเดียวกัน การเข้าถึงระบบ AI สั่งงานด้วยเสียงภายในรถยังอยู่ในระดับต่ำ ส่งผลให้ศักยภาพของ Smart Cockpit ยังไม่ถูกใช้งานอย่างเต็มที่

นอกจากนี้ โครงสร้างพื้นฐานสถานีชาร์จยังไม่เพียงพอ โดยเฉพาะการค้นหาสถานีชาร์จผ่านระบบนำทางบนทางหลวงและพื้นที่ชานเมือง ทำให้ผู้ใช้จำนวนหนึ่งยังมีความกังวลเรื่องการชาร์จระหว่างเดินทาง

5G พร้อม แต่ระบบเชื่อมต่อยังไม่สมบูรณ์

แม้ประเทศไทยจะเป็นหนึ่งในประเทศที่มีโครงสร้างพื้นฐาน 5G ครอบคลุมมากที่สุดในภูมิภาค โดยครอบคลุมพื้นที่มากกว่า 95% และครอบคลุมประชากรราว 99% แต่ระบบเครือข่ายภายในรถยนต์ยังพัฒนาไม่ทัน

ผู้ใช้งานจำนวนมากยังต้องเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตผ่านฮอตสปอตจากโทรศัพท์มือถือ ขณะที่บริการดิจิทัลและแพลตฟอร์มหลัก เช่น AIS Play, TrueID, YouTube และ Netflix ยังไม่ได้รับการบูรณาการเข้ากับระบบภายในรถอย่างสมบูรณ์ ส่งผลให้หน้าจออัจฉริยะภายในรถยังทำหน้าที่ไม่แตกต่างจากการใช้งานโทรศัพท์มือถือ

เขากล่าวว่า การเปลี่ยนผ่านสู่ความอัจฉริยะไม่ได้สร้างโอกาสเฉพาะผู้ผลิตรถยนต์ แต่ยังเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการตลอดห่วงโซ่คุณค่า ทั้งผู้พัฒนาเทคโนโลยี ผู้ให้บริการเครือข่าย ซัพพลายเออร์ ผู้พัฒนาเนื้อหา และผู้ให้บริการสถานีชาร์จ

EV ไทยถึงจุดเปลี่ยน หัวเว่ยชู 'Intelligence Transformation' ยกระดับอุตสาหกรรม

การแข่งขัน EV ระลอกใหม่ก้าวสู่ยุคความอัจฉริยะ

เขากล่าวว่า หากมองย้อนกลับไปในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา อุตสาหกรรมยานยนต์โลกมีการเปลี่ยนแปลงสำคัญ 2 ระลอก

ระลอกแรก คือการเปลี่ยนผ่านจากรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปสู่รถยนต์ไฟฟ้า โดยผู้ผลิตมุ่งพัฒนาเทคโนโลยีแบตเตอรี่ กำลังการผลิต และห่วงโซ่อุปทาน

ส่วนระลอกที่สอง เริ่มขึ้นเมื่อประมาณ 5 ปีก่อน เป็นการแข่งขันด้านความอัจฉริยะของยานยนต์ โดย AI การขับขี่อัตโนมัติ คลาวด์คอมพิวติ้ง การเชื่อมต่อยานยนต์ และบิ๊กดาต้าได้กลายเป็นเทคโนโลยีหลักในการสร้างนวัตกรรมของอุตสาหกรรม

ยานยนต์สมัยใหม่ไม่ได้เป็นเพียงพาหนะสำหรับการเดินทาง แต่กำลังพัฒนาเป็นแพลตฟอร์มการเดินทางอัจฉริยะที่เชื่อมต่อกัน

เทคโนโลยี เช่น ระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ขั้นสูง (ADAS) ห้องโดยสารอัจฉริยะ บริการเชื่อมต่อ และการอัปเดตซอฟต์แวร์ผ่านระบบ OTA ช่วยเพิ่มคุณค่าให้แก่ผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง

เมื่อผู้บริโภคยอมรับเทคโนโลยีเหล่านี้มากขึ้น ความเต็มใจในการจ่ายก็เพิ่มขึ้นตาม ส่งผลให้เกิดโอกาสทางธุรกิจใหม่แก่ผู้ผลิตรถยนต์ ผู้พัฒนาเทคโนโลยี ซัพพลายเออร์ ผู้ให้บริการเครือข่าย ผู้สร้างเนื้อหา และผู้ให้บริการสถานีชาร์จ

ไทยมีโอกาสก้าวสู่ฮับ Intelligent EV

ในฐานะ 1 ใน 10 ประเทศผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ของโลก ไทยมีฐานการผลิตที่แข็งแกร่ง ซึ่งหัวเว่ยมองว่าเป็นจุดแข็งสำคัญในการต่อยอดสู่ศูนย์กลาง Intelligent EV ของภูมิภาค

เมื่อประกอบกับนโยบาย Thailand 4.0 และ Thailand Digital Blueprint 2030 ซึ่งสนับสนุนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและการลงทุนด้านอุตสาหกรรม จะช่วยให้ประเทศไทยไม่เพียงรักษาสถานะฐานการผลิตยานยนต์สำคัญของอาเซียน แต่ยังสามารถพัฒนาไปสู่ศูนย์กลางการผลิตและนวัตกรรมด้าน Intelligent EV ของภูมิภาคได้

อย่างไรก็ดี การสร้างระบบนิเวศ Intelligent EV ไม่สามารถเกิดขึ้นจากผู้เล่นรายใดรายหนึ่ง แต่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งผู้กำหนดนโยบาย ผู้ผลิตรถยนต์ ผู้ให้บริการแผนที่และระบบนำทาง ผู้ให้บริการเครือข่ายโทรคมนาคม ผู้ให้บริการสถานีชาร์จ ผู้พัฒนาโซลูชัน AI และสมาคมอุตสาหกรรม

เดวิดกล่าวว่า หัวเว่ยมีเป้าหมายเชื่อมโยงผู้มีส่วนเกี่ยวข้องตลอดห่วงโซ่อุตสาหกรรม เพื่อแลกเปลี่ยนเทคโนโลยี ทรัพยากร และแนวทางความร่วมมือ ลดข้อจำกัดระหว่างภาคอุตสาหกรรม และเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่ Intelligent EV ของประเทศไทย

ขณะเดียวกันสร้างระบบนิเวศที่ทุกฝ่ายได้รับประโยชน์ร่วมกัน และผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นฐานอุตสาหกรรม Intelligent EV ระดับโลก โดยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนจะช่วยสร้างระบบการเดินทางที่เชื่อมต่ออย่างไร้รอยต่อ และสนับสนุนการขยายตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะของไทย